ขอถามผู้รู้ทุกท่านค่ะ...(ช่วยให้ความรู้หน่อยนะค่ะ)

คือว่าพอดีกำลังจะไปเข้าค่ายอะค่ะ เป็นค่าย "เยาวชนพอดี โรงเรียนพอเพียง" ค่ะซึ่งค่ายนี้จะไปช่วยหมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดพะเยา ซึ่งหมู่บ้านแห่งนี้มีโครงการอย่างหนึ่งของหมู่บ้านคือโครงการธนาคารจุลินทรี ซึ่งค่ายเราจะเข้าไปช่วยในการดำเนินงานตั้งแต่การวางรากฐานจนถึงขั้นการโชว์ผลงานโดยมีเงินสนับสนุนเพียงแค่ 50,000บาทในการดำเนินการซึ่งรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด(ไม่รวมค่าอาหารของพวกเรา)แต่หมู่บ้านแห่งนี้มีปัญหาหลายด้านซึ่งเป็นด้านสำคัญคือ

1.แหล่งน้ำในหมู่บ้านแห่งนี้มีอ่างเก็บน้ำเป็นของตัวเองซึ่งใช้ร่วมกัน 3 หมู่บ้านแต่น้ำลดระดับลงไปมากและบริเวณโดยรอบมีขยะซึ่งเป็นอันตรายต่อแหล่งน้ำ ทำให้สารพิษผสมอยู่ในน้ำ หมู่บ้านแห่งนี้จะปล่อยน้ำจากอ่างเดือนละ 2 ครั้ง ส่งไปยังคลองในหมู่บ้านเพื่อให้คนในชุมชนนำไปใช้ในการเกษตร ซึ่งปัญหาที่อยากได้คำปรึกษาก็คือ ถ้าจะต้องการแก้ปัญหาสารพิษในน้ำจะต้องทำอย่างไรค่ะ

2. หมู่บ้านแห่งนี้ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการเกษตร ปลูกข้าว(เฉพาะพันธุ์พิษณุโลกทั้งหมู่บ้าน) ผลไม้คือ แตงโม ฟักทอง แคตาลูป และเลี้ยงสัตว์ ซึ่งปัญหามีอยู่ว่าข้าวที่ชาวนาปลูกนั้นมีหอยเชอรี่กะปูมากัดกินต้นข้าวทำให้ต้นข้าวเสียหายเป็นจำนวนมาก เกษตรกรจึงใช่สาร "โนวา" ในการกำจัดหอยและปูแต่สารนี้มีอันตรายต่อน้ำแม้มันจะทำให้หอยกับปูตายแต่สัตว์อื่นเช่นวัวซึ่งลงมากินน้ำนั้นก็ตายเหมือนกัน แต่ชาวบ้านบอกว่าไม่มีอันตรายต่อข้าว แต่เท่าที่เห็นข้าวออกรวงมาไม่สวยเลยและขึ้นเป็นหย่อมๆ (ชาวบ้านบอกว่าข้าว 1 ไร่ได้ไม่ถึง 1ตัน) อยากถามว่าจะมีสารตัวไหนที่สามารถกำจัดหอยและปูไม่ให้ลงมากัดกินต้นข้าวได้บางค่ะ

3. ผลไม้ของหมู่บ้านแห่งนี้ที่มัปัญหาคือแตงโม แต่แตงโมของหมู่บ้านนี้เค้าบอกว่าสามารถปลูกในที่ดินที่ปลูกครั้งแรกได้แค่ครั้งเดียวไม่สามารถปลูกในครั้งต่อไปได้จึงต้องย้ายไปปลูกที่ใหม่ จะมีวิธีแก้ไขปัญหามั้ยค่ะ

4. เราจะทำธนาคารจุลินทรีแต่เรามีเวลาในการทำค่ายเพียงแต่ 7 วันเท่านั่น ซึ่งตัวจุลินทรีที่จะต้องทำใช้เวลาในการหมักนาน จะมีจุลินทรีตัวไหนี่ใช้เวลาไม่นานมั้ยค่ะ 

