ล่องใต้:บ้านคีรีวงศ์
เสร็จจากอาหารเช้า ก่อนไปขึ้นเครื่องกลับที่หาดใหญ่ตอน 15.35 น มีเวลา จึงขอแวะไปที่บ้านคีรีวง
บรรยากาศบ้านคีรีวง น้ำสะอาด อากาศดีติดอันดับโลก เป็นสถานที่อากาศดีที่สุด 1 ใน 5 ของโลก
สดใส สดชื่น ไม่ต้องใช้แอร์
ป้ายทางแยกเข้าหมู่บ้านคีรีวง มีต้นไม้บัง มองไม่ชัด
ก่อนแยกเข้าหมู่บ้าน
บ้านคีรีวง ในวันนี้บริหารจัดการเหมือนหมู่บ้านตัวอย่างเศรษฐกิจพอเพียง ทั่วไป มีการแบ่งกลุ่มการสร้างงานขึ้นเช่น กลุ่มสัจจะออมทรัพย์ กลุ่มลายเทียน(ผลิตของที่ระลึก) ทำเสื้อผ้าบาติค เป็นรายได้เสริมให้กับกลุ่มแม่บ้าน ในภาพคือร้านค้าชุมชนกลาง
กลุ่มลายเทียน ผลิตบาติค
ป้ายแสดงสินค้าจากคีรีวง
สภาพของคีรีวง เต็มไปด้วยไร่สวนต่างๆมากมาย โดยเฉพาะมังคุด มีทุกบ้าน วันที่(6/4/54)ไปถึง คีรีวงยังมีมังคุดขายนอกฤดู กก.ละ 150 บาท ชาวบ้านยังบอกอีกว่าก่อนหน้านี้ 7 วัน กก.ละ 200 บาท
สภาพสวนทุกบ้านมีปลูกมังคุดมากที่สุด
น้ำจากเขาที่คีรีวง ใสสะอาด
ธารน้ำตกสวยงามที่คีรีวง
สองข้างทาง มีท่อน้ำของชาวบ้านต่อจากน้ำตกมาเข้าที่ตัวเองเต็มไปหมด
จะเห็นท่อน้ำเกะกะไปหมดทั้ง 2 ข้างทาง
มีท่อตลอดทาง ทำให้เสียทัศนียภาพ พอสมควร
ในท้องถิ่นแถบนี้ใช้มอเตอร์ไซค์วิบาก ขับขึ้นเขา แต่ที่ด้านข้างๆจะมีต่อเหล็กออกมาทั้ง 2 ข้างเพื่อวางของที่นำลงมาจากป่าบนเขา
สภาพถนนขึ้นเขา เห็นท่อ 2 ข้างทาง
ท่อน้ำเรียงราย
เรือนไม้สร้างใหม่ ตากไม้ที่ขนลงมาจากเขา โดยมอเตอร์ไซค์วิบาก สอบถามชาวบ้านได้ความว่า เป็นไม้ที่ตัดจากที่ของตัวเองบนเขา แล้วที่ของตัวเองบนเขาได้มาอย่างไร? ทำไร่ ทำสวน บนเขา และตัดไม้ลงมา อีกไม่นานคงกลับไปเป็นคีรีวงเหมือนเดิม ที่โดนทะเลโคลน ถ้าชาวบ้านในท้องถิ่นไม่ช่วยกันดูแลตนเอง
กองไม้แปรรูปที่ขนลงมาจากบนเขา
ไม้งามๆอีกกอง
ลงมาจากเขา มาร้านค้าในหมู่บ้านอุดหนุนสินค้าเกษตร เห็นลูกอาไรหว่า คำตอบตือส้มแขก เพิ่งเคยเห็นครั้งแรก
สินค้าพื้นบ้าน อุดหนุนมาแจก เลยถือโอกาสถามเรื่องไม้บนเขาและท่อน้ำที่แยะไปหมดจากเขาสู่พื้น ได้ความว่า
ไม้ตัดจากที่ตนเอง อย่างที่เล่ามา แต่ก็ได้ถามไปว่า ที่บนเขาจะมีเจ้าของได้อย่างไร และถ้าทุกคนคิดแบบนี้ไปบุกรุกและ ตัดต้นไม้ลง เพื่อไปทำสวนบนเขา ต่อไปถ้ามีน้ำหลาก ก็จะมีทะเลโคลนภาค 2 น่ะสิ ปรากฏว่า ป้าเจ้าของร้านตอบไม่ได้ ส่วนในเรื่องของท่อน้ำที่มากมายได้ความว่า ทุกคนต่อน้ำลงมาที่สวนตัวเองหมด ผู้บริหารท้องถิ่นไม่ได้บริหารจัดการในเรื่องนี้ แทนที่จะเป็นคนกลางบริหารจัดการใช้ท่อใหญ่และเดินเข้าทุกสวน จะได้เสียค่าใช้จ่ายในคราวเดียวและมาเฉลี่ยค่าใช้จ่ายกัน น่าเสียดายครับ คีรีวงในวันนี้....
