เมื่อการเลือกเรียนพิเศษเพื่อเสริมการเรียนรู้ในสิ่งที่เราอยากรู้อย่างเข้าใจ

หมวดหมู่ของบล็อก: 

การเรียนเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเรียนนอกเวลาเรียนปกติ เรียนพิเศษ หากเกิดจากที่เราต้องการความรู้เพิ่มเติมและอยากเรียนรู้มากขึ้นเพื่อเข้าใจได้อย่างเต็มที่ นั่นคือการแสวงหาความรู้และทักษะที่เราสามารถนำไปต่อยอดได้ ซึ่งเกิดได้กับคนทุกวัย ไม่ใช่แค่วัยเรียนเท่านั้นที่เหมาะสำหรับการเรียนเพิ่มเติมหรือเรียนพิเศษ แต่วัยทำงานก็ยังสามารถทำได้ เพราะเวลาเราทำงานแล้ว เราอาจจะรู้สึกชินชา และอาจจะเบื่อกับสิ่งเหล่านั้น และอยากที่จะหาอะไรใหม่ๆทำเพื่อเสริมสร้างทักษะที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในงานหรืองานอดิเรกได้

อย่างไรก็ตาม เด็กๆในวัยที่การเรียนพิเศษอาจเข้ามาเป็นหนึ่งในบทบาทภาระสำคัญ ซึ่งพ่อแม่หลายคนก็ต่างอยากให้ลูกๆหลานๆได้เรียนพิเศษและเรียนเพิ่มเติมในวันหยุด ซึ่งอาจจะทำให้เด็กๆล้า และยิ่งเพิ่มความเหนื่อยมากขึ้น จากที่เด็กๆเหล่านี้ควรได้เล่นสนุกตามวัย การเรียนพิเศษอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก นอกจากนี้ยังเพิ่มค่าใช้จ่าย tuition fee ซึ่งค่าใช้จ่ายตรงนี้ราคาถือว่าสูงมาก แต่ก็คุ้มค่าหาก ผลลัพธ์และประสิทธิผลที่เด็กๆมีการเรียนที่ดีขึ้น ซึ่งพ่อแม่และผู้ปกครองเองก็ควรดูแลสุขภาพจิตของเด็กๆด้วย ไม่ให้เครียดมากจนเกินไป ให้เด็กๆเขาได้เล่น ได้เรียน ได้ใช้ชีวิตอย่างสมดุล บทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับจิตวิทยาเด็กของเว็บไซต์มหิดลได้แชร์ไว้ว่า ผู้ที่เคยเลี้ยงดูเด็ก คงทราบดีทุกคนว่า ไม่ว่าเด็กคนหนึ่งจะเป็นเด็กดีเพียงใดก็ตาม ในบางครั้งบางคราวก็ยังอาจมีปัญหาเกี่ยวกับพฤติกรรมเกิดขึ้นได้ ซึ่งผู้ใหญ่จำเป็นต้องมีวิธีการที่จะแก้ไขพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และให้เด็กเรียนรู้พฤติกรรมที่เหมาะสมและสามารถควบคุมตัวเอง ให้มีความประพฤติที่สังคมยอมรับได้โดยไม่ต้องอาศัยผู้ใหญ่คอยควบคุมในเวลาต่อมา พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหรือพฤติกรรมที่เราไม่ต้องการในเด็กมักได้แก่การไม่เชื่อฟังเมื่อห้ามปราม เช่น การปีนป่ายไปบนที่สูง การไม่ยอมทำอะไรบางอย่างที่ผู้ใหญ่ต้องการให้ทำ เช่น ทำการบ้าน เก็บของเล่นเข้าที่ ทำงานที่ได้รับมอบหมาย พฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง เช่น ตีน้อง ใช้ถ้อยคำหยาบคาย การทำลายสิ่งของเมื่อโกรธหรือถูกขัดใจ พ่อแม่จำนวนมากไม่ทราบว่าจะจัดการอย่างไรกับพฤติกรรมเหล่านี้ของลูกถึงจะให้ผลดีกับเด็ก ปัจจุบันความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์มีมากขึ้น แต่พ่อแม่ทั่วไปมักจะยังไม่ได้รับประโยชน์จากความรู้นี้มีแต่นักวิชาการและผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับสุขภาพจิตเด็กจำนวนหนึ่งเท่านั้น ความรู้ความเข้าใจให้การอบรมเลี้ยงดูเด็กที่ถูกต้องสมควรได้รับการเผยแพร่ออกไปให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ วิธีการตอบสนองต่อพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของเด็กทำได้โดย การใช้เหตุผล (Reasoning) การให้เหตุผลอย่างตรงไปตรงมาซึ่งเด็กสามารถเข้าใจ มักจะสามารถแก้ไขพฤติกรรมได้ในเด็กยิ่งเล็กการให้เหตุผลต้องแบบง่าย สั้น ไม่พูดยืดยาว เช่น มีดเล่นไม่ได้เพราะจะบาดมือหนู หนูไม่ปีนขึ้นที่สูงเดี๋ยวจะตกลงมาเจ็บ การใช้ท่าทีที่หนักแน่นและจริงจัง