ว่าจะฝากป้าเล็ก แต่ป้าเล็กขวัญอ่อน. (ต่อ).
รูปนี้ว่าจะเอามาฝากป้าเล็กโดยเฉพาะ...เพราะเจ็บใจที่โดนป้าเล็กแซวออกอากาศ รู้กันอยู่ 2 คน (หรือเปล่า) แต่ป้าเล็กขวัญอ่อนเลยเปลี่ยนใจ เดี๋ยวป้าเล็กเกิดเป็นอะไรไปจะโดนมิใช่น้อย...
เอามาฝากทุกคนก็ได้...ใครอยากกินยำกบ นึ่งกบ กบทอดกระเทียมพริกไทย ผัดเผ็ดกบพริกไทยอ่อน ต้มโคล้งกบ กบย่าง หมกกบใส่หยวกก็อร่อย อะไรอีกหว่า...พอแล้วล่ะ ขี้เกียจคิด ธนนันท์ชอบเลี้ยงกบ แต่ไม่ชอบกินกบ
ชอบเลี้ยงปลา แต่ไม่ชอบกินปลา ชอบเลี้ยงไก่ แต่ไม่ชอบกินไก่ ชอบเลี้ยงเป็ดแต่ไม่ชอบกินเป็ด ชอบปลูกเห็ดแต่ไม่ชอบกินเห็ด ชอบเลี้ยงเด็กแต่ไม่ชอบกินเด็ก...อ้าว! ไม่เกี่ยว (เพลินไปหน่อยค่ะ)
แบบว่าวันนี้ ไปงานแต่งงานหลานสาวข้างบ้าน (ยังอุตส่าห์ขายเห็ดให้บ้านงานได้เงินหลายร้อย เม้ม!..)
ตอนกลับมาเกือบเที่ยงเลยแอบ ๆ มาเล่นเน็ตค่ะ เอารูปงานแต่งเขามาลงไว้ โดนพ่อ (ของลูกตามมาบ่น) ว่าเล่นเน็ตทั้งวันไม่ทำการทำงาน...ธนนันท์ก็โมโหค่ะ...ก็เลย...ไปเอาเห็ดออกจากถังนึ่งมาหยอดเชื้อ เสร็จแล้วยังโมโหไม่หาย ก็เลย...ไปจับกบ...ขึ้นจากบ่อค่ะ น้ำแห้งแล้ว ไก่ลงไปเขี่ย กบก็กลัวเข้าไปซุกใต้แผ่นกระเบื้อง หน้าหนาวไม่กินอาหาร จำศีล ภาวนาค่ะ ธนนันท์ก็กลัวมดขึ้นเจาะกบ เลยเก็บขึ้นเอาไปเลี้ยงในถังแช่ ถังใหญ่ค่ะ ว่าง ๆ อยู่หลายถัง ขอแช่กบก่อน
ที่จริงกบถ้าเลี้ยงในน้ำ กินอาหารตลอดปีนะคะ แต่ถ้าอยู่ในคอกที่เป็นพื้นดินจะซุก มุด ลงในดินหรืออยู่ใต้แผ่นกระเบื้องที่วางไว้ให้หลบซ่อนตัว
ให้ดูเลยค่ะว่าจะประชันกับกบพี่วัด-ฉะ-ริน ได้มั๊ย อิอิ ส่งเข้าประกวดนะคะพ่อดอง...
เจอ 2 ตัวนี้อยู่ในบ่อกบค่ะ สงสัยยังมีอีก พรุ่งนี้จะไปหาดู เดี๋ยวไก่ไปกินก่อน เอาใส่กาละมังไว้
คัดไว้ทำพันธุ์ 500 ตัว เหลืออยู่แค่นี้ค่ะ สงสัยมีใครแอบเอาไปขาย ไม่ยอมกินอาหารด้วย ต้องเอาใจใส่ดูแลแล้ว เพราะตอนแรกว่าจะเลิกเพาะกบแล้ว เลี้ยงมา ตั้งแต่ปี 45 ธนนันท์เป็นคนเลี้ยง คนเพาะ จนกระทั่งจับใส่กระสอบชั่ง แต่หน้าที่ขายเป็นของพ่อน้องโต๋ เก็บเงินก็พ่อน้องโต๋ จ่ายค่าแรง 50 บาท ฮ่วย! บ่คุ้มเลยเน๊าะ...