- บล็อกของ อ้วน
- อ่าน 12241 ครั้ง

ความเห็น
คนคีรีวง
8 เมษายน, 2011 - 17:35
Permalink
ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ
ดงดม
7 เมษายน, 2011 - 20:27
Permalink
คีรีวง
เป็นอะไรที่น่าสนใจ เขาฟื้นสภาพมาได้ขนาดนี้ผมว่าเราน่าศึกษานะ
สร
7 เมษายน, 2011 - 22:38
Permalink
บ้านคีรีวง
เข้าไปหลายครั้ง แต่ไม่ได้ถ่ายรูป ปีที่แล้ว อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนและอ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เข้าเยี่ยมในหมู่บ้าน อ.เนาวรัตน์บอกว่า ข้อดีของคีรีวงที่ท่านเห็นคือ บ้านของชาวบ้านไม่มีรั้ว ไม่มีเซเว่นอีเลเว่น แกนนำสำคัญของหมู่บ้านที่พอรู้จักก็คือคุณสนธยา เป็นผู้ผลิตสบู่เปลือกมังคุดส่งนอก เป็นคนเก่ง ไม่เห็นภาพที่ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ คุณอ้วนลืมแวะหรือเปล่า
sorn07(แอ๊ด)gmail(ดอท)com
ดาวเรือง
8 เมษายน, 2011 - 03:20
Permalink
ได้ความรู้เพิ่มขึ้นแยะเลยค่ะ
อ่านแล้วสนุกดีค่ะ น่าจะมีการตอบต่อเนื่อง ผู้อ่านจะได้เข้าใจด้วย ติดตามอยู่นะคะ
เคยเห็นแต่มะขามแขกตอนตากแห้งแล้ว วันนี้ได้เห็นสดๆดิบๆเลย น่าจะซื้อมาตากแดดเองได้เนอะ
คนคีรีวง
8 เมษายน, 2011 - 17:27
Permalink
ขออญุญาติชี้แจงครับ
ผมยินดีต้อนรับทุกท่านที่ไปเที่ยว คีรีวง ครับ และยอมรับ คำวิจารณ์ ติ ชม ของทุกท่านครับ และ ผมเป็นคนหนึ่งที่เกิดที่ คีรีวง ผมอยากชี้แจง ให้ทุกท่านทราบว่า คน คีรีวง บางส่วนเค้าคิดอะไร อาจจะไม่ใช่ทั้งหมด แต่ก็เป็นส่วนใหญ่
พวกผมโดนรุม โดนคาดหวัง โดนหาประโยชน์ โดนคนอื่นเขียนประวัติศาสตร์ให้
ผมจะเล่าให้ฟัง ผมฟังมาจาก คนเฒ่า คนแก่
ถามว่า คนคีรีวงมาจากไหน(สมัยก่อน) ผมตอบว่า ผมไม่ทราบ ชีวิตผม จำได้แค่ทวดของผม ซึ่งผมอายุไม่เกินหกขวบในขณะนั้น ผมไม่สามารถจำเรื่องราวได้ทั้งหมด แต่ในขณะที่ เอกสารบางอย่าง บอกว่าคน คีรีวง มาจากเจ็ด ตระกูล อันนี้ผมอยากจะบอกว่านามสกุล มีใช้ในรัชกาลที่ห้า ประมาญ ร้อยยี่สิบกว่าปี แต่คน คีรีวง อยู่ที่นี่มา สามร้อยกว่าปี (ดูได้จากขนาดของต้นผลไม้) ในขณะที่ คนคีรีวง ไม่รู้ แต่ คนนอกรู้ แล้วเขียน บางคนบอกว่า เป็นไพร่หนีนาย ซึ่งอันนี้ ผมก็ไม่รู้ จะถามคนแก่ๆ ก็ตายกันไปหมดแล้ว ผมเคยตั้งคำถาม กับ คนเขียนว่า คุณรู้จัก บรรพบุรุษของคุณดีแล้วยัง ถึงได้มารู้เรื่อง บรรพบุรุษพวกผม เค้าไม่ตอบผม สรุป ว่าคนคีรีวง สมัยก่อน ก็ไม่รู้ว่าตัวเองมาจากไหน เพราะ ไม่ได้บันทึก และไม่จำเป็นต้องบันทึก
