เที่ยวสวนผลไม้ อินทรีย์
ทำงาน อย่างเดียวก็ปวดหัวเลยต้องหาเวลาเอาหัวออกจากงานบ้าง ครับ ผมนั้นก็ใช้วิธีเขียนบล็อกคุยหาเพื่อนกันนเวปผ่อนคลายจิตใจกันไป อีกอย่างที่ชอบทำถ้ามีเวลาว่างตรงกันกับเจ้ หรือ คุณป้า คือไปสวนผลไม้ และขนซื้อมากินครับ ใครที่จำบล็อก ผลกระบองเพชรได้ สวนนี้คือ สวนอินทรีย์ที่ผมไปซื้อ ผลไม้แบบเก็บเองและขอ เก็บกระบองเพชรมาฟรีๆครับ ยังไงใครไม่ได้ไปเที่ยวไหนวันนี้ ผมขออาสาพามาแนะนำสวนนี้ให้ ดูกันเพลินๆครับ
ภาพแรกเป็นลานจอดรถ ขั้นตอนการซื้อขายก็ ง่ายๆครับ บอกเจ้าของสวนว่ามาเก็บผลไม้ คุณลุงเขาก็จะให้ กระป๋องมา เราก็ ถือ กระป๋องไป เก็บผลไม้เอาในสวน จะเอาอะไรเท่าไหร่ก็ไปเก็บจากต้นเอาเอง เก็บได้มาก็เอามาช่างน้ำหนักดูครับ ผลไม้ทุกอย่างราคากิโลละเก้าสิบบาท ลูกเล็ก ลูกใหญ่ ผลไม้อะไรราคาเท่ากัน ซึ่งถือว่าถูกมากๆ ใครไม่ชอบเก็บเอง ก็ ซื้อที่เขาเก็บไว้แล้วในห้องเย็นได้ครับ ราคาจะแพงกว่า ที่เก็บเองหกสิบ ถึงเก้าสิบ บาทต่อกิโลครับ ผมนั้นมาถึงสวนแบบนี้แล้วต้องเก็บเองนะครับ สวนที่นี่ ที่มีให้เก็บเองมีไม่กี่สวนครับ ของคุณลุงเป็น หนึ่งในนั้น
สถาณที่ตั้งของสวน ห่างจากตัวเมืองไป สี่สิบห้านาทีโดยรถยนต์ ขึ้นไป บนเขาครับ ห่างจากบ้านผม สามสิบ นาทีโดยรถยนต์เหมือนกัน บนเขาดินจะดี และ หนาวมากกว่า แนวชายฝังทะเลที่ผมอยู่ครับ บนเขาปลูกผลไม้ได้ดีมาก สวนของลุงท่านนี้เป็นสวนเกษตรอินทรีย์ แบบที่ลุงเปิดให้เก็บเองนี้ ดินในสวนไม่มีใบรับลองว่าเป็นดินอินทรีย์ ส่วนที่คุณลุงทำอินทรีย์จริงๆ จะกั้นไว้ ต่างหากเพราะ ส่วนนั้นของสวนลุง ได้ใบรับลองดินอินทรีย์ด้วย ซึ่งต้องขับรถเขาไปอยู่ในเขตที่ สวนเกษตรอินทรีย์ของเขตนี้ตั้งรวมกันอยู่ ถ้าใครจะซื้อผลไม้อินทรีย์จริงๆ คุณลุงมีบริการแบบที่เก็บเอาไว้แล้ว ราคาไม่แพงครับ ผมขอแนะนำเรื่อง คำจำกัดความของอาหารอินทรีย์ ของที่นี่เล็กน้อย ตามความรู้ จากการอ่านและ ถามมานะครับ ซึ่งอาจไม่ถูกร้อยเปอร์เซนท์ พืชผัก หรือ เนื้อ ที่จะขาย เป็น อาหารอินทรีย์ของที่นี่ได้นั้น ต้องไม่ใช้สารเคมีเลย รวมถึงสารเคมีตกค้างในดิน และ อากาศ ด้วย ดั้งนั้นใครจะทำ ผักผลไม้อินทรีย์ ต้องไปขอใบประกาศแล้วเขาจะมาเช็ด ดิน เช็ค อากาศ เรื่อง สารตก