forward mail ที่เป็นประโยชน์ควรนำมาเผยแพร่มั๊ย
ปกติผมจะได้รับ fw.mail จากเพื่อนๆเสมอ หลายอันมีประโยชน์ต่อคนอื่น ผมก็จะ fw.ต่อ ทั้งๆที่ไม่แน่ใจว่าจริงหรือเท็จ แต่คิดว่ารู้ไว้ ระวังตัวไว้ และใช้วิจารณญาณ ก้อไม่น่าจะเสียหายอะไร พอมารู้จักที่ชุมชนนี้ ความห่วงใยและระลึกถึงมันเลยเชื่อมโยงให้อยากส่งต่อ แต่ก้อไม่แน่ใจนัก เพราะชุมชนนี้ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการเกษตร เลยขอสอบถามก่อนว่าควรจะทำหรือไม่ (แต่ขอนะ..ไม่เอาเรื่องสี เรื่องการเมือง เรื่องซุบซิบนินทา หรือเรื่องละเมิดก่อความเสียหายให้ผู้อื่น ขอให้คงความบริสุทธิอย่างนี้ดีแล้ว) ถ้าเห็นสมควร ก้ออาจตั้งเป็นอีกห้องหนึ่งขึ้นมา ถ้าไม่สมควรก้อยุติ ขอส่งตัวอย่างที่ได้รับมา พออ่านจบก้อให้นึกถึงลูกสาวทั้งของเรา เพื่อน หรือคนทั่วไป ลองพิจารณาดูนะ (หลายคนอาจได้รับบ้างแล้ว / ใน fw นี้มีรูปถ่ายบัตรประชาชนผู้ก่อเหตุด้วย แต่เนื่องจากข้อมูลยังไม่ได้รับการตรวจสอบ ผมจึงลบทิ้งไปก่อน)
FW: แฟนเพื่อนข่มขืน.....อ่านนะ ต้องอ่าน.... (จะไม่ส่งต่อก็ดูใจดำไปหน่อย)
เราเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่เคยคิดว่า
เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับตัวเองทุกครั้งที่เราได้รับFWD
เมลมาเราเกิดความรู้สึกรำคาญและกดลบทิ้ง
ทำให้เวลามีการเตือนอะไรเราก็ไม่เคยสนใจไม่เคยรับรู้ว่ามี'
ภัยสังคมรอบตัว
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเราไปรู้จักผู้ชายคนนี้ที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งโดย
บังเอิญเราไปกับเพื่อนผู้หญิงหลายคนทั้งๆ
ที่ปกติเราก็ไม่ได้เป็นคนเที่ยวกลางคืนนะ
แต่วันนั้นเรามีนัดพบเพื่อนเก่าสมัยมัธยมที่ไม่ได้เจอกันนาน
และเสียงโหวตของคนอยากไปที่นี่ก็มากกว่า
เราก็เลยต้องไปเจอเพื่อนที่นั่นทั้งๆที่ไม่ได้อยากไปเลย
เพื่อนเราหลายคนก็พาแฟนมาเปิดตัวซึ่งเราเองไม่เคยมีแฟน
เราไปคนเดียวก็ไม่ได้คิดอะไรมากก็นั่งพูดคุยกันตามประสาคนไม่เจอกันนาน
แต่เราก็นั่งได้ไม่นานเริ่มรู้สึกอยากกลับบ้านเพราะว่าเหม็นกลิ่นบุหรี่มาก
(เราเป็นภูมิแพ้)และเราก็ไม่ชอบเสียงหนวกหู
พูดกันก็ต้องตะโกนอ่ะเลยบอกเพื่อนๆว่า
ขอตัวกลับก่อนเอาไว้วันหลังค่อยเจอกันใหม่
แฟนเพื่อนเราคนหนึ่งก็อาสาเดินออกไปส่งขึ้นแท็กซี่
เพราะว่าไม่อยากให้เราเดินคนเดียวออกจากร้านไป
เพราะเราไม่คุ้นสถานที่เลย และร้านนี้ก็ไกลจากบ้านมากๆ
แต่พอเราเดินออกมาจากร้านไม่นาน รู้สึกตัวอีกที
เราก็ตื่นขึ้นมาอีกทีอยู่บนเตียงในโรงแรมแล้ว....
เรามองตัวเอง...ในสภาพเปลือยล่อนจ้อน...เนื้อตัวเป็นจ้ำๆ
เรารู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเรายังกะหนังไทยเลยเนอะ
แต่มันคือเรื่องจริงนี่คือตัวเรานี่เราหรือเนี่ย...
เราไม่คิดว่าครั้งแรกของเราที่ทนุถนอมมากว่ายี่สิบปีจะต้องมอบให้แก่สัตว์
นรกตัวนี้ เรารวบรวมสติได้ในเวลาอันรวดเร็ว
บอกกับตัวเองว่าเราไม่สามารถย้อนเวลาคืนมาได้แล้ว
เราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไร ขึ้นกับเราอีก
ถ้านรกตัวนี้ตื่นขึ้นมา...