 

ปัญหาใหญ่ๆคงมีเพียงเท่านี้ยังไงขอให้ผู้ที่นี้ความรู้มาช่วยตอบปัญหานี้หน่อยนะค่ะ

มีเพิ่มเติม  1.ใช้ใบมะละกอวางใว้ในนาข้าว หอยเชอรี่มันจะมาจับจำนวนมาก


แล้วให้เก็บไปทิ้งที่อื่น


2.ใช้ใบกล้วย ก้าน(กล้วยเล็บมือนาง)ใส่ใว้ในนาข้าว หอยจะหนีไป


3. ใช้สารคอปเปอร์ซัลเฟต (จุนสี) อัตรา 1 กก/ไร่ ละลายนำฉีดพ่น สามารถกำจัดได้ภายใน 24 ช.ม. หอยจะตาย


4. ใช้หัวกลอยสดหั่นเป็นแผ่นบางๆนำไปโรยในแปลงนาที่มีหอยระบาด หอยกินเข้าไปจะตายภายใน 3 วัน อัตราใช้ 5 กก ต่อ 1 งาน (20กก/ไร่)


ปูที่อยู่ในนาจะตายเหมือนกันมั้ยค่ะ

อย่าไปกำจัดเขาเลยปูนาอ่ะ เอามาทำลาบปูกินดีกว่า :uhuhuh:

EAKAPONG_36@hotmail.com Tel 087 959 9004

ข้อ 1 . การแก้ปัญหา ต้องแก้ ที่ต้นเหตุ ถ้าแก้ที่ปลายเหตุ ยังงัยก็ไม่จบ .... ปัญหา มาจาก ขยะ ซึ่งเป็น พิษ เราก็ต้องกำจัดขยะ ก่อน แล้วจึงค่อย บำบัด น้ำ ทีหลัง แต่ถ้าไม่สามารถกำจัดขยะได้ ในเรื่องของการบำบัด ก็คงจะทำได้ยาก  ส่วนเรื่องวิธีการบำบัดนั้น ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของการใช้ จุลินทรีย์ ชีวภาพ เหล่านี้ แต่จะใช้เวลานานแค่ไหน อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับ สภาพของน้ำที่เป็นอยู่


ข้อ 2 . จริง ๆ แล้วเจ้าหอยเชอรี่นี่มีประโยชน์  นะครับ ลองหาวิธี การจับ แล้ว นำมาหมัก ทำปุ๋ย น้ำ สิครับ คุณภาพ ที่ออกมา เคยได้ยินว่า พอๆ กับ ปุ๋ยหมักจากปลาเลย ไม่ต้องฆ่าทิ้งไปเปล่า ๆ โดยไม่ได้ประโยชน์ อะไร


ข้อ 3 . ผมไม่มีความรู้เรื่องการปลูกแตงโม แต่เดา ว่า ถ้าปลูกซ้ำไม่ได้ น่าจะมีโรคชนิดใด ชนิดหนึ่ง ที่อยู่ในดิน ลองปลูกพืช ตระกูลถั่วคั่น แล้ว ทำการบุงรักษา ดิน ด้วยการใช้ ปุ๋ยจุลินทรย์ชีวภาพ สักระยะ ลองดูครับ


ข้อ 4 . ไม่มีความรู้เรื่องการธนาคาร อีกเหมือนกัน แต่ในเรื่องของ จุลินทรย์ เวลา แค่ 7 วัน ถ้าไปนับ 1 ที่ค่ายเลยผมว่าไม่น่าจะทัน ลองหาวิธีการ หมักจุลินทรีย์ ให้พร้อมใช้งานก่อนถึงวันออกค่าย เพื่อนำไปใช้ได้เลย ส่วนเวลาในค่าย ก็ฝึก และ แนะนำวิธีการหมัก ให้เค้าครับ


