เพาะลูกเหรียง (ส่งป้าเล็ก)

หมวดหมู่ของบล็อก: 

ห่างหายจากการเขียน บล๊อก ไปนาน จำได้ว่าป้าเล็กเคยเพาะ ลูกเหรียง มาให้ดู แต่ต้องใส่ทรายด้วย .....ผมเคยบอกไปว่า ไม่จำเป็นต้องใส่ทรายก็ได้ แต่ไม่ได้ทำให้ดูสักที ....อาทิตย์ที่แล้ว นึกอยากกิน ลูกเหรียงผัดเผ็ดหมู ก็เลยได้โอกาสเก็บรูปไว้ มาให้ดูครับ 

วิธีการก็เหมือนกับการเพาะใส่ทราย ต้องตัดตูด และแช่น้ำไว้ 1 คืน

และที่สำคัญคือ เมือกใส ๆ นี่ครับ จะต้องล้างให้สะอาด ไม่เช่นนั้นแล้วจะพากันเน่าหมดครับ

ล้างเสร็จแล้วครับ

ต่อไปมาดูอุปกรณ์สำหรับเพาะกันครับ ....ตะกร้าใบนี้ ผมซื้อมา เพื่อจับตุ๊กแก ช่วงที่มีข่าว ตุ๊กแกดัง ๆ ตัวละเป็นแสนสำหรับ ตัวที่มีน้ำหนักตัว 3 ขีดขึ้นไป ... ผมประกาศรับซื้อตัวละ 10000 แต่หาตุ๊กแกทีมีน้ำหนักขนาดนี้ไม่ได้เลย เจอแต่ 2 ขีดกว่า (ที่กล้ารับซื้อ เพราะน้าของเพื่อนที่ทำงาน เป็นคนการันตี เค้ารับแล้วส่งให้นายทุนมาเลย์หรือใต้หวันนี่แหละ ได้ตัวแสนจริง ๆ ขออย่างเดียว เอาเป็น ๆ ตัวไม่ช้ำ หางไม่ขาด น้ำหนักได้) แต่จนจนรอดผมก็หาไม่ได้เลยสักตัวที่น้ำหนักถึง ก็เลยเลิกไปโดยปริยาย เหลือตะกร้ากับตาชั่งไว้ให้ดูต่างหน้า ว่าอย่าคิดรวยทางลัด แถมยังเอาชีวิตเค้ามาเป็นทางผ่านอีก .... ก็ยังดีที่ได้ใช้ประโยชน์ จากของที่ซื้อไว้ ตะกร้าก็เอามาเจาะพื้น เพาะลูกเหรียง ตาชั่งก็ให้เพื่อนที่เพาะเห็ด เอาไปชั่งเห็ดขาย อิอิอิ

ต่อไปก็เอาผ้ารอง เอาลูกเหรียงใส่ คลุมให้มิด แล้วรดน้ำให้ชุ่ม เก็บไว้ในที่ร่ม

ผ่านไป 3 คืนมาเปิดดูครับ ...

ใช้ได้แล้ว อิอิอิ เอามาผัดหน่อไม่ต้องยาวมากขนาดนี้กำลังดี แต่ถ้าใครชอบหน่อยาว ๆ ก็เอาไว้สัก 4 - 5 คืนก็ได้ครับ

จัดการแกะ เปลือกดำ ๆ ออกเอาไปใส่โคนต้นไม้ ผลของการที่เราล้างเมือก ใส ๆ ออกให้หมดก่อน นอกจากจะทำให้ไม่เน่าแล้ว ยังทำให้แกะง่าย ล้างง่ายด้วยครับ พร้อมที่จะเอาลงไปเพื่อนกับหมูในกะทะแล้วครับ ....ลูกเหรียง ....

เสร็จแล้วครับ ผัดหมูกับลูกเหรียง ขั้นตอนทำไม่มี ออกจากกะทะ ลงหม้อ หน้าตาก็เป็นแบบนี้เลย

เผ็ด ๆ อย่างนี้ต้องผักเหนาะ สักหน่อย ถึงบ้านจะไม่มีดิน แต่ก็พอมีผักให้กินแก้ขัด จากการที่ได้จัดเมล็ดลงกระถาง ถึงแม้จะไม่สวย ไม่งาม เหมือนในตลาด แต่รสชาดและความปลอดภัย ไม่ต้องพูดถึง อร่อยและ ปลอดภัยกว่ากันเยอะ....อิอิ

แล้วก็ข้าวสวยร้อน ๆ สักจาน มาทานด้วยกันครับ ....