ชาว คีรีวง ไม่ได้คาดหวัง กับคนนอก ไม่ว่าหน่วยงานราชการ หรือ เอกชน เพราะ บรรพบุรุษ พวกผม ทำกันเอง อาจจะมีบางส่วน ที่เป็นหน้าที่ ที่เข้าไปช่วย
เช่นการทำถนน พวกเราต้อง คดข้าวห่อ มาขุดถนน ขุดจาก คีรีวง ออกมาข้างนอก มาหาถนนดำ อันนี้คนแก่เล่าให้ผมฟัง
สมัยก่อน พวกเรา ใช้เรือ เรียกว่า เรือเหนือ ขนผลหมากรากไ้ม้ มาแลกข้าวแลกเกลือ กับ พวกนอกคือปากพนัง หัวไทร วันนี้เรือเหนือ หายไป เกือบห้าสิบปี เพราะมีถนน และลำคลองตื้นเขิน จากวาตภัย ปี 2505 (ยังมีเรือเหนือ อยู่หนึ่งลำ ไว้ที่วัดคีรีวง สร้างโดยกลุ่มเรือเหนือ เมื่อสี่ปีที่แล้ว ไปชมได้)
คนคีรีวง มีวัฒนธรรม แนวคิด เป็นของตัวเอง มีวิธีจัดการปัญหาของตัวเอง เราไม่ได้คิด ว่าเราจะเป็นต้นแบบให้ใคร จะเป็นตัวอย่างให้ใคร พวกเราแค่ทำเพื่อเอาตัวรอดของพวกเรา ในภูมิประเทศแบบนั้น สถานการณ์แบบนั้น แต่ คนนอกมาเห็น แล้วคิดว่าดี แล้วเอาเราไปพูด ไปบอกต่อ เหมือน เป็น หมู่บ้านที่ วิเศษ จริงๆแล้วเรา ก็มีปัญหาของเราที่ต้องแก้ไขอยู่เหมือนกัน คีรีวงเสื่อมมั๊ย ผมขอบอกว่า เสื่อม แต่เสื่อมช้าหน่อย เมื่อเทียบกับที่อื่น สรุป คนนอก สื่อ เป็นคนพูดว่า เราดี เราเป็นต้นแบบ เราไม่ได้พูดเอง
จากความเป็นเรา ชาวคีรีวง ถูกคาดหวัง จากผู้คน ข้างนอก ซึ่งเราทำให้ถูกใจทุกคนไม่ได้ เราเป็นชาวสวน เราไม่ได้เป็นนักธุรกิจท่องเที่ยว เราเป็นชาวบ้าน เราไม่มีงบประมาญ มาทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยว เพราะเราเป็นชาวสวน คีรีวงไม่ใช่ ปาย คนที่ไปท่องเที่ยวคาดหวังกันเอาเอง
ผมอยากยกตัวอย่าง ป้ายทางเข้า คีรีวง มีมากมาย ไม่รู้หน่วยงานไหน ต่อ หน่วยงานไหน ติดกันเต็มไปหมด ติดกันจนตาลาย ติดเพื่อเอางบประมาญ ติดเพื่อโชร์นาย ติดเพื่ออยากมีส่วนร่วม...บ้าจริงๆเลอะเทอะ แล้วจะมาว่าคน คีรีวงได้อย่างไร