แต่ปีหน้าจะเพาะแต่ต้นปีเลยค่ะ (ถ้ามีเวลานะ) ราคาฮวก (ลูกอ๊อด) ขายก่อนได้ราคาดีค่ะ กก. 200 บาท
ต้องส่งบล็อกลงก่อนค่ะ เห็นป้าเล็กแว๊บ ๆ ไปหรือยังไม่รู้ เดี๋ยวจะลงภาพต่อค่ะ กลัวไม่ทันป้าเล็ก
ต่อค่ะป้าเล็กกลัวอะไรไม่รู้หนีน้องไปนอนแล้ว
มีกระชังเลี้ยงปลาด้วยค่ะ เลี้ยงปลาหลายอย่างเลี้ยงมาตั้งแต่ปี 45 ให้หลานชายดูแล แต่ตอนนี้ยังเหลือปลาอีก 5 หลุม ทั้งหมด 12 หลุม เพราะกระชังใกล้ถึงกาลอวสานแล้วค่ะ ชราภาพมากแล้ว 3 ปีจะเปลี่ยนไม้ไผ่ แต่นี่ไม่ได้เปลี่ยน ที่จริงว่าจะเอากบลงมาเลี้ยง อุตส่าห์มาปลูกบ้านอยู่ริมน้ำไว้เฝ้ากบ เปลี่ยนจากไม้เป็นเหล็ก แต่ทีนี้ งานมันเยอะกว่าคน ไม่มีคนมาช่วย แรงงานหายากนะคะ ขนาดต่างจังหวัด ธนนันท์จ่าย 200 เลี้ยง ข้าว 3 มื้อ เลี้ยงเหล้าตอนเย็นอีก น้ำชากาแฟพร้อม โอทีชม. 30 บาท มีให้เหมือนโรงงานเลยค่ะ ยังมีปัญหา เป็นปัญหาส่วนตัวของเขาเอง ไม่เกี่ยวกับเรา แต่ไม่มีก็ดีค่ะ ทำเอง ไปเรื่อย ๆ เหนื่อยก็พัก ไม่งั้นก็วุ่นวาย ปัญหาส่วนตัวเขา แต่เราต้องรับรู้ไปด้วย พลอยไม่สบายใจ
ที่จริงเลี้ยงปลาแค่นี้ไม่พอขายหรอกค่ะ ขายปลาที่ตลาดแลง ต้องสั่งอีกวันละ 100 กก. เขาเอามาส่งถึงบ้าน กบก็เอามาขาย กก.ละ 50 ขายได้ 80 ค่ะ ปลาก็ 40 เศษ ๆ ขาย 60 บาท พออยู่ได้ค่ะ
เศรษฐกิจของธนนันท์ไม่ค่อยพอเพียงนักหรอกค่ะ กำลังพยายามพัฒนาให้ก้าวหน้าขึ้นไป แต่อยู่บนพื้นฐานความพอเพียง งานไหนที่ทำแล้ว ได้ผลดีก็พัฒนา งานไหนที่ไม่คุ้มค่าก็ดรอปลง
ทำเพราะใจรักค่ะ...ไม่ได้เอาผลกำไรเป็นตัวตั้ง ถ้าเรารักงานที่เราเลือกที่จะทำ ไม่มีคำว่าท้อหรือเหนื่อย ทำงานเหนื่อย พักแป๊บก็หาย ไม่ได้ไปยกของ ยืนตากแดดทั้งวัน เงินที่ได้มากหรือน้อยไม่ใช่ตัววัดความสำเร็จหรือล้มเหลว การขาดทุนก็ยังมีกำไร...ประสบการณ์ที่เงินไม่สามารถซื้อได้ ต้องลงมือทำด้วยตัวเอง
