ความเปลี่ยนแปลงเมื่อเข้าบ้านสวน
วันนี้ว่างคะ อยากบอกความรู้สึกคะ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะเป็นเรื่องไร้สาระไปหรือเปล่า ช่วยชี้แนะด้วยนะคะ ไม่มีคนแย่งคอม ลูกไปโรงเรียน สามีไปประชุม
ทีแรกเข้ามาค้นหา เรื่องน้ำยาล้างจาน มาเจอเวปนี้โดนใจมากเลย แอบเข้ามาอ่านบ่อย รู้สึกถึงความรัก ความจริงใจ และความอบอุ่นในบ้านหลังนี้ อยากเป็นสมาชิกด้วย บางทีเราอาจจะมีค่ากับคนอื่นๆในบ้านหลังนี้บ้าง ทั้งที่เพิ่งหัดเล่นเน็ตประมาณเดือนนึง เพราะติดตั้งอินเตอร์เน็ตที่บ้านให้ลูก(คนเล็ก) ครูสั่งการบ้านต้องออกไปทำที่ร้าน เราก็เป็นห่วง บางทีอาจจะเป็นข้ออ้างของลูกที่จะออกจากบ้าน แล้วไปนาน ทีนี้เราก็ต้องเล่นให้เป็นด้วย ทำไมเด็กๆถึงมีปัญหาติดเน็ต เค้าเล่นอะไรกัน สมัครไม่เป็นหรอกคะลองทำดูหลายครั้ง สุดท้ายต้องสารภาพกับลูกคะให้ลูกสมัครให้(คนโต)พอเข้ามาอยู่บ้านหลังนี้ได้ ต้องมาทุกวัน สิ่งที่เราได้รับจากคนที่ไม่รู้จักแต่รู้ใจ มากมาย อาจจะแตกต่างกันที่ฐานะ หน้าที่การงาน บางครั้งก็รู้สึกด้อยกว่าคะ
เดี๋ยวนี้พอลูกโทรมาจะทายก่อนเลย(หรือขู่)เข้าบ้านสวนอยู่ใช่มั๊ย ลูกคนเล็กก็เหมือนกันพอเห็นแม่กลับมาจากข้างนอก เค้าเล่นเน็ตอยู่ก่อนก็จะเรียก แม่น้องอายเปิดให้นะ สามีก็อีกคน ใหม่ๆก็ไม่ค่อย"บายใจแล้วไม่พูด(เราก็อึดอัด) ทีนี้ก็คุยให้ฟังอยู่เรื่อยแบบซึมลึก มีปัญหาเกี่ยวกับต้นไม้ใบหญ้าก็ปรึกษา คุยเรื่องคนนั้น คนนี้ให้ฟัง เดี้ยวนี้แอบเข้าบ้านสวนเราด้วยละ
สามีมักจะกลับบ้านดึก เป็นเรื่องปกติ คนของประชาชน ที่เข้าถึงประชาชนจริงๆคะ เมื่อก่อนถ้าดึกมากจะโทรหาคะ(หยอดคะ ถ้าไม่โทรกลับมีปัญหา)เดี๋ยวนี้เข้าบ้านสวนจนลืมเวลา ต้นไม้ ใบหญ้ารอบตัวก็มีความหมายมากขึ้น ทำงานบ้านก็ต้องทำให้เสร็จเร็ว (เพื่อจะเข้าบ้านสวน) มีเมนูอาหารให้เลือกมากมาย
