ชมทุ่ง เกี่ยวข้าวนาปรัง

หมวดหมู่ของบล็อก: 

หลังจากบล็อกก่อน พาไป ชมทุ่ง ไปดูข้าวนาปรัง ตามลิ๊งก์ นี้

http://www.bansuanporpeang.com/blog/%E0%B8%8A%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%87-%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%87

ตอนนี้เกี่ยวข้าวแล้วค่ะ อายุข้าวตั้งแต่เริ่มหว่านจนถึงเก็บเกี่ยว 92 วันSurprised

ข้าวนาปรัง สุกเร็วมากๆที่มองเห็นเขียวๆคือหญ้าค่ะ เพราะไม่ได้ฉีดยาฆ่าหญ้าเลย

แต่..มืออาชีพเค้าบอกว่า ต้องใช้ยาฉีดหญ้า ถึงแม้ว่าจะยังมองไม่เห็นต้นหญ้าUndecided

ถึงเวลาเก็บเกี่ยว เกี่ยวกับรถเกี่ยวข้าวค่ะ มีรถเกี่ยวข้าวแบบนี้ น่าจะเกือบ 20 ปีแล้ว ไม่ใช่รถแถวนี้หรอกค่ะ เพราะที่นี่ปกติจะทำนาแค่ปีละครั้ง และก็มีที่นาไม่เยอะค่ะ

ที่นา 3.5 ไร่ รถเกี่ยวข้าวทำงานไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็เกี่ยวข้าวเสร็จเรียบร้อย

นาข้าว ส่วนที่แห้ง น้ำขึ้นไม่ถึง เพราะไม่ได้ปรับที่นาให้เสมอกัน ต้นข้าวไม่สมบูรณ์และก็มีหญ้าขึ้นแซมเยอะเหมือนกัน(ผิดครั้งแรกๆได้เป็นครู..Tongue out)..จะจำไว้

เมื่่อรถเกี่ยวข้าวเสร็จ ก็เอามาใส่กระสอบ ริมถนน กระสอบใหญ่มากๆค่ะ

แบ่งเอาไว้สองกระสอบเล็กๆเอาไป ลองทานดูว่าจะอร่อยมั๊ย..ข้าวนาปรังWink ที่เหลือทั้งหมดขายค่ะ

LaughingLaughing

ต้นทุนในการทำนาปรัง เนื้อที่ 3.5 ไร่ ไม่รวมค่าแรง

1.เมล็ดพันธุ์ 70*20+70(ค่าขนส่ง)=1470 บาท(ข้าวพันธุ์ สุพรรณ 60)

2.ค่าปุ๋ย ครั้งแรก(ซื้อแม่ปุ๋ยมาผสมเอง)  1080 บาท

ครั้งที่ 2 ปุ๋ยยูเรีย 30*14=420 บาท

3.ค่ารถไถ 3.5*800=2800 บาท

4.ค่าจ้าง หว่านข้าว+หว่านปุ๋ย 3 ครั้ง ไร่ละ 100 บาท

ใช้เครื่องพ่นยาฆ่าหญ้า หว่านข้าว+ปุ๋ย เร็ว และก็สม่ำเสมอ

แต่..น้าใจดีLaughingลดให้เหลือครั้งละ 300*3=900 บาท

5.ค่ารถเกี่ยวข้าว 500*3.5=1750 บาท

รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 8420 บาท

ข้าวเปลือกทั้งหมด กระสอบกว่าๆน้ำหนัก 1000*7.5=7500 บาท(เมล็ดพันธุ์กิโลกรัมละ 20 บาท ขายข้าวได้กิโลกรัมละ 7.5 บาท..Yell ขาดทุน แต่..ได้เรียนรู้Smile

ทำนาปรังครั้งแรก สิ่งที่ได้คือ รู้ว่าต้องปรับที่นาให้เสมอกัน แม้จะไม่ได้ฉีดยาฆ่าหญ้าผลผลิตก็ได้เยอะเหมือนกันค่ะ

บุญพา บ้านสวนพอเพียง

LaughingLaughing

ความเห็น

เอ๊ะ...เรียกอย่างนี้คงจะได้นะ  เพราะผิดเป็นครูไปแล้ว :uhuhuh: .....ครูพาปีหน้าทำใหม่  พี่เป็นกำลังใจให้  พี่น้องเราทำนาเองก็เยอะ  ลองปรึกษาดู  ปีหน้าต้องดีกว่านี้แน่นอน