เมื่อก่อนธนนันท์มักคิดว่า ปู่ย่าอยู่บ้านนอกทำนา เขาเอาเงินที่ไหนมาอยู่มากิน เลี้ยงลูกหลาน เราอยู่ในเมืองหาเงินเป็นบ้าเป็นหลัง ยังคิดว่ามีเงินยังไม่พอ
อายุ 20 ปี ก็มีบ้าน ปลูกเองไม่ต้องกู้ธนาคาร แต่ตัดไม้ที่นาของปู่นะ
อายุ 21 ก็ซื้อรถยนต์กะบะป้ายแดงด้วยเงินสด
ธนนันท์ไม่มีบัตรเครดิตหรอกค่ะ บัตรเอทีเอ็มตอนนี้ยังโยนให้ลูกชายถือเลย ขี้เกียจควักให้มันบ่อย
ขายของได้เงินมาก็ซื้อที่ดิน บางทีก็ขายออกมั่ง
กลางวันขายของที่ตลาด กลางคืนมานั่งรับพิมพ์งานเอกสารอีกค่ะ ไม่รู้นอนเวลาไหน สมัยก่อนนานมาแล้ว คอมพ์ไม่ได้ใช้ฮาร์ดดีสก์แบบเดี๋ยวนี้ ต้องพิมพ์ไปด้วยเซพไปด้วย กลัวไฟดับ ไฟกระชาก ต้องมีเครื่องเก็บไฟสำรอง แผ่นดีสก์ เป็นแผ่น A แผ่นใหญ่ แผ่น B เป็นแผ่นเล็ก แล้วก็พัฒนา เป็นเหลือแต่ แผ่น B กล่องเก็บแผ่นดีสก์เต็มบ้าน เก็บสำรองข้อมูลอีก ใครถือกล่องแผ่นดีสก์ โก้ไม่เบา ทันสมัยมาก แผ่นใหญ่ (น่าเกลียดค่ะ)
ธนนันท์รับพิมพ์ควบคู่กับการค้าขาย อยู่เป็น 10 ปี จนกระทั่ง มีเหตุต้องไปทำสวนทุเรียน เพราะสามีอยากลองทำสวนดู ก็ลองทำดูอีก 10 ปีค่ะ ตั้งแต่สมัยเศรษฐกิจล่ม ปี 40 ต้องทิ้งงานที่ทำทางนี้ไปเริ่มเช่าสวนทุเรียน ปีละ 50,000 30 ไร่ แต่มีทุเรียน 200 ต้น พื้นที่ว่าง ก็ปลูกพริก แตง สับปะรด กล้วยไข่ ถั่ว บางอย่างก็จ้างแรงงานแถวนั้นมาทำช่วย ขั้นตอนไหนทำได้ก็ทำเอง
สามีไปทำปีแรก ฉีดพ่นเคมีมาก เลือดเป็นพิษเลยค่ะ (เกือบได้ผัวใหม่..อิอิ) อยู่ระดับ 3 ยาเป็นกระตั๊ก..