เราอาจจะถูกมันข่มขืนอีกก็รอบได้
เราเลยรีบแต่งตัวแล้วหวังจะออกจากโรงแรมให้เร็วที่สุดก่อนที่มันจะตื่น
เราจะวิ่งๆๆเอาร่างอันโสมมของเราไปให้พ้นจะสถานที่แห่งนี้ให้ได้
เราจะต้องเอาเรื่องมัน เราจะบอกที่บ้านอย่างไรดี....
ป่านนี้พ่อแม่เราจะห่วงขนาดไหนที่ลูกไม่กลับบ้านทั้งคืนโดยไม่ติดต่ออะไร เลย
เราจะแจ้งความดีไหมเพื่อนเรารู้หรือยังว่าเกิดอะไรขึ้น
สารพัดคำถามที่เกิดขึ้นในใจของเรา
ทันใดนั้น..เราก็เห็นโทรศัพท์มือถือและกระเป๋าสตางค์ของมัน
เราเลยรีบคว้าติดตัวออกมาด้วยหวังเป็นหลักฐานให้รู้ชื่อ–
สกุลว่ามันคือใครที่อยู่
เบอร์มือถือที่จะติดต่อเอาเรื่องมันได้เมื่อเราแต่งตัวเสร็จ
เราเลยคว้าเอาออกมาด้วย
ระหว่างทางที่นั่งแทกซี่เราร้องไห้ตลอดทางจนคนขับถามเราว่า
'หนูๆเป็นอะไรรึปล่าว'เราได้แต่ตอบไปว่าไม่ได้เป็นอะไร
เพิ่งเลิกกับแฟนเฉยๆ(จะให้เราบอกอย่างไร ว่าเราเพิ่งถูกข่มขืนมา...)
ระหว่างนั้นเราได้ยินเสียงคนขับหวังดีคอยพูดปลอบใจเราแต่ฟังไม่ได้ศัพท์
เท่าไรนักเพราะในใจครุ่นคิดแต่เรื่องที่เราจะต้องบอกพ่อแม่เมื่อ
เรากลับถึงบ้านให้ได้ว่าเราเป็นอะไร
ทำไมไม่กลับบ้านเรา...ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว
เราบอกให้คนขับแวะร้านขายยาซื้อโพสตินอร์มา
เราไม่เคยคิดเลยว่าเราเองคนนี้นะหรือ
ที่เคยรู้สึกภาคภูมิใจกับความบริสุทธิของตัวเอง
เรานี่หรือที่เคยรู้สึกเย้ยหยันลูกผู้หญิงด้วยกันเวลาที่พบกระทู้ตามเวบ
บอร์ดว่าาอะไรกินป้องกันการท้องหลังการมีเพศสัมพันธ์ได้
เราเคยขยะแขยงคนเหล่านี้เพราะมองแต่เพียงว่า
เขาเหล่านั้นไม่รักนวลสงวนตัวรักสนุกเพียงชั่ววูบ
แต่ก็เรานี่แหละที่วันนี้ต้องกลับมาเป็นฝ่ายกล้ำกลืนบอกคนขายยาว่าต้องการ
ยาโพสตนอร์...
คนขายหยิบให้เราด้วยคำพูดว่า'น้อง..
ทีหลังกินยาคุมดีกว่านะมดลูกจะได้ไม่พัง'
ด้วยสายตาเหยียดหยามอยู่ไม่น้อย...
แล้วเราจะทำอย่างไร..เราจะบอกเขาได้อย่างไร
ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นกับเรา..
เราได้แต่ก้มหน้ารับสภาพไป.....
เราขึ้นแทกซี่คันเดิมที่จอดรออยู่ให้ขับส่งไปถึงที่บ้าน
เมื่อถึงบ้านวันนั้นเป็นวันเสาร์
พ่อแม่เราไม่ได้ออกไปทำงานเรารีบบอกพ่อแม่ว่าเป็นลม
มีคนนำส่งรพ.ติดต่อพ่อแม่ไม่ได้นี่เพิ่งฟื้นกลับมา
พอดีในกระเป๋ามีเบอร์เพื่อนที่รพเขาเลยตามเพื่อนมาได้คนนึง
มารับตัวและจ่ายค่ารักษาไปแล้ว
เราไม่รู้ว่าเขาเชื่อหรือไม่แต่เราคิดออกได้เท่านี้จริงๆ...
และรีบบอกพ่อแม่ว่าขอไปนอนพักที่ห้องนอนก่อน
พอขึ้นห้องนอนเรารีบหยิบเอามือถือและกระเป๋าสตางค์ของนรก
นั่นออกมาดู แล้วเราก็ต้องตกใจที่พบว่าตัวเองเป็นกำลังเป็น
นางเอกคลิปวิดิโออยู่
มัน...มันถ่ายคลิปเก็บไว้เพื่ออะไร
เพื่ออวดคนเพื่อแบลคเมล์เราหรืออะไร..