ค้าง รวมถึง กรรมวิธี การปลูก เมื่อแน้จว่าไม่ใช้ สารเคมี เลยแล้ว ก็จะได้ ใบประกาศ ดังนั้น สวนอินทรีย์ จริงๆ จะ อยู่ในเขต ที่ทำ แต่เกษตรอินทรีย์ เหมือนกันไม่ป่นเปื้อนทั้งดิน ทั้ง อากาศ ตัวอย่างครับ ดินที่ผ่านการใช้ สารเคมีมานั้น ต้องทิ้งไว้ ยี่สิบปี ก่อนถึง จะตรวจสารตกค้างได้ เมื่อ ตรวจได้ แล้ว ว่าไม่มี สารตก ค้างจึงเริ่มปลูก พืชผัก หรือ เนื้อสัตว์ อินทรีย์ เป็นการต่อไป ดังนั้น เวลาผม ซื้อ อาหารพวกนี้ทาน ถ้าจะ อินทรีย์ จริงๆ จะดูตรารับลองครับ มาต่อเรื่องของสวนลุงครับ คุณลุงนั้น ทำ สวนอินทรีย์ แบบมีใบรับลองด้วย และ ไม่มีใบด้วย คือที่ให้ เก็บเองนี้ ถึงดินของคุณลุงจะเคยใช้ สารเคมีมาเมือ สิบกว่าปีก่อน และ สวนข้างๆ ก็ ยังใช้ สารเคมีอยู่ แต่ สวนลุงที่ให้เก็บเองนั้น ปลูกแบบไม่ใช้สารเคมีอะไรเลยครับ ทั้งปุ๋ยธรรมชาติ และสารฆ่าแมลงธรรมชาติ ที่จริงสวนสวนนี้ของ คุณ ลุง ทำแบบใช้ สารเคมี มาก่อน พอคุณลุงมาจับเกษตร ธรรมชาติอินทรีย์ เมื่อสิบกว่าปีก่อน คุณลุงก็ไม่ใช้ สารเลย หยุดมา เป็น สิบปี ถึงจะไม่ได้ ใบประกาศว่าเป็นผลไม้อินทรีย์ ผมก็ มั่นใจ กล้า ทาน แล้วครับ เคร่งมากก็ ปวดหัวครับเอาเป็นว่าปลูกไว้ไม่ใส่สารพิษผมก็เอาแล้วนะครับ แต่ต้องบอกไว้ก่อนเพื่อผู้รู้ท่านไหนมาแย้งจะได้เข้าใจตรงกัน ว่าสวนที่พาเที่ยวนี้ เป็นอินทรีย์ แบบไม่ได้ใบรับลอง ( ไม่ได้ใบรับลอง คำนี้ เป็นที่รู้กันครับในหมู่ผู้บริโภค อาหารอินทรีย์ ว่าไม่มีใบรับลองจะ หมายถึง ปลูกแบบไม่ใช้สารเคมีใดๆเลยเท่านั้น ไม่รวมสารตกค้างในดิน น้ำ อากาศ แม้แต่ผักในบ้านผม ก็ เป็น อินทรีย์ แบบไม่มีใบรับลอง เหมือนกัน)
เครียดมาก เล่ายาวเลยครับดูรูป กันดีกว่า ภาพด้านบน ปีนบันไดถ่ายภาพได้ภาพมุมสูงมาครับ เป็นสวนแอปเปิ้ล คุณลุงเลี้ยงไก่ไว้ในสวนผลไม้ครับในภาพด้านบนก็เห็นไก่ ที่สวนนี้ ขายไข่ และ ไก่เป็นๆ ด้วยครับ เอาไป ฆ่ากินกันเอาอีก อีกครั้งครับ คุณลุงไม่มีใบประกาศฆ่าสัตว์ คุณลุงฆ่าเอง แล้วขายเองจะผิดกฎหมาย ใครอยากทานไก่อินทรีย์ ต้องทำเอง ตัวละ สามร้อยบาท ซึ่งถูกมาก ผมซื้อ อยู่ ตัวละเกือบหก ร้อยครับในห้างอินทรีย์ แต่ก็ดีกว่าทานเนื้อสัตว์ แบบมีสารตกค้างมากมาย