ผมจำได้ มีคนไปดูงานที่ คีรีวง เยอะมาก เป็นมา เกือบ ยี่สิบปี ลองนึกดู เกือบทุกวัน ที่คนไปดูงาน กรรมการหมู่บ้าน ผู้ใหญ่ กำนัน ชาวบ้าน ต้องมาจัดคิวเพื่อ บรรยายสรุป มาอธิบายนักท่องเที่ยว พาไปชม พาไปดู ต้องจัดกับข้าว กับปลาอาหารให้ งานการ สวนผลไม้ของตัวเอง แทบไม่ได้ไปดูแล เรามีรายได้จากการทำสวน เราไม่ได้มีเงินเดือน เราไม่มีรายได้จากการท่องเที่ยว เราแค่ขายอาหาร ขายของกิน ขายของฝากนิดหน่อย ซึ่งมันไม่ใช่รายได้หลักของคนคีรีวง โดยส่วนใหญ่ แต่เราก็อดทน พยายาม ทำให้ดีที่สุด จนวันนี้
ทุกท่าน ลองนึกดู ถ้ามีเพื่อนที่คุณไม่รู้จัก ไม่เคยเจอ ไปเยี่ยมบ้านท่านทุกวัน ต้องเลี้ยงกาแฟ เลี้ยงน้ำ เลี้ยงข้าว ซักเดือนหนึ่ง ลองดูครับ คุณจะทนไหวมั๊ย
เค้าว่า ว่า คีรีวง อากาศดีที่สุดในประเทศไทย จริงเท็จ เราไม่รู้ เราไม่ได้ตรวจเอง แค่รู้ว่าเค้ามาตรวจ แล้วเค้าว่าดี ถึงเราจะสืดมันทุกวัน เราก็ไม่รู้ เราไม่มีปัญญาซื้อเครื่องตรวจอากาศ ถึงมีเงินซื้อเราก็คงไม่ซื้อ เพราะไม่รู้จะตรวจไปทำไม อากาศมันเป็นแบบนี้ ตอนผมเด็กๆดีกว่านี้อีก
เค้ามาตรวจอากาศที่ คีรีวง แต่ นายอำเภอ ไปจัดงานอากาศดีที่สุด ไปจัดกิจกรรม ที่น้ำตกกระโรม เขาแก้ว คนล่ะตำบล คนล่ะหมู่บ้านกันเลย.....คิดอะไรอยู่ ทำไมไม่จัดที่ คีรีวง
ถ้าอยากจัดที่ เขาแก้ว หรือน้ำตกกระโรม ก็ให้เค้ามาตรวจ ที่ เขาแก้ว และน้ำตกกระโรมสิ ถ้าใช่มันก็ใช่ ภ้าไม่ใช่ มันก็ไม่ใช่ เราไม่ได้มีรายได้ จาก อากาศดีที่สุด เรามีรายได้จากสวนสมรมของเรา แค่เราไม่ชอบ คนที่ฉกฉวยผลประโยชน์
อย่างที่ผมบอก คนนอกคาดหวังกับเรา แต่เรา ไม่ได้คาดหวังกับคนนอก
อย่างเจ้าของบล็อค พูดเรื่องท่อน้ำ ผมเข้าใจครับ ผมก็ไม่ชอบ แต่จะให้เราเอางบประมาญขนาดไหน มาฝังท่อ แบ็คโฮ กี่ตัวเพื่อมาขุด พอขุดก็หาว่าทำลายธรรมชาติอีก และเราเป็นชาวบ้าน เราไม่มีงบประมาญขนาดนั้น พอน้ำมามันก็ไปอยู่ดี วางข้างบนน่ะดีแล้ว น้ำมาก็ฟันทิ้ง น้ำหยุดก็ซื้อมาต่อใหม่ในส่วนที่ฟันทิ้งไป เราต้องการเอาน้ำมาใช้ เราไม่คิดว่า คนที่ไปเห็นจะไม่พอใจ
ทีนี้มาเรื่องตัดไม้ ถางป่า เรายอมรับว่าเราตัดไม้ และถางป่า ในสมัยก่อน ถางป่าเพื่อทำสวนสมรม สวนสมรมที่นักวิชาการว่าดี ดีกว่าปลูกพืชเชิงเดียว เช่นยางพารา หรือปาล์ม สวนสมรมที่มีผลไม้เลี้ยงพวกผมมา ได้เรียนหนังสือ ได้อาชีพ เลี้ยงครอบครัว อย่างการตัดไม้ ในรูป คือไม้ ที่ปู่ย่าตาทวด ปลูกเอาไว้ให้ลูกหลานได้เอามาสร้างบ้าน ไม่ใช่ไปตัดไม้ในป่า เราตัดไม้ในสวน และการตัดก็ต้องอณุญาต ทางป่าไม้ และฝ่ายปกครอง ผิดหรือ ถ้าเราตัดไม้ที่ทวดเราปลูกเอาไว้ไปสร้างบ้าน หรือเอาไปขาย เพื่อเอาเงินมาซื้อข้าวกิน เราทำนาเองไม่ได้ ถ้าเราปลูกข้าวกินเองบนภูเขา ภูเขาจะโล้นไปหมดแล้ว