และไม่ใช่แค่เราคนเดียวยังมีเพื่อนเราในนั้น
มีคนอีกเกือบสิบคนที่ตกในสภาพเดียวกับเรา
นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้เพื่อนเราคนนี้พยายามคะยั้นคะยอนัดพบเพื่อนเก่าเพื่อ
ให้แฟนตัวเองได้ลิ้มรสชาติใหม่ๆหรือปล่าวเนี่ย
เราเลยโทรไปถามเพื่อนเรา
เหมือนเพื่อนเราจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นมันไม่ยอมรับโทรศัพท์
และเลิกติดต่อกับเราอีกเลยเล่ามาถึงจุดนี้
อยากให้เพื่อนๆทุกคนระวังตัวให้ดีอย่าไว้ใจเพื่อนตัวเอง
อย่าให้ใครไปส่งเราตามลำพังและหากเกิดอะไรขึ้นต้องมีสติ
หากมีโอกาสหยิบมือถือหรือกระเป๋าสตางค์มันออกมาพร้อมกับตัวด้วยก็
ได้เผื่อจะได้มีหลักฐานให้รู้ว่ามันคือใคร
เรากล้าพิมพ์เพราะเราไม่มีอะไรจะเสียแล้ว
ตอนนี้เรากำลังจะไปเรียนต่อที่อเมริกา
ป้าเรามีร้านอาหารที่นี่และคิดว่าจะทำงานที่นี่เลย
คงไม่ต้องได้พบเจอกับมันอีกเราจึงกล้าเล่าให้ฟัง
และมันก็คงทำมาเยอะจนจบมือใครดมไม่ได้หรอกว่าเราคือใครเว้นแต่จะถามจาก
เพื่อนเรานั้นแต่เราส่งข้อความไปให้เพื่อนเราว่า
ถ้ามันบอกว่าเราคือใคร
เราก็จะเอาคลิปของมันออกเผยแพร่เช่นกัน
เราขู่มันไปให้สมกับความชั่วที่มันทำกะเรา
เราก็ไม่แคร์แล้วเพราะว่าเรามีหลักฐานคือ
คลิปวิดิโอที่พร้อมเล่นงานมันทุกเมื่อ
- อ่าน 2880 ครั้ง

ติดดิน
1 พฤษภาคม, 2010 - 19:58
Permalink
ความรู้
บางเรื่องอ่านไว้เพื่อเป็นความรู้ก็ไม่เสียหายอะไร
ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
จันทร์เจ้า
1 พฤษภาคม, 2010 - 20:35
Permalink
ผู้หญิงคนนี้เข้มแข็งจัง
ดีค่ะที่เอามาเผยแพร่ อย่างน้อยก็ได้เตือนใจใครหลายๆคน
พอเพียง และ เพียงพอ บ้านไร่จันทร์เจ้า
little finger
1 พฤษภาคม, 2010 - 21:08
Permalink
เรื่องราวดีดี
เรื่องราวดีดี มีประโยชน์ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับเรื่องเกษตรก็เอามาแบ่งปันกันได้ค่ะ
พอมารู้จักที่ชุมชนนี้ ความห่วงใยและระลึกถึงมันเลยเชื่อมโยงให้อยากส่งต่อ
V
V
อ่านแล้วอบอุ่นจังเลยค่ะ
ทราย
1 พฤษภาคม, 2010 - 21:34
Permalink
จริงค่ะ
ชุมชนนี้ มีความห่วงใยและปรารถนาดีต่อกันเสมอ
เจ้โส
1 พฤษภาคม, 2010 - 23:04
Permalink
ดีค่ะ
จะได้เป็นอุทาหรณ์ สอนลูก สังคมทุกวันนี้เสื่อมโทรมเหลือเกิน อะไรที่เราคิดว่าเป็นไปไม่ได้ มันก็เป็นไปได้ อยู่กันอย่างหวาดกลัว หวาดระแวงไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
garden_art1139@hotmail.com
สวนสุขารมย์
1 พฤษภาคม, 2010 - 23:16
Permalink
ดีค่ะ
ผู้หญิงจะได้ระวังตัวให้มากขึ้น
เวลาพบกันสั้นนิดเดียว
สุชญา
2 พฤษภาคม, 2010 - 08:57
Permalink
ระวังภัย
อย่างนี้น่ากลัวมากเลย เพราะเพือนเป็นคนทำ แต่ยังมีสติที่หยิบกระเป๋า และ โทรศัพท์ออกมาด้วยไม่นั้นเลยมากกว่านี้ เห็นด้วยกับเจ้โส สังคมทุกวันนี้เสื่อมโทรม
ยายอิ๊ด
2 พฤษภาคม, 2010 - 23:41
Permalink
อืม
ไม่ว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น แต่การที่ไม่ประมาทเป็นการดีที่สุด
มากกว่านี้ยังมีเลยค่ะ
#แตกต่าง.แต่.ไม่แตกแยก#