มีความสุขกับการที่ได้ให้มากกว่าการที่ได้รับ

อีกไม่นานก็ทำนาปีค่ะ ถ้าน้ำไม่ท่วมหลายวันก็ไม่น่าจะมีปัญหาค่ะ

ขอบคุณนะค่ะ สำหรับกำลังใจ ถึงครู..:shy:

Laughingทำวันนี้ให้ดีที่สุด เวลาชีวิตน้อยลงทุกวัน

สู้ต่อไปพี่ ครั้งนี้อาจจะไม่ดี แต่ครั้งต่อไปอาจจะดี มาเป็นกำลังใจให้จ้า พี่พาสู้ๆๆ

ชีวิตไม่ได้เกิดมา เพื่อยอมแพ้

คิดว่า ต่อไปก็คงจะดีกว่านี้นะ..โดยเฉพาะนาปี เพราะข้าวราคาแพงกว่า แต่ก็ไม่ขายค่ะ เก็บไว้ทานเอง..ดีกว่าSmile

Laughingทำวันนี้ให้ดีที่สุด เวลาชีวิตน้อยลงทุกวัน

รอบหน้า เลิกเคมีเถอะครับ ไม่งั้นก็จะตกอยู่ในวังวนเดิม

เรื่องเลิกใส่เคมีก็คิดอยู่เหมือนกัน แต่..ที่นาของน้องชาย ไม่ได้ทำเองทุกปี มันก็ปรับเปลี่ยนยากอยู่เหมือนกัน

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ

Laughingทำวันนี้ให้ดีที่สุด เวลาชีวิตน้อยลงทุกวัน

  ถ้าทำเฉพาะนาปีไม่ขาดทุนใช่ไหม เอาเวลาไปทำเอินน่าดีกว่านะ

..โอกาสไม่ได้มีทุกวัน..

 

ทำนาปี ไม่ขาดทุนค่ะ เพราะข้าวราคาแพงกว่าข้าวนาปรัง แต่ก็ไม่ขายหรอกค่ะ เก็บไว้กินเองดีกว่า..คุ้มกว่าเยอะ 

ทำนาปรังก็ไม่ได้เสียเวลาอะไรมากนัก ทุกคนจะช่วยกันดูแลทุกๆเรื่องค่ะ ทั้งเรื่องน้ำ เมล็ดพันธุ์ รถไถนา ปุ๋ยฯลฯ

หากไม่ทำเองก็จะมีเพื่อนบ้านมาขอทำ เลยลองทำเองดีกว่าค่ะ อ๋อ...อีกอย่างจะได้ค่าชดเชยราคาข้าวจากรัฐด้วยค่ะ

ขอบคุณมากนะพี่ ที่เป็นห่วง

Laughingทำวันนี้ให้ดีที่สุด เวลาชีวิตน้อยลงทุกวัน

จะได้บำรุงดินด้วยและไถกลบเป็นปุ๋ยทำนาปี  เลิกเคมีอย่างน้องโสว่า เสียดายพี่หยอยไม่มีนาโคก ไม่นั้นจะทำนาแบบไม่ไถให้แล ตอนอยู่ร้อยเอ็ดทำนาแบบไม่ไถ หว่านพร้อมถั่วเขียว นาข้าวธรรมชาติ ๓ ปีให้หลังดินร่วนซุยผลผลิตเพิ่ม แต่เราต้องเชื่อในวิถีธรรมชาติ และรอได้

เมื่อปีก่อนไม่ทำนาปรังก็หว่านปอเทืองค่ะ แต่..พอทำนาปรังด้วยก็เลยไม่ได้หว่านปอเทือง นาธรรมชาติก็น่าสนใจมาก ต้องหาที่นาเป็นของตัวเองก่อน หรือว่าฮุบสมบัติของน้องชายดีมั๊ย....ล้อเล่นค่ะ

คิดถึงๆๆๆๆ:love:

Laughingทำวันนี้ให้ดีที่สุด เวลาชีวิตน้อยลงทุกวัน

หน้า