จบแล้วค้าบ ขอบคุณบ้านสวนพอเพียง ที่ให้พื้นที่ในการเขียนบล๊อกนี้ เจอกันบล๊อกหน้าค้าบ



ความเห็น

ขอบคุณสำหรับวิธีเพาะลูกเหรียงค่ะ จะเลียนแบบมั่ง:uhuhuh:

"ความสุขของชีวิตในวันนี้ คือทำตามวิถีพอเพียงของพ่อ"

ลองดูครับ .... เพาะง่าย ล้างง่าย ไม่ต้องกลัวทรายเข้าไปติดในเมล็ดครับ

เมื่อรู้สึกว่ากำลังแย่ จงให้กำลังใจตัวเอง ด้วยการคิดว่า "ยังมีคนอื่นที่แย่กว่าเราอีก"

อยู่ปักษ์ใต้ยังไม่เคยเพาะเองเลยซื้อตลอด...ต้องลองมั่งแล้ว

คิดให้แตกต่าง...แต่อย่าแตกแยก

ลองดูครับ ป้าต่าย ง่าย ๆ ตัดตูด แช่น้ำคืนนึง แค่นั้นเอง แต่ที่สำคัญต้องล้างเมือก ขาว ๆ ใส ๆ ออกให้หมดครับ หน่อจะได้ไม่เน่า

เมื่อรู้สึกว่ากำลังแย่ จงให้กำลังใจตัวเอง ด้วยการคิดว่า "ยังมีคนอื่นที่แย่กว่าเราอีก"

จากวันแรกที่เพาะ จนกระทั่งถึงวันแก้ผ้า(ผ้าห่อลูกเหรียง)ต้องรดน้ำให้ทุกวันใช่มั๊ยน้อง

..โอกาสไม่ได้มีทุกวัน..

 

ใช่ครับ พี่เสิน ต้องรดน้ำให้ชุ่ม อยู่ตลอด ครับ

เมื่อรู้สึกว่ากำลังแย่ จงให้กำลังใจตัวเอง ด้วยการคิดว่า "ยังมีคนอื่นที่แย่กว่าเราอีก"

ผมก็เคยปลูกเหรียง แต่วิธีของผมง่ายๆ ไม่ซับซ้อนอะไรเลย

เริ่มจากอยากกินแกงลูกเหรียง ก็ไปซื้อหน่อเหรียงจากตลาดสด แล้วแบ่งมาเพาะใส่ถุงดำ ไม่กี่วันก็ได้ต้นเหรียงสมใจครับ

จะปลูกต้นไม้ในใจเธอ


หลายปีมั้ยครับ กว่าเค้าจะออกฝัก ที่บ้านมีแต่ ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ อายุมากกว่าผมอีกมั้งครับ

เมื่อรู้สึกว่ากำลังแย่ จงให้กำลังใจตัวเอง ด้วยการคิดว่า "ยังมีคนอื่นที่แย่กว่าเราอีก"

ไม่ทราบเหมือนกันครับ บ้านผมไม่มีที่ปลูก เป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์ แต่ที่ผมทดลองปลูก เพื่อต้องการทำให้เมียเห็นว่าทุกอย่างสามารถปลูกได้ จะได้เลิกต่อต้านผมซะที พอโตได้ประมาณหัวเข่า ผมก็ให้เพื่อนเอาไปปลูกที่สวนที่ราชบุรี แล้วก็ไม่ได้ติดตามผลเลยครับ

แต่เพื่อนผมเป็นคนนครฯ ไปได้เมียอยู่ที่พิจิตร เอาพืชทางใต้ไปปลูกที่พิจิตร ก็ได้ผลครับ ทั้งเหรียง ลูกเนียง สะตอ แตแหร(มะม่วงหิมพานต์) ก็ใช้เวลานานครับ มากกว่า ๕ -๗ ปีถึงจะให้ผล

จะปลูกต้นไม้ในใจเธอ


อย่ากินเยอะนะ เดี๋ยวท้องเสีย :sweating: :sweating:

หน้า