ในปี 2517 กรมอุทยาน ขีดเส้นว่า คีรีวง อยู่ในเขตอุทยาน ทั้งที่เราอยู่มา สามร้อยกว่าปี ใครผิด ใครรุกที่ใคร วันนี้เราแก้ปัญหาโดยโฉนดชุมชน เพราะขี้เกียจทะเลาะกับกรมอุทยาน โฉนดชุมชนที่เราคิด เป็นต้นแบบที่จะนำไปใช้กับที่อื่น ที่มีปัญหาแบบเดียวกันอีก เราเป็นต้นแบบอีก ทั้งๆที่เราไม่ได้คิดอะไร มากไปกว่าการแก้ปัญหาของเราเอง
อย่างขยะโดยส่วนใหญ่ คนที่ทิ้งก็คือนักท่องเที่ยว ที่เข้ามาเที่ยว แล้ว พวกเราต้องเก็บกวาด เราเก็บไม่ทัน ก็หาว่า คีรีวงมีขยะ เราไม่ได้มีเงินเดือนจากการเก็บขยะ เราไม่ใช่พนักงานเทศบาล แค่เราทำตามหน้าที่ของเรา
บางคน บางหน่วยงาน ก็เข้าไปเสนอโน่น เสนอนี่ หยุดเถอะครับ ให้เราได้ใช้ชีวิตในแบบของเราเถอะครับ ท่านเอาความคิด ไปพัฒนาบ้านเกิดตัวเองก่อนเถอะครับ บ้านเกิดของท่านดีแล้ว ค่อยมาช่วยพวกเรา พวกเราอยากได้อะไร แล้วเราทำไม่ได้ เราจะบอกท่านเองครับ
หวังว่าเจ้าของบล็อคคงไม่ลบ และผมยอมรับ ในความคิดของทุกคน มีเรื่องอยากเล่า อยากระบายอีกเยอะ วันนี้ขอแค่นี้ก่อนครับ
ขอบคุณทุกท่านที่อ่าน ท่านใด สงสัย อยากถาม @ มาที่ keereewong01@gmail.com
เจ้โส
8 เมษายน, 2011 - 18:05
Permalink
คนคีรีวง
ตัวเจ้เองอยู่นครศรีฯ ค่อน ๆ ไปทางปากพนัง ตอนเด็ก ๆ (...เป็น สว. ต้องเล่าความหลังซะหน่อย ) พ่อ แม่ ย่า แม่เฒ่า ก็เล่าให้ฟังบ่อย ๆ ว่าคนเหนือ (คงจะหมายถึง คนคีรีวง) ขนผลหมากรากไม้ใส่เรือแจว เรือพาย มาแลกข้าว แลกน้ำผึ้งจาก เป็นประจำ แต่รุ่นเจ้ไม่เคยเห็นบรรยากาศแบบนั้นได้แต่ฟังคนเฒ่า คนแก่เล่ามาอีกที ถึงตอนนี้ก็มีญาติ ๆ ไปเป็นเขยเป็นสะไภ้แถวคีรีวงหลายคน ยอมรับว่าคีรีวง เป็นชุมชนที่พึ่งพาตนเองเป็นแบบอย่างที่ชุมชนอื่นน่าจะเอาเป็นตัวอย่าง
หวังว่า...... บ้านสวนพอเพียง ..... จะช่วยเป็นตัวเชื่อมความเข้าใจระหว่างคนในคีรีวงและคนนอกคีรีวง ได้บ้างไม่มากก็น้อย (หวังอีกแระ)
garden_art1139@hotmail.com
คนคีรีวง
8 เมษายน, 2011 - 20:05
Permalink
ขอตอบครับ
ยินดีรับฟังทุกความเห็นครับ
เจ้โส
8 เมษายน, 2011 - 18:08
Permalink
คนคีรีวง