แอปเปิ้ลที่เห็นเป็นพันธ์ ฟูจิ ครับ หวานกรอบ ไม่แฉะน้ำ เนื้อแน่นใช้บันได ปีนเก็บกันบนต้นเลยครับเลือกลูกใหญ่ๆ เก็บมือเบาๆ สดอยู่ได้ เป็นเดือนครับ ในอากาศหนาวๆ แบบนี้ ประทับใจแอปเปิลของคุณลุงมามากครับ หวานดีจริงๆ ไม่อมเปรียว อมฝาดเลยครับ หวานกรอบย้ำจริงๆเลยผม ผิวไม่สวยช่างมันครับ อันไหนแมลงเจาะ ก็เคะทิ้งๆไป
ลูกพลับด้านบนที่เห็น เป็นพันธ์ ทานนิ่มครับ เก็บจากต้น แล้ว เอามาตุ้นไว้ กิน ในหน้าหนาวครับ เก็บแข็งๆ มาทิ้งไว้จนนุ่ม แล้วก็ทาน วันละลูกสองลูก มี ความสุขมากครับ ทานแก้ ยากกินทุเรียนครับ พลับหวานจัดเหมือนทุเรียน เหมือนกันแต่ไม่มี กลิ่นเท่านั้นเอง เก็บมาแค่สามกิโลเองครับ ปีนไม่ไหว สูง พันธ์ ทานนิ่มนี่ ทานแข็งแล้วจะฝาด ทานไม่ได้เลยครับ เจ้ว่าเก็บซื้อมายี่สิบกิโลก็ไม่เป็นไร ตากแห้งเอาไว้ทานได้ ซึ่งก็ จริงครับ เจ้ผูด เหมือน บ้านของเรายังมี ที่ว่างเอา พลับตากแดด
ด้านบนเป็นลูกแพร์ ครับดกมากไม่ได้เก็บมาซื้อเพราะกินไม่ทันแล้วครับ อีกอย่างลูกแพร์นั้น ทานนิ่มไม่อร่อยครับ ลูกแพร์ เก็บนอกตู้เย็นได้ไม่นาน เหมือนลูกพลับและ แอปเปิ้ล ครับ มองรูป ดู เอา ด้านล่างคือเกาลัด ทั้งเปลือกครับ ของคุณลุงขายถูกมาก ลูกเกาลัดไม่มีเปลือกนอก นะครับกิโลละ ร้อยยี่สิบบาท เจ้ชอบทานมากๆเห็นอะไรก็นึกถึงเจ้ไปหมดเลยผม
สุดท้าย ไม่ได้ถ่ายที่เมืองไทยนะครับ ถ่ายที่บ้านคุณลุง เห็นแล้ว น้ำลายสอ อยากทานแต่ยังไม่สุกครับ จะว่าไปยังไงผมก็ยังทำใจลำบากเรื่องกินแต่ผลไม้ที่มีชายสดๆ ราคาไม่แพง พอเห็นผลไม้เมืองไทยแม้จะเก่า ก็อยากซื้อทานทุกที พอคิดถึงสารเคมีที่ใช้ระหว่างขนส่งเดินทางไกล แล้ว ก็ ทำใจทันที ถึงเขาว่าจะปลอดภัยไม่อันตรายแล้วก็ตาม
ว่าจะไม่เขียนมาก พอได้พิมพ์ พิมพ์ยาวเลย ข้อความมีประโยชน์บ้างไม่มีประโยช์ บ้างอ่านเพลินๆเอางานออกจากหัวครับ ผมพยายามตรวจคำผิดจะได้อ่านกันไม่สะดุด ตะกุกตะกัก ครับ
เจอกัน บล็อกหน้าครับ
ตุ้ย
- บล็อกของ Tui
- อ่าน 16050 ครั้ง

ความเห็น
วิศิษฐ์
8 พฤษภาคม, 2011 - 15:20
Permalink
คุณตุ้ย
ดกจริงๆครับ..ผลไม้น่าทานครับ...อยากปลูกแอบเบิ้ลมากเลยครับ...เคยโดนหลอกขายกิ่งแอบเบิ้ล ปลูกไป 5 ปีต้นใหญ่มาก..ใบงาม..แต่ไม่มีลูก..พอเป็นลูกออกมายังกับลูกไทร..ทีนี้ก็ตัดทิ้งเลยครับ....
