ฝักผลต้นฝน
...ฝักผลต้นฝน...
ฝนตก...ดีใจได้ปลูกต้นไม้เขียวสวย ฝนเข้าปีนี้หอยทากยังเยอะเหมือนเดิม แต่จับจองหน้าบ้านอีกสักพักคงเดินทางมาเยือนหลังบ้านที่เป็นถิ่นกิ้งกือ... หลายชีวิตยามหน้าฝนมีมากขึ้น เลยพลอยไม่อยากจะยุ่งกับการเพาะต้นใหม่ๆ ...
ใบเพกาจากต้นที่เพาะกับมือปลูกในกระสอบหลังบ้าน ได้รับปุ๋ยหมักพอเพียงสองสามสัปดาห์ก่อน ... เทียบใบสีเข้มขึ้นเห็นได้ชัด คงได้เวลาเติมปุ๋ยหมักอีกรอบ น่าเสียดายว่าวันนี้ร้านกาแฟที่เคยให้กากกาแฟเปลี่ยนผู้ดำเนินกิจการจึงไม่สามารถให้กากกาแฟได้อีก ... ต่อไปนี้อาจต้องเว้นช่วงการทำปุ๋ยหมักไประยะหนึ่งจนกว่าจะหาแหล่งให้กากกาแฟได้ใหม่
วันนี้ชวนชมติดฝัก นี้เป็นการติดฝักรอบที่สอง
คาดว่าดอกน่าจะได้เป็นสีขาวอย่างดอกนี้ ...คิดถึงคุณตองอูนะ ... คุณอู เคยชอบสีขาวของชวนชมนี้ แม้ว่ากลีบดอกนี้จะไม่หยิกเหมือนภาพที่เคยนำเสนอให้เห็น แล้ววันนี้คุณอูอยู่ไหนนะ ... ฝักที่เคยบอกกันไว้ว่าหากติดจะรีบบอกคุณอูเลย...
หม่อนทานผล
หลังจากตัดกิ่งออกแล้ว ติดผลสวย
ดูอีกมุม ใกล้ๆ ...หม่อนทานผล
กล้วยน้ำว้า ... ดีใจว่าต้นโน้มเอียงไม่ให้น้ำฝนไหลขังลงในยอดกล้วย นับได้เก้าหวีแล้ว แต่ท่าทางจะยังไม่สุดเครือ อาจโชคดีได้ถึงสิบหวีรอบนี้
ความสูงวันนี้เทียบกับอีกต้นหนึ่ง ในกอเดียวกัน
...เล็กๆน้อยๆแต่ใหญ่ขนาดฝ่ามือ...
ใบงาขี้ม้อนที่พร้อมให้เป็นอาหารแต่ก็แทบไม่อยากกิน
...สวยเกินตัดใจ...
...อย่างน้อยหลายต้นวันนี้ก็ยังพอให้ฝักผลต้นฝนนี้ได้...
- บล็อกของ สายพิน
- อ่าน 11335 ครั้ง
ความเห็น
ann
3 มิถุนายน, 2011 - 21:14
Permalink
ใบงาขี้ม้อน
ใบงาขี้ม้อน พร้อมเป็นอาหาร... ทำอะไรทานได้บ้างค่ะ...:confused:
.........
....ความสุขอย่างแท้จริง ด้วยหลักเศรษฐกิจพอเพียง....
สายพิน
4 มิถุนายน, 2011 - 05:48
Permalink
คุณแอน ...