ตัวเจ้เองอยู่นครศรีฯ ค่อน ๆ ไปทางปากพนัง ตอนเด็ก ๆ (...เป็น สว. ต้องเล่าความหลังซะหน่อย ) พ่อ แม่ ย่า แม่เฒ่า ก็เล่าให้ฟังบ่อย ๆ ว่าคนเหนือ (คงจะหมายถึง คนคีรีวง) ขนผลหมากรากไม้ใส่เรือแจว เรือพาย มาแลกข้าว แลกน้ำผึ้งจาก เป็นประจำ แต่รุ่นเจ้ไม่เคยเห็นบรรยากาศแบบนั้นได้แต่ฟังคนเฒ่า คนแก่เล่ามาอีกที ถึงตอนนี้ก็มีญาติ ๆ ไปเป็นเขยเป็นสะไภ้แถวคีรีวงหลายคน ยอมรับว่าคีรีวง เป็นชุมชนที่พึ่งพาตนเองเป็นแบบอย่างที่ชุมชนอื่นน่าจะเอาเป็นตัวอย่าง
หวังว่า...... บ้านสวนพอเพียง ..... จะช่วยเป็นตัวเชื่อมความเข้าใจระหว่าง คนในคีรีวง และ คนนอกคีรีวง ได้บ้างไม่มากก็น้อย (หวังอีกแระ)
garden_art1139@hotmail.com
คนคีรีวง
8 เมษายน, 2011 - 19:11
Permalink
ขอตอบครับ
เรือเหนือ ไม่ใช่เรือแจว หรือเรือพายน่ะครับ เรือเหนือ คือ เรือเหนือ โครงสร้างจะต้องแข็งแรง เพราะต้องปะทะกับหิน ตอนขาลงก็จะล่องลงมา โดยใช้ไม้ถ่อ แจว และ พายร่วมกันเป็นตัวบังคับ
ขากลับ สวนน้ำ ถ่ออย่างเดียวครับ มีตัวอย่างอยู่ที่วัด คีรีวงครับ ไปดูได้ครับ ขอบคุณครับ
อ้วน
8 เมษายน, 2011 - 18:58
Permalink
คนคีรีวงครับ
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณสำหรับข้อมูล ของหมู่บ้านคีรีวงครับ ผมเองเข้าไปในฐานะนักท่องเที่ยว ในสายตาแรกที่เห็นคือ สมาชิกในกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ จำนวนมาก นั่นแสดงให้เห็นว่าผู้นำชุมชนที่นี่เข้มแข็ง สามารถรวมตัวกันได้เป็นอย่างดี เป็นการดีด้วยซ้ำไปครับที่เรามาแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เพียงแต่สิ่งที่เห็น ผมก็นำมาเล่าสู่กันฟัง ตามข้อเท็จจริง มิได้มีเจตนาร้ายต่อชาวคีรีวง อย่างกรณี ท่อประปาก็ตาม อย่างที่ผมแสดงความเห็นตั้งแต่ต้นว่า หากทุกบ้านมาทำร่วมกันย่อมจะลดค่าใช้จ่ายลงไปได้ ส่วนเรื่องการตัดไม้ในที่สวนสมรม ก็เป็นเรื่องที่ผมห่วงใยเท่านั้นครับว่า หากตัดกันจำนวนมาก ต่อไปถ้าเกิดอุทกภัย ย่อมจะได้รับความเสียหายมากครับ อย่างไรก็ตาม หากว่าความเห็นของผม ทำให้เกิดความเสียหายต่อชาวคีรีวง ผมก็ขออภัยมา ณ.ที่นี่ด้วยครับ ส่วนที่ทางท้องถิ่นท่าน หากไม่ต้องการรับความช่วยเหลือจากทางราชการ ก็น่าจะนำเสนอไปได้น่ะครับ ขอบคุณครับ.
ชีวิตที่เพียงพอ ย่อมมาจากชีวิตที่พอเพียง
หน้า