Tui
8 พฤษภาคม, 2011 - 15:43
Permalink
คุณ วิศิษฐ์ สมัยนี้เขามี
คุณ วิศิษฐ์ สมัยนี้เขามี แอปเปิ้ลทนร้อนทนแล้ง ด้วยครับ สำหรับปลูก ใกล้ทะเล พันธ์ แบบนั้น น่าจะได้ ที่ทางภาคอีสาร ที่หน้า หนาวหนาว หน่อย นะครับ อีกพันธ์ ที่เห็น เรียก พิงค์คะเบลล่า Pinkabella พันะ์ นี้ ปลูกได้ในกระถาง ต้นเล็ก ลูกดก เป็นพันธ์ปรับปรุงครับ ทนร้อน ทนร่ม ปลูกประดับบ้านและทานผล พันธืนี่น่าจะได้ ที่ เมืองไทย แอปเปิ้ล ไม่มี ตัวผู้ตัวเมีย นะครับ แต่ต้อง ผสมเกษรค้ามต้นเอา ถึงจะออกผลอีกนัยหนึ่ง ต้อง ออกดอก พร้อมกัน เยอะๆ ถึงจะ ลูกงาม ทำนองเดียวกับ ข้าวโพดครับ เขาถึงนิยมปลูกเยอะๆติดๆ กับ พิงค์คะเบลล่าไม่ต้อง ครับสองต้นก็พอ อันนี้อ่านมานะครับไม่เคยปลูก ผมไม่มีเพื่อน คนไหน ปลูก พิงคืเบลล่าเลยครับ ไม่งั้นจะถามหากิ่ง แต่ได้กิ่ง ก็ ไม่ทราบว่าจะ ปลูกเมืองไทยได้เปล่า นะครับ
แอปเปิ้ล จะพลัดใบครับ ไม่พัดใบก็ ไม่มี ลูก
วิศิษฐ์
8 พฤษภาคม, 2011 - 15:46
Permalink
คุณตุ้ย
ลูกมันออกมาเหมือนลูกของต้นไทรครับ...แล้วผมก็ฟันมันทิ้งไปเรียบร้อยแล้วครับ...แล้วผมจะไปหาซื้อที่ไหนเนี้ยพันธ์ที่คุยตุ้ยว่านะครับ..
ป้าเล็ก..อุบล
8 พฤษภาคม, 2011 - 15:22
Permalink
แอ๊บเปิ้ล
อยากกิน แอ๊บเปิ้ล ขึ้นไปกินบนต้นได้มั้ย ถ้าบ้านเรา ทำแบบเข้าชมสวนเดินกิน
084-167-4671
anongrat2508@hotmail.com
Tui
8 พฤษภาคม, 2011 - 15:48
Permalink
ได้ ครับ ป้า เล็ก
ได้ ครับ ป้า เล็ก เด็จทานได้เลย เขาไม่ว่าอะไร เขาเปิดให้เก็บเอง เก็บล่วง เราก็ ไม่เอา เพราะช้ำ แล้วเก็บได้ ไม่นาน แต่เจ้าของสวนดี เราก็ เกรงใจเขานะครับ พยายามไม่ให้ ล่วง คุณ ป้า ชอบ ลูก ใหญ่ๆ เก็บ ลูกใหญ่มา ลูกเล็ก ล่วงไป สองได้ ครับ ท่านก็ เลยต้องปีนกิ่งนะครับ
ทานได้ไม่อั้น ครับคุณลุงเขาไม่หวง แต่เต็มที่ ก็ทาน ชนิดละลูก ครับ อิ่ม มี ผลไม้หลายชนิดครับ สาลี่ ก็มี
2s
8 พฤษภาคม, 2011 - 15:51
Permalink
มาให้กำลังใจ และโหวตให้ครับ
มาให้กำลังใจ และโหวตให้ครับ และขอให้ใจเย็น อดทน และนำธรรมมาช่วย จะได้ไม่ทำใจให้เศร้าหมอง เป็นทุกข์ จะได้สู้ปัญหา อุปสรรค ด้วยใจที่สงบ เย็น มีสติ ปัญญา มีความเห็นชอบ เป็นกำลังใจให้ปรับตัวเข้ากับงานใหม่ และสังคมที่ทำงานโดยเร็ว และรัก อภัยกันนะครับ