ธนนันท์ไม่อยากเป็นม่ายตะยังสาว ก็ต้องเห มาทำแบบปลอดสาร ต้องทำน้ำหมัก ต้องทำปุ๋ยหมัก ใส่ทุเรียน ใส่ผักที่ปลูก แต่ก็ทิ้งสารเคมีหมดไม่ได้ เพราะยังกลัวว่าจะได้ผลผลิตไม่มากพอที่จะต้องใช้ทั้งปี
ทุเรียนต้องเลี้ยงลูก เลี้ยงต้น เลี้ยงดอก เลี้ยงใบ โด๊ปเยอะ ทุเรียนสวนอื่นธนนันท์ไม่กินหรอกค่ะ กินแต่สวนของตัวเอง เลิกทำสวนแล้วก็ไม่เคยซื้อทุเรียนกินอีกเลย
ไม่ใช่ดูถูกนะคะ ถ้าใครที่ทำสวนทุเรียน จะรู้ว่า ทุเรียนที่ขายในประเทศ เป็นทุเรียนเหลือเลือกค่ะ ถามหน่อยว่าใครเคยกินทุเรียนแล้วบอกว่าอร่อยจัง ติดใจ อยากกินอีก น้อยมากค่ะ
ธนนันท์ไม่ได้อยู่ทำสวนเป็นชาวสวนอย่างเดียว เป็นพ่อค้าคนกลางด้วยค่ะ ตั้งแต่ปี 40 ไปทำแผงขายที่ตลาดหน้า โรงแรมสตาร์ (พี่ชวิน อยู่เชิงเนินรู้จักดีแน่ ๆ ) ปี 41 ตัดทุเรียนส่งนอกค่ะ ลงที่โรงงานท่าใหม่ ใครไปจันทบุรี ก็ต้องเห็น โรงงานที่มีลูกทุเรียนลูกใหญ่ ๆ
มีสมาชิกใหม่ที่เข้าแล้วบอกว่าอยู่แถวน้ำตกเขาชะเมา แถบนั้นทั้งแถบ ธนนันท์จอง! ตั้งแต่ตลาดเขาดิน จนถึงกิ่งหางแมวเลยค่ะ ไม่ใช่ตัดปีเดียวแล้วหนี ตัดจน เลิกทำสวน เป็น 10 ปี กลับมาอยู่บ้านถึงหน้าทุเรียนเขาก็โทรตามให้ไปตัดให้ ไม่เอาเปรียบเขาค่ะ เขาได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย เขาพอใจ ก็เป็นขาประจำกัน มีญาติพี่น้องเขาก็แนะนำให้ เราก็ไม่เหนื่อยหาสวน แต่เหนื่อยจัดคิวค่ะ บางสวนต้องตัด 3 วันถึงหมดมีดนึง (มี 3 มีด) ถ้าราคาดี ใคร ๆ ก็อยากให้ตัดให้เขาก่อน กลัวราคาลง บางสวนราคาลงมาก สติแตกเป็นบ้าไปก็มี ธนนันท์ตัดไปด้วย เสียวไปด้วย กลัวลูกปืนวิ่งชน ลูกจ้างกับเมียเก็บปืนซ่อน ฆ่าตัวตายยกครัวก็มี ออกข่าวกัน น่าสงสารมากค่ะ ตัดไปด้วยปลอบเจ้าของสวนไปด้วย ราคาเหลือทน
แต่เราก็ต้องช่วยชาวสวนด้วยค่ะ หัวอกเดียวกัน เห็นใจกัน บางทีต้องขอผู้จัดการโรงงานไว้เป็นกรณีพิเศษ ล็อคราคา ล็อคสินค้าเลย หมายเลขทะเบียนรถที่จะขนของเข้าก็ต้องแจ้ง เพราะของเยอะ ราคาลง ผันผวน เขาปิดรับซื้อเลย เป็นกลวิธีทางการตลาดค่ะ วันรุ่งขึ้น ราคาตกฮวบ ใครมีสวนทุเรียนคงเข้าใจดี เจ๊งกันมาเยอะ โดยเฉพาะพวกที่ตัดทุเรียนอ่อน ตัวการเลย ทำลายตัวเองและญาติพี่น้อง
ตั้งแต่ระยอง ถึง ตราด ไปทั่ว แต่ จ.มหาสารคาม เฉพาะตำบลตลาด ยังเหยียบไม่ทั่วเลย
ทำสวนด้วยค้าขายด้วย เป็นงานที่ต้องทำควบคู่กัน ถ้าเราผลิตออกมาดี ๆ แต่ต้องอาศัยคนกลาง หมายถึงเราต้องแบ่งกำไรให้เขาด้วย เผลอ ๆ เขาได้มากกว่าเราค่ะ อย่าถามว่าทำแล้วจะขายให้ใคร ใครจะขายให้ เราต้องขายเองค่ะ 5 บาท 10 บาท ก็ขายเอง อย่ายอมให้กำไรคนอื่น อย่างนี้ รอดแน่นอน
ทำเอง ขายเอง กำหนดราคาเอง ภูมิใจจะตาย ถามป้าเล็ก...ถามพ่อดอง เอ้ย! พี่วัด-ฉะ-ริน ได้
เฮ้อ!... อะไรก็ไม่รู้ ขึ้นต้นด้วยป้าเล็ก ลงท้ายด้วยพี่วัด-ฉะ-ริน (ลำบากพี่อีกแล้ว)
- บล็อกของ ธนนันท์
- อ่าน 9514 ครั้ง

ความเห็น
ธนนันท์
20 พฤศจิกายน, 2011 - 02:06
Permalink
Re: นู๋หวึ่ง ขวัญอ่อนคือกันบ๊อ..