เป็นการเดาตอบ ผิดถูก ก็ขออภัยไว้ด้วยนะครับ เผื่อเป็นประโชน์ได้บ้าง

เมื่อรู้สึกว่ากำลังแย่ จงให้กำลังใจตัวเอง ด้วยการคิดว่า "ยังมีคนอื่นที่แย่กว่าเราอีก"

กลุ่มของพวกเราก้จะทำให้ดีที่สุดละค่ะ ^^

แต่เท่าที่ไล่ แล้วก็ แจกแจงปัญหามาน่ะ

แต่ล่ะอย่างล้วนเป็นปัญหาระดับชาติ เลยนะคับเนี่ย

 

ผมว่า ถ้าอยากให้ค่ายประสบความสำเร็จจริงๆ

ควร scope  โครงการลงบ้างก็ดีนะคับ เท่าที่ดูแค่ทำบางหัวข้อให้ สำเร็จลงได้ ก็ถือว่าเป็นผลงานระดับชาติได้แล้วนะคับ

 

นอกจากนั้น แต่ล่ะหัวบางอย่างต้องอาศัย

- เงินทุน  ( การสร้างสภาพแว้ดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับเก็บขยะแ้ล้วไม่ให้เกิดการรั่วไหล หรือแพร่ขจาย ) แล้วก็พฤติกรรมของคนในท้องถิ่น ( เช่น การรั่วไหลของ สารพิษ จากขยะ ถ้าจะทำจริงๆ ต้องเริ่มตั้งแต่าการคัดแยกขยะ การจัดเก็บ ต้องมีวัสดุีรองรับ ไม่งั้นถ้าเอาไปทิ้งเฉยๆ ยังไง ก็ต้องมีการ ซึมหรือ รั่วไหล ของสารเคมี อยู่ดี ลงดินก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นก็ แพร่ขจายไปตามทางน้ำอยู่ดี คับ )

 - บางหัวหัวต้องอาศัยแรงจูงใจ ของคนในพื้นที่ในการปรับเปลี่ยนพฤษติกรรม

 - บางหัวข้อต้องการศัยการ วิจัย แล้วก็ ผลการทดลองที่ใช้ได้จริงๆ ( เช่นการปลูกแตงโม )

แฮะๆ เยอะมากไม่เขียนต่อดีกว่า เหมือนจะน้ำๆ

สรุปสำหรับความเห็นผม ผมว่าหัวข้อ มันเยอะ ไปสำหรับเรื่องทือยากจะทำ สำหรับ งบประมาณแล้วก็ เวลาแ่ค่นั้น จำกัดหัวข้อลงก็ดี โอกาสประสบความสำเร็จของโครงการจะมีมากขึ้นน่ะคับ ส่วน รายละเอียดการแก้ไขปัญหาต่างๆ ลองๆ หารายละเอียด หรือ ผลงานการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ พวกนี้ดูจากเน็ต หรือ หน่วยงานต่างๆ ( น่าจะมีเยอะ เพราะว่าปัญหาพวกนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ สำหรับชุมชนเลย )

 

ยังไงก็รอผู้รู้ มาให้ข้อมูลอีกเหมือนกันนะคับ น่่าสนใจดี

อย่างที่คุณบอกมาก็ถูกค่ะ เรื่องทั้งหมดนี้เป็นปัญหาระดับชาติได้เลย และเราเป็นเพียงแค่กลุ่มนักศึกษาเล้กๆซึ่งไม่มีความรู้ทางด้านเกษตรเลยสักนิด มีเพียงแค่จิตอาสาที่ต้องการเข้ามาช่วยคนในชุมชนแก้ไขปัญหานี้ไปให้ได้ ตอนนี้เราก็ทำได้เพียงแค่ศึกษาค้นคว้าเพื่อให้ได้ข้อมูลมากที่สุดอะค่ะ 