ป.ล. จริงๆ แล้ว ก่อนที่จะขอ เออร์ลี่ รีไทร์ จากงานที่ทำมาแห่งเดียวตลอดชีวิต ก็ร่วมทีม ผลิต Organic vegetable seeds มา 10ปีเต็ม กล่าวได้ว่า เป็นรายแรกที่ได้รับใบอนุญาตผลิต เมล็ดอินทรีย์ในประเทศ ทั้งจาก อเมริกา ยุโรป และญึ่ปุ่น ดังนั้น จะเตือนพวกเราเสมอว่า คิดให้รอบคอบ พิจารณาดี อดทน ถ้าจะออกจากงาน มาทำสวน หรือเป็นนายตัวเอง ถ้าไม่เป็นไปตามฝัน จะทำให้หลายๆฝ่ายต้องเดือดร้อน เสมือนเป็นการเบียดเบียนคนอื่นด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่เสียใจว่าเรียนมาทางนี้ และมั่นใจในเศรษฐกิจพอเพียงพระองค์ท่าน ไม่ว่าจะลำบาก มีอุปสรรคเท่าไร ก็จะก้าวต่อไป เพียงแต่ว่า คงจะใช้เวลาในทางธรรม มากๆขึ้น เพราะอายุที่มากขึ้น และไม่มีใครรู้ว่า จะต้องเจ็บไข้ ได้ป่วย หรือตายจากกันเมื่อไร
เพื่อพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ การทำปุ๋ยหมักตื่นตัว และสวนผักปลอดภัย
Tui
8 พฤษภาคม, 2011 - 16:07
Permalink
ขอบคุณ ครับ คุณ2s ดีใจมากครับ
ขอบคุณ ครับ คุณ2s ดีใจมากครับ ที่มีคนเข้าใจ ความรู้สึกกัน ผมนั้น เป็นพวกแข็ง นอก อ่อนใน ครับ ทำงานใช้ อารมณ์ แต่ที่ทำงานใหม่ดีขึ้นมากเลยครับ ผู้คนนิสัยดี เราก็ พยายามฟังคนอื่นมากขึ้น เปิดใจรับความคิดคนอื่นมากขึ้น และที่ได้ มาจาก หนังสือ เลยคือไม่เอา งานอะไรๆ มาสุ่มไวกันเรา สมัยก่อน งานหนักๆ ไม่แบ่งใครทำเลยครับ เพราะใครก็ทำไม่ถูกใจ เหมาทำเอง หมดเลย เหนื่อยไม่ว่า ขอให้ ออกมา สมใจ เลยกระทบกระทั้ง กับ คนอื่นบ่อย อาทิตย์ที่ผ่านมานี่ ตั้งใจ เมตตาแบ่ง งาน สอนงาน แนะนำ ด้วยจิตเมตตา ให้กับ ผู้อื่น พยายามไม่คาดหวัง ให้ใครเป็นทำได้เป็น ไปดังใจเราต้องการมาก แต่ยังไง เราก็ ยังใหม่ เข้าระบบใหม่ ก็ ต้อง ปรับตัว กันไป ครับ กลัวใจตัวเอง ที่ไม่อดทน ผมนั้น ถ้าโมโห แล้ว ผูดอะไรไม่คิดเลยครับ แม้ตอนนี้กับ ภรรยาผมเองก็ยัง เป็นด้วยเรื่องเล็กน้อย เช่น เวลาเขาขับรถ ประมาท อันนี้ ไม่ดี เลย
ให้เวลาตัวเองสามเดือน ครับ ถ้าเขามีความสุขกับเรา เรามี ความสุขกับงาน ผม จะ รับงานที่เดียว ตอนนี้ทำ ควบสองที่ ปวดหัวเลย ปล่อยตัวเอง ว่างๆ งานจะเขาหัวมาให้ คิด ทันที ดูทีวี ก็ ไม่ สนุก เลยมาพิมพ์ มา ตอบบล็อก นี่ละ ครับ ให้ สมองยุ่งๆ ได้ ไม่ คิด เรื่อง งาน เดี๋ยวผมก็ไป ทำ กับข้าว ทานอะไร อร่อยๆ จิตใจได้ ปลอดโปร่งค่อย กลับมาคิดวางงานอาทิตย์หน้าต่อ อาจจะ เป็นไปได้ ที่ผม ชอบทานอาหาร แก้ เครียดครับ ^_^
ขอบคุณ สำหรับ กำลังใจอีกครั้ง ครับ
2s
8 พฤษภาคม, 2011 - 17:10
Permalink
ยินดีครับ และจะยืนหยัดให้กำลังใจต่อเนื่อง
ยินดีครับ และจะยืนหยัดให้กำลังใจต่อเนื่อง