ลุงจวบ
20 พฤศจิกายน, 2011 - 00:48
Permalink
Re: ว่าจะฝากป้าเล็ก แต่ป้าเล็กขวัญอ่อน..
ในชีวิตนี้เกิดมาตอนที่พ่อกับแม่เริ่มมีจะกินแล้ว แม่ขอร้องพ่อไม่ให้ออกล่าสัตว์ พ่อก็ไม่ไปอีกเลย จะกินปลาแต่ละทีแม่ก็ชอบพูดเปรียบเทียบอะไรไม่รู้ให้ฟัง ถึงผมไม่กินแต่ผมชอบหาครับ ดักหนู จับกบจับเขียดปักเบ็ดได้มาก็เอาไปขาย พอมีลูกคนแรกก็ต้องหาให้ลูกกินเน๊าะครับ จับกบได้มา ทำเสร็จเอาขึ้นข่าปิ้ง พ่อเจ้าประคุณเริ่มสังเกตุเห็นอาการของกบ มองไปมองมาร่างของกบเหมือนคนเด๊ะ ผมจับข่าได้งัดทิ้งไปเลย ฮ่า ๆ
ธนนันท์
20 พฤศจิกายน, 2011 - 02:01
Permalink
Re: ต้องขอโทษลุงจวบค่ะ..
ลุงจวบ
20 พฤศจิกายน, 2011 - 15:01
Permalink
Re: ต้องขอโทษลุงจวบค่ะ..
โกรธอะไรตรงใหนหรือครับ? ถ้าคุณธนนันท์หมายถึงคำว่า บ้านนอก ไม่หรอกครับ ตัวตนของผมก็คนบ้านนอกแถมยังพูดภาษาถิ่นที่เวลาไปใหน ๆหลายคนเขามองตั้งแต่หัวจรดร้องเท้า แต่ผมกลับภูมิใจในความเป็นบ้านนอกของผมครับ แฮ่ ๆ
อวยพร
20 พฤศจิกายน, 2011 - 01:21
Permalink
Re: ว่าจะฝากป้าเล็ก แต่ป้าเล็กขวัญอ่อน. (ต่อ).
กบพันธุ์อะไรคะ ตัวโตจัง ใช่กบนาหรือเปล่าคะ
ธนนันท์
20 พฤศจิกายน, 2011 - 01:28
Permalink
Re: พี่อวยพรคะ.
อวยพร
20 พฤศจิกายน, 2011 - 01:31
Permalink
Re: น้องธนนันท์คะ.
มิน่าตัวใหญ่ดีจัง พี่เคยเลี้ยงแต่กบนาตัวเล็กกว่านี้ค่ะ
นอนดึกพอกันนะคะ จะนอนแล้วแต่ยังมาแอบเข้าบ้านค่ะ
:bye:
ธนนันท์
20 พฤศจิกายน, 2011 - 01:44
Permalink
Re:จะไปเหมือนกันค่ะพี่.