คุณแอน ... มีข้อมูลจากบล็อกคุณกุหลาบพันปีเรื่องงาม้อนหรืองาขี้ม้อน
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=35868.0
"ผมเจอใบของงาชนิดนี้วางขายในตลาดที่เกาหลี แต่ขณะนั้นยังไม่รู้จักว่าเป็นใบของพืชอะไร รู้แต่ว่าเจ้าใบแบบนี้ คนเกาหลีเขากินสดๆกับหมูย่างเกาหลี ด้วยความสงสัยจึงสอบถามคนเกาหลี ว่ามันคือใบของต้นอะไร ก็ได้คำตอบว่า "ใบงา""
หากว่าตามสูตรคุณแก้วที่คุณแก้วเคยแนะนำมา บอกว่า เอาไปผัดน้ำมันได้ รสชาติดีมาก สูตร สมช.Tui แนะนำการนำใบงาขี้ม้อน แช่ซี่อิ๊ว น้ำซี่อิ๊วจะหอมมาก จากนั้นนำใบงาขี้ม้อนที่ผ่านการแช่นี้ไปห่อข้าวกินได้ ซึ่งพอได้เห็นใบงาโตๆ(ปลูกในกระถาง)ไม่แปลกใจว่าทำไมถึงห่อข้าวกินเป็นคำๆได้
ส่วนตัวเอง เอาใบงาทำแกงจืด กินสด ลวกจิ้มน้ำพริก(เอาน้ำที่ใช้ลวกงาทำน้ำแกงอีกที) รสชาติดีค่ะ อยากให้คุณแอนได้ลองชิมเอง ... ไม่ทราบว่าคุณแอนสนใจเมล็ดงาขี้ม้อนบ้างไหมคะ อยากแบ่งปันให้ได้นำไปปลูกน่ะค่ะ
วิศิษฐ์
3 มิถุนายน, 2011 - 21:37
Permalink
พี่สายพิน
ผลผลิตงามจริงๆเลยครับ...ขนาดพื้นที่แคบๆยังเก่งขนาดนี้เลยครับ..
สายพิน
4 มิถุนายน, 2011 - 05:50
Permalink
หนุ่มศิษฐ์ ขอบคุณค่ะ
หนุ่มศิษฐ์ ขอบคุณค่ะ ที่จริงแล้วช่วงนี้แทบไม่ได้ปลูกอะไรเพิ่มจากเดิมมาก ช่วงหน้าฝนนี้หอยทากเล่นงานถั่วพูยาวที่เพาะได้ต้นเลื้อยสูง กัดกินโคนต้นจนขาด พอเห็นแล้วรู้สึกเสียดายมาก
Tui
3 มิถุนายน, 2011 - 22:28
Permalink
งามๆทั้งนั้นเลยครับ
งามๆทั้งนั้นเลยครับ
สายพิน
4 มิถุนายน, 2011 - 05:51
Permalink
ขอบคุณมากค่ะ ตุ้ย
ขอบคุณมากค่ะ ตุ้ย
มะโหน่ง
3 มิถุนายน, 2011 - 22:55
Permalink
อยากกินลูกหม่อน
อยากกินลูกหม่อนจังเลยค่ะ ต้นที่บ้านเพิ่งปลูกไปไม่รู้จะรอดมั้ย งาขี้ม้อนก็เพิ่งเพาะ งอกออกมาหนึ่งต้นไม่รู้จะรอดมั้ยอีกเช่นกัน :sweating: แต่เห็นของพี่สายพินแล้วมีกำลังใจในการปลูกขึ้นมาเยอะเลยค่ะ ขอให้ต้นไม้ของหนูงามๆได้ครึ่งนึงของพี่สายพินก็พอ :shy:
สุดมือสอย ก็ปล่อยมันไป^^ ธรรมะ จากท่าน ว.วชิรเมธี
สายพิน
4 มิถุนายน, 2011 - 06:10
Permalink
ลูกหม่อน ... คุณมะโหน่ง