มีเวลาลองเข้าไปอ่าน และเรียนรู้ดู น่าจะได้ความรู้ และแนวคิดหลายๆอย่าง ชอบแนวคิด การวางแผน การทุ่มเททำจริง ในการปลูกพืชผัก ของเจ้าของฟาร์ม และครอบครัว แม้จะเป็นพืชผักเมืองหนาว และชอบแนวคิด แนวทางเรื่อง Crop rotation มากๆ บ้านเรามีคนทำ สนใจเรื่องนี้ น้อยๆๆ มาก
บังเอิญ เคยไปเรียน ทำงานทดลองที่นี่ แต่แถวทะเลสาป ทั้งห้า อยู่ครบปี แต่นานมากแล้ว ปีนั้น หนาวเป็นพิเศษในรอบหลายๆ สิบปี Winter break ติดลบ -20-30C แต่ต้องไปทำการทดลองวิจัย เพราะ ท่าน อื่นๆ กลับบ้านหมด ได้ชีวิตจริงๆ อยู่คนเดียว 2อาทิตย์ แม้ได้ ชม. ละ 12-13เหรียญ แต่ก็ต้อง ลูบหูกลัว หูหลุด เพราะความหนาว
ลองติดตามดู พอจะคลายความเครียด และเพิ่มความรู้ได้พอสมควรครับ
http://tinyfarmblog.com/
เพื่อพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ การทำปุ๋ยหมักตื่นตัว และสวนผักปลอดภัย
Tui
8 พฤษภาคม, 2011 - 17:54
Permalink
ขอบคุณ มากครับ เข้าไป ดู
ขอบคุณ มากครับ เข้าไป ดู น่าอ่านมากเลย ครับ ว่างๆจะ ค้นข้อมูล ดู ครับ อาศัย อยู่ในเขตหนาวผมก็ อยู่ไม่ได้ครับ เป็นคนชอบ อากาศ หนาวแต่สิ่งที่ไม่ชอบเลย คือ แสงแดด ครับ ที่ที่มี ช่วงเวลา กลางวันสั้นๆ ผมทนไม่ไหว ครับ เลือก อยู่ที่นี่เพราะ ไม่ หนาวจัด แลมี แสงเยอะ ตลอดปีครับ จะว่าไป อากาศดีตลอดทั้งปี เสียแค่น้ำแห้ง เท่านั้นเอง อีก ประเทศที่เคยคิดอยาก ย้ายไป อยู๋ คือแคนนาดา แต่พอคิด เรื่องหนาวจัด หิมะตก อะไรก็ เป็นน้ำแข็ง เลยไม่เอา เลยครับ มาที่นี่ใหม่ๆ สุขใจเรื่อง อากาศและผู้คน มาก เคยอยู่ เมื่องใหญ่ตอนเรียนไม่ชอบเลยครับ ถึงเมืองใหญ่ที่นี่จะไม่วุ่นวายเท่ากรุงเทพ คิดไปคิดมาก็ อยาก ชวนภรรยาตอนนั้นยังเป็นแฟนกันอยู่ กลับไป ใช้ชีวิตที่เมืองไทย แต่สุดท้าย เราก็มาเจอ เมืองนี้เข้าครับ ถูกใจมากเลยตัดสินใจอยู่ทำมาหากินกันไป แต่ใจก็ อยาก อยู่ให้ สงบกว่านี้ อีกครับ เลยสนใจทำเกษตรแบบจริงจัง ดูที่ดินทางใต้ของที่นี่เอาไว้ครับ มีโอกาศก็จะผ่อนธนาคารเอา แล้ว ก็ค่อยๆ สร้างไป พอเราพร้อม ออกจากไป อยู่ เต็มตัวเมื่อ ไหร่ต้นไม้ ใหญ่ ผลไม้ คงจะ ได้ที่พอ ดี คิดไว้นะครับ ผมกับ ภรรยาไม่มี สมบัติ อะไรติดตัว มากมาย หรอกครับ เราก็ ต้อง สร้าง ต้อง เก็บเงิน เอา แต่ อย่างน้อย เราก็ มีฝันร่วมกัน ครับ
Sopha B'
8 พฤษภาคม, 2011 - 17:38
Permalink
แอ็ปเปิ้ล
ปลอดสารพิษ แถมลูกดก มาก ๆ อยากไปปีนเก็บบ้างจัง :nonono:
หน้า