1.การกำจัดสารพิษต่างๆต้องให้ชุมชนเขาคุยกันโดยให้จัดการที่ทิ้งโดยเฉพาะ ส่วนที่มีปัญหาอยู่ก่อนแล้วเราแก้เอาโดยใช้จุลินทรีย์ท้องถิ่นบำบัดเราต้องสอนให้เขาทำ


,3.,4. ใช้จุลินทรีย์ท้องถิ่นช่วยได้แน่นอน


 


วิธีการทำจุลินทรีย์ท้องถิ่น 1.ใช้ข้าวสาร 1 กก.หุงให้สุกแล้วปล่อยทิ้งไว้ให้เย็น


2.นำข้าวที่สุกแล้วใส่กระบะไม่หรือพลาสติกก็ได้ขนาดประมาณกว้างยาว 1ฟุต


3.แล้วใช้กระดาษขาวปิดแล้วปิดด้วยถุงพลาสติกอีกที่แล้วมัดให้แน่น


4.นำไปไว้ใต้กอไม้ไผ่ที่อยู่บริเวณหมู่บ้านนั่นแหละถ้าไม่มีต้นไม้อะไรก็ได้ที่รกๆ


5.ทิ้งไว้ 5วันจะได้จุลินทรีย์ท้องถิ่นแต่จะต้องขาวเป็นปุยฝายนะสีอื่นไม่เอาถ้ามีสีอื่นให้ตักออก


6.หลังจากได้จุลินทรีย์ท้องถิ่นแล้วให้นำจุลินทรีย์ที่ได้มาเพาะเลี้ยงโดยใช้น้ำตาลทรายแดงหรือน้ำผึ้งก็ได้ 1กก.และน้ำ 20ลิตรผสมในถังที่มีฝาปิดให้เข้ากันทิ้งไว้ 3 วันขึ้นไป


ก็จะได้ตัวเจ็บมาใช้แล้ว วิธีใช้ก็ผสมน้ำตามอัตราส่วน 1/20 (ลิตร) หัวเชื้อสามารถต่อเลี้ยงไปได้เรื่อยๆหมดอายุเมื่อโดดแสงแดดจัดๆเพราะฉนั้นต้องเก็บรักษาไว้ในที่ร่มเท่านั้น


7.จุลืนทรีย์ในแต่ละท้องถิ่นจะไม่เหมือนกันบางที่เราเอาจากที่อื่นไปไม่สามารถช่วยได้เพราะฉนั้นเราต้องใช้ของที่เขามีอยู่นั่นแหละมาห้ำหั่นกันเอง


ส่วนหอยเชอรี่ใช้ต้นมะละกอตัดหัวท้ายแล้วโยนลงไป 2-3วันก็ยกมาเททำปุ๋ยหมักอย่างที่ สมช.เราว่า


 

วิธีทำนี้น่าสนใจเลยทีเดียวค่ะ ไม่น่าจะยากเกินไป ตอนนี้อยากนำของที่มีในชุมชนมาใช้ให้มากที่สุดและไม่อยากเสียเงินเพื่อไปซื้อจุลินทรีแพงๆมาใช้ค่ะ

แต่หมู่บ้านแห่งนี้มีปัญหาหลายด้านซึ่งเป็นด้านสำคัญคือ...

ปัญหาที่ผมมองเห็นว่าสำคัญคือ

องค์ความรู้ในตัวของผู้ที่จะไปแก้ปัญหาครับ

(ข้อเสนอแนะ หรือคำแนะนำ)

เนื่องจากว่า ผมค่อนข้างจะแก่กว่าเพื่อน ผ่านงานมาก็ไม่มากไม่น้อย จึงขอเสนอแนะว่า (แล้วอย่าโกรธกันนะครับ หวังดีจริงๆ) ก่อนที่จะไปแก้ปัญหาให้ชาวบ้าน ผู้ทำโครงการนี้ ควรจะมีองค์ความรู้ในด้านนี้สักหน่อยก่อนครับ หากไม่เคยลงมือทำอะไรมาเลย คงจะยากครับ

หน้า