เพราะการศึกษาคือสิ่งที่เราควรให้ความสำคัญมากที่สุดสำหรับลูก

หมวดหมู่ของบล็อก: 

สำหรับคนเป็นพ่อแม่หรือผู้ปกครองที่มีลูกหลานที่จะต้องดูแล แน่นอนว่าสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับลูกหลานนั้นก็คือการได้รับการศึกษาที่มีมาตรฐานและเหมาะสมกับเด็กแต่ละคน ซึ่งหลักสูตรการศึกษานั้นต่างก็มีความสำคัญและความจำเป็นสำหรับเด็กๆ เราไม่อาจละเลยรายละเอียดต่างๆได้ เพราะทุกรายละเอียดนั้นสำคัญสำหรับการพัฒนาศักยภาพของเด็กๆที่จะเติบโตอย่างมีคุณภาพทั้งด้านวิชาการ ด้านความคิดสร้างสรรค์และด้านสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง

ความสำคัญของการให้ความใส่ใจในเรื่องการศึกษาของบุตรหลานนั้น พิสูจน์ได้ว่า เราเป็นผู้ปกครองที่มีคุณภาพเช่นกัน เพราะเราไม่ผลักภาระการดูแลเด็กให้กับผู้อื่น เพราะสิ่งนี้คือการปฏิบัติร่วมกัน ทางสถานศึกษาและที่บ้าน สถานศึกษาทั้งรัฐบาล เอกชน หรือจะเป็นนานาชาติอย่าง international school in Thailand หรือ international school in Bangkok ต่างก็มีนโยบายที่เห็นความสำคัญในเรื่องการเรียนและการให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางในเรื่องการศึกษา ที่บ้านควรสนับสนุนในเรื่องการทำกิจกรรมของเด็กๆและต้องหมั่นฝึกสมาธิให้เด็กด้วย ซึ่งทางเว็บไซต์ happyschoolbreak ได้แชร์ไว้ว่า การอ่านหนังสือให้ฟัง คิดตามแล้วอาจจะรู้สึกธรรมดา แต่ความธรรมดานั้นกลับแฝงมาด้วยคุณค่าที่มากมายเลยทีเดียวสำหรับกิจกรรมอย่างชวนลูกอ่านหนังสือ เพราะเมื่อเด็กๆ อ่านหนังสือ ความสนใจทั้งหมดจะมุ่งไปที่เรื่องราวในหนังสือโดยทิ้งโลกที่เหลือไว้เบื้องหลัง ดังนั้น ลองใช้เวลาสัก 15-20 นาทีก่อนไปโรงเรียน หรือก่อนนอนชวนลูกอ่านหนังสือ ลูกของเราจะมีสมาธิมากขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ชวนดูทีวี เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่ว่า ทีวี หรือรายการต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต จะต้องผ่านการคัดเลือกโดยพ่อแม่เพื่อให้เหมาะสมกับความรู้และวัยของเด็กๆ และต้องระวังเป็นอย่างยิ่งว่า เด็กที่มีอายุ 2 ขวบขึ้นไป สามารถเลียนแบบพฤติกรรมในรายการที่พวกเขาดูได้แล้ว เมื่อเลือกรายการที่ดีและกระตุ้นความสนใจของเด็กๆ เป็นที่เรียบร้อย ก็ให้ตั้งหัวข้อขึ้นมาจากนั้นให้พ่อแม่ลูกช่วยกันพูดคุยเกี่ยวกับรายการที่เพิ่งได้ดูจบไป ซึ่งนั่นหมายความว่า เด็กๆ จะต้องใช้มีสมาธิกับการดูรายการนั้นๆ มากทีเดียว เลือกเล่นเกมส์สสร้างสมาธิจากแอปพลิเคชั่นหรือคอมพิวเตอร์ อย่างเพิ่งหันหลังให้กับอินเทอร์เน็ตเสียทีเดียว เมื่อมันยังมีประโยชน์ต่อการพัฒนาความสามารถหรือสมาธิของเด็กๆ อยู่บ้าง ลองเลือกเกมให้เด็กๆ ได้เล่นดูบ้าง ซึ่งในปัจจุบันก็มีมากมายหลายเว็บ และหลายแอปพลิเคชั่น ฟรีซ! อารมณ์คล้ายเก้าอี้ดนตรี แต่แทนที่เมื่อเพลงจบทุกคนจะหาเก้าอี้ของตัวเองเพื่อนั่งลง ก็กลายเป็นว่าทุกคนต้องทำตัวนิ่งๆ ฟรีซตัวเองให้อยู่กับที่แทน โดยผู้ปกครองสามารถเลือกให้คละเคล้ากันได้ทั้งเพลงช้าและเพลงเร็ว รวมไปถึงเพลงเร็วมากกกกกก เพื่อให้เด็กๆ ได้เต้นให้เข้ากับจังหวะ หรือจะท้าทายสมาธิของเด็กๆ โดยการเต้นให้ตรงกันข้ามกับจังหวะเพลงก็ได้ อย่างให้เต้นช้าๆ เมื่ออยู่ในจังหวะเพลงเร็ว