ลูกหม่อน ... คุณมะโหน่ง นี้เป็นรอบแรกเลยนะคะ ที่ผลหม่อนติดดกมากๆ ... เวลานี้นับได้กิ่งละสิบสองผล ตัดเหลือสองกิ่งน้อยๆนะคะ เอาส่วนที่ตัดไปปักชำต่อ ขึ้นไม่ยากเลย ... มีอีกต้นที่ปักกิ่งไว้ในกระสอบเป็นเดือน ฝนมากระสอบทรุดกิ่งเอนไปเลย เลยปล่อยเอนตามเอน ที่ไหนได้นะคะ ปรากฏว่าผ่านไปสักสองสัปดาห์แตกยอดเป็นตาใบและทำท่าว่าจะมีผลตามมาด้วย แปลกใจมากว่านี้เป็นเรื่องใหม่เลย ธรรมชาติจัดสรรให้มากจริงๆ แล้ววันหนึ่งบังเอิญได้รับคำแนะนำการค้นข้อมูล ในเว็บ
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?board=24.0
และพบเรื่องราวเกี่ยวกับการทำให้หม่อนทานผลมีผลดกมากขึ้นโดยไมต้องตัดกิ่งตามเว็บ
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=27695.0
ต้องขอขอบคุณมากในผู้ที่ให้คำแนะนำดังกล่าวมา ณ ที่นี้ด้วย
ส่วนเรื่องงาขี้ม้อน ทดลองปลูกระยะแรกโตช้ามากๆ แต่พอโตได้สักระยะหนึ่ง ได้แดดพอสมควร น่าจะแดดแรงๆแต่อย่าหลายชั่วโมงเกินสังเกตว่าใบโตเร็วขึ้น หรืออาจไว้ขอบๆร่มไม้ ต้นที่เห็นนีไว้ริมขอบร่มไม้ค่ะ เลยไม่ต้องหนักยกกระถาง คุณมะโหน่งปลูกได้อาจสวยกว่าที่พี่ปลูกอีกก็ได้นะคะ ยังไงเอาใจช่วยเต็มที่เลย แล้วเมล็ดงาขี้ม้อนยังพอมีให้ปลูกต่อไหมคะ
ยุพิน เทลเก็น
4 มิถุนายน, 2011 - 00:19
Permalink
คุณสายพิณ
ถ้างาขี้ม้อน ออกผลเมื่อไรลงบล๊อคให้ดูด้วยนะค่ะ อยากเห็นค่ะ และอยากทราบใบเอามาทำอะไรกิน รสชาติเป็นอย่างไร
แผ่นดินไหนก็ไม่มีความสุขเหมือนแผ่นดินเกิด อยากกลับบ้านจัง
ทดสอบ
สายพิน
4 มิถุนายน, 2011 - 06:21
Permalink
คุณยุพิน ...
คุณยุพิน ... ไม่ได้คาดหวังผลงาขี้ม้อนเลยค่ะ ... ทราบมาว่าเหมาะปลูกทางภาคเหนือของเมืองไทยที่อากาศหนาวเย็นกว่าภาคกลาง เลยหวังว่าจะได้กินใบ พอคุณยุพินบอกมาอย่างนี้ ทำให้นึกได้ว่าน่าจะเก็บต้นไว้ดูผลงาด้วย ... ต้องขอขอบคุณมากจริงๆนะคะ ความคิดเห็นนี้
ส่วนเรื่องการกินใบงาขี้ม้อน ตามนี้ได้เลยค่ะ
http://www.bansuanporpeang.com/blog/%E0%B8%9D%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9D%E0%B8%99#comment-299950
ไม่ทราบว่าสนใจเมล็ดงาขี้ม้อนไปปลูกบ้างไหมคะ ... ยังพอมีแบ่งปันค่ะ ไม่ต้องเกรงใจนะคะ แบ่งปันกันคนละเล็กละน้อย เป็นต้นงาที่ประทับใจมาก พอได้เมล็ดมาดีใจจริงๆ หยอดเมล็ดจนโตเป็นต้นอย่างนี้น่าจะได้สองสามเดือนนะคะ ไว้ต้องดูวันที่หยอดเมล็ดอีกครั้ง
หน้า