จะฝ้าแดด ฝ้าลม หรือฝ้าประเภทใดก็ไร้กังวลเพราะมีครีมทาฝ้าที่ดูแลหน้า

หมวดหมู่ของบล็อก: 

ปัญหาผิวหน้า ไม่ว่าจะอายุเท่าใด ปัญหานี้เกิดขึ้นได้เสมอ แต่จะเกิดในวัยที่มีอายุมากขึ้น เนื่องจากคอลลาเจนและอิลาสตินความยืดหยุ่นในชั้นผิวนั้นเริ่มลดน้อยลง แต่ก็ไม่ใช่ว่าวัยที่อายุยังน้อยจะไม่เกิดปัญหาผิว เพราะในช่วงวัยที่ฮอร์โมนทำงานอย่างหนัก ทำให้ระบบต่างๆในร่างกายอาจจะติดขัด และส่งผลต่อสภาพผิวได้ ไม่ว่าจะเป็นผิวหน้าและผิวกาย จึงไม่แปลกใจว่า วัยรุ่นจึงมีผิวที่มีทั้งสิวและรอยสิวเป็นจำนวนมาก บวกกับสภาพมลภาวะในอากาศที่แย่ ก็ยิ่งทำให้สิ่งสกปรกตกค้างในผิวอย่างมากมาย

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดูแลผิวหน้า เราจะต้องดูส่วนผสมหลักไว้ก่อน เพราะถ้าส่วนผสมหลักนั้นเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ เราก็จะไม่เกิดอาการแพ้ อีกทั้งสารเคมีที่ตกค้างในผิวก็จะน้อยลงอีกด้วย แต่ถ้าเรามีปัญหาผิวที่หนักขึ้นอย่างการเกิดฝ้าแดด และฝ้าลม ซึ่งจะต้องใช้ครีมลดฝ้าที่มีประสิทธิภาพในการลดเลือนฝ้าให้จางลง เราอาจจะสงสัยว่า ฝ้านั้นมีกี่ชนิดและจะรักษาฝ้าและป้องกันฝ้าได้เบื้องต้นอย่างไรบ้าง ซึ่งเว็บไซต์HD ได้แชร์ไว้ว่า ชนิดของฝ้า ฝ้าที่ขึ้นบริเวณใบหน้าแบ่งเป็น 4 ชนิดหลักๆ คือ ฝ้าตื้น เกิดจากความผิดปกติบริเวณชั้นหนังกำพร้า (ผิวชั้นนอก) มีลักษณะเป็นผื่นสีน้ำตาลเข้ม ขอบชัด มีโอกาสเกิดขึ้นได้ง่าย แต่ก็รักษาได้ง่ายเช่นกัน และใช้เวลารักษาไม่นานนัก ฝ้าลึก เกิดบริเวณชั้นหนังแท้ ผื่นสีน้ำตาลผสมสีเทาเข้ม ขอบไม่ชัดเจน เนื่องจากอยู่ในระดับที่ลึกมาก การรักษาจึงค่อนข้างยาก ฝ้าผสม คือมีทั้งฝ้าตื้นและฝ้าลึกเกิดขึ้นที่ผิวหน้า เป็นชนิดที่พบมากที่สุดในผู้ที่ประสบปัญหาฝ้า ฝ้าที่ไม่สามารถแยกได้ชัดเจนว่าเป็นฝ้าชนิดใด มักพบในผู้ที่สีผิวเข้มมาก เช่น ชาวแอฟริกัน วิธีการป้องกันฝ้า หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแสงแดด รังสียูวีจากแสงแดดเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดฝ้า การหลีกเลี่ยงแสงแดดจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันฝ้า แต่หากหลีกเลี่ยงได้ยากก็ไม่ควรสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง ควรสวมหมวก กางร่ม หรือสวมเสื้อผ้าที่ปกปิดมิดชิดก่อนออกแดด จะช่วยลดความรุนแรงได้ระดับหนึ่ง ทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าจะไม่ได้สัมผัสกับแสงแดดเป็นประจำ แต่หากสัมผัสกับหลอดไฟ แสงสีฟ้าจากคอมพิวเตอร์ หรือหน้าจอสมาร์ทโฟนอย่างสม่ำเสมอ ก็มีโอกาสเกิดฝ้าได้เช่นกัน ดังนั้นจึงควรทาครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวด้วย ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป และต้องเป็นชนิด PA+++ โดยทาอย่างน้อย 30 นาทีก่อนออกแดด และทาวันละ 2 ครั้ง คือ เช้า และเที่ยง (ก่อนทารอบที่ 2 ควรล้างหน้าด้วย) หลีกเลี่ยงการใช้ยา หรือฮอร์โมนเพศโดยไม่จำเป็น เนื่องจากยา หรือฮอร์โมนเพศบางชนิด มีผลข้างเคียงทำให้เป็นฝ้าได้ เช่น ยากันชักกลุ่มฟีไนโทอีน และกลุ่มยาที่มีปฏิกิริยาไวต่อแสง แต่หากจำเป็นต้องใช้ ควรสอบถามแพทย์ หรือเภสัชกรถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น เพื่อประกอบการตัดสินใจ เพราะอาจมียาชนิดอื่นที่ทดแทนกันได้โดยไม่มีผลข้างเคียง