จะย่องไปเหมือนกันค่ะ พอดีพ่อน้องโต๋เพิ่งกลับมา ไปหากินข้าวป่า (กลางคืน) อยู่ทุ่งนากับพรรคพวก เขาดักนกดักหนูกินกัน บ้านน๊อก! บ้านนอก!
oddzy
20 พฤศจิกายน, 2011 - 03:49
Permalink
Re: ว่าจะฝากป้าเล็ก แต่ป้าเล็กขวัญอ่อน. (ต่อ).
ฮ่วย มีฮอดปลิง ย้านปลิงเด้อค่ะ เมื่อก่อนกินกบ แต่เดี่ยวนี้ไม่กินแล้วค่ะ ตั้งแต่ไปบวชพราหมณ์มา ไม่กล้ากินกบเลย
อ่านประสบการณ์การทำสวนของพี่นันท์แล้ว เห็นใจชาวสวนขึ้นมาทันที หลายสิ่งหลายอย่างที่เล่ามา โดยเฉพาะการฉีดสารเคมี อันนี้อ๊อดเชื่อเลยค่ะ เพราะสมัยก่อนก็ไม่ค่อยมีใครเข้าใจเรื่องผักปลอดสารกันเท่าที่ควร อะไรๆก็ฉีดยาฆ่าแมลงหมด ไม่มีหน่วยงานใหนเข้ามาให้ความรู้กับเกษตรกรอย่างจริงจัง เกษตรกรขาดความรู้ความเข้าใจ แม้แต่ที่บ้านอ๊อดเองก็ยังใช้สารเคมี จำได้ว่า พี่ชายแบกเป้เข้าสวนทุกวัน แล้วต่อมาก็ป่วยค่ะ เป็นโรคผิวหนังด้วย แพ้สารเคมี แม่ต้องพาพี่ชายเข้ากรุงเทพฯมารักษาตัว บำบัดอยู่นานหลายปีค่ะกว่าร่างกายจะกลับมาแข็งแรงได้เหมือนเดิม เพราะมันเข้าเลือดไปแล้ว
แต่สมัยนี้ดีหน่อย ประชากรส่วนใหญ่ได้เรียนหนังสือ มีไฟฟ้า น้ำประปา มีอินเตอร์เน็ต มีองค์กรคอยให้ความรู้และคำแนะนำ แต่ก็ยังมีบางคนที่เห็นแก่ตัว ทั้งๆที่รู้ว่าการใช้สารเคมีนั้นไม่ดีก็ยังใช้อยู่ดี เพราะถือว่าตัวคนปลูกไม่ได้กินเอง ปลูกขาย
ธนนันท์
20 พฤศจิกายน, 2011 - 20:27
Permalink
Re: น้องอ๊อดคนสวย.
ทางการเขาให้ความรู้จ้า จัด... ยัดเยียดให้เป็นประจำ เรื่องสารเคมี เรื่องทำเกษตรแบบปลอดสารเคมี แต่อยู่ที่ตัวเกษตรกรเองจ้ะ ที่ไม่สนใจ ทำตามความเคยชิน ที่ทำมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย
ไปอบรม รถฟรี กินฟรี ได้ความรู้ฟรี แต่พอกลับมาบ้านมีสักกี่คนที่จะลงมือทำจริงจัง เปลืองงบจริง ๆ แต่มีเกษตรกรหัวก้าวหน้าที่เขาได้รับความรู้มา หรือขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติมเอง ลงมือทำจริง ๆ ได้ผลจริง ๆ ทางการจึงยื่นมือเข้ามาส่งเสริม จนกลายเป็นศูนย์ถ่ายทอดการเรียนรู้
โอ๊ย! หนักหัวจริง ๆ บล็อกนี้ ไปดีกว่า... ไปหาอะไรอัดแก้เซ็ง (อัดเห็ดไม่ได้อัดคนนะ อิอิ)
หน้า