อีกเรื่องคะ โทรศัพท์ถ่ายรูปได้ ซื้อใช้เองแล้วคะ เป็นคนที่แอนตี้เรื่องซื้อของใช้เกินจำเป็นคะ พอเข้าบ้านสวนมันเป็นสิ่งจำเป็น กล้องถ่ายรูปก็มี ไว้ถ่ายรูปกิจกรรมต่างๆ ของครอบครัว หมู่บ้าน แต่เข้าคอมไม่ได้ ทำไม่เป็น ต้องให้ช่างมาทำให้ ที่บ้านจะใช้แต่ของที่คิดว่าจำเป็น(คิดเอาเอง)สอนให้ลูกรู้คุณค่าของเงิน ทุกบาทคือหยาดเหงื่อแรงงานของเรา โทรศัพท์เครื่องแรกของลูก(คนโต คนเล็กยังไม่ให้ใช้)ต้องประหยัดตังค์ค่าขนมซื้อเอง รวมกับค่าจ้างเก็บขี้ยาง(ต้องช่วยเก็บทุกสัปดาห์ จะให้ตังค์ไปซื้อโดยตรงก็ไม่ดี เลยคิดให้เป็นค่าแรง)เครื่องที่สองก็เก็บตังค์เอาเองกับเอาเครื่องเก่าไปเทิร์น(ไม่มีค่าจ้างเก็บขี้ยางแล้วเพราะเรียนสูงขึ้นจ่ายตังค์เยอะกว่าเดิม)เค้าตั้งใจว่าจะใช้เครื่องนี้จนกว่าจะเรียนจบ พอดีอาจารย์พาไปเที่ยวภูเก็ต(โครงการของรุ่นพี่ แต่พิเศษเด็กกิจกรรมรุ่นน้องไปห้าคน)วิ่งหนีคลื่นโทรศัพท์ตกทะเลตายเลยต้องซื้อไหม่ คราวนี้จำเป็นจ่ายคนละครึ่ง (ปิดเทอมทุกครั้งเค้าต้องหางานทำได้ประสบการณ์ด้วยเค้าชอบคะ ปิดเทอมที่ผ่านมาก็ไปทำงานที่ภูเก็ต)คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คก็จ่ายคนละครึ่งคะ ทีนี้พอถึงคราวตัวเองจะซื้อมั่ง คุยกับลูก เป็นข่าวใหญ่เลยคะ แม่จะซื้อโทรศัพท์ถ่ายรูปได้แล้วรู้ไปสามบ้านเจ็ดบ้านเลยคะ
เท่านี้ก่อนนะคะ รู้สึกเบาตัวเลยคะ
- บล็อกของ บุญพา
- อ่าน 5248 ครั้ง

ความเห็น
กระต่ายดำ
2 มิถุนายน, 2010 - 11:05
Permalink
ครอบครัวน่ารักดีครับ
คุณแม่สอนดี เด็กๆ ทำตัวน่ารัก ไม่เป็นปัญหา รู้จักช่วยงาน ทำงานหาเงินใช้เองช่วงปิดภาคเรียน ชื่นชมครับ
จะปลูกต้นไม้ในใจเธอ
บุญพา
2 มิถุนายน, 2010 - 12:12
Permalink
เด็กๆก็เหมือนผ้าขาวคะ
ต้องทำให้เค้าเข้าใจว่าเรารัก เป็นห่วงเค้าจริงๆ มีโอกาสก็บอกเค้าตลอดคะ พยายามเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกดูคะ คอยรับฟัง ชี้แนะ ทุกเรื่องเลยคะ ที่สำคัญต้องอดทน หาจังหวะ หาช่องว่าง ยกตัวอย่าง(แม้แต่เรื่องตัวเองที่เคยพลาด)
สวนสุขารมย์
2 มิถุนายน, 2010 - 11:14
Permalink
ส่วนใหญ่จะคล้ายๆกัน
คือเมื่อเข้าบ้านสวนใหม่ๆ คนรอบข้างก็จะไม่ค่อยสนับสนุนเท่าไร แต่พอเราคุยให้ฟังบ่อยๆก็ค่อยๆเอนตามค่ะ เดี๋ยวนี้พออยากรู้อะไรก็จะบอกให้ถามพวกบ้านสวนซิ ต้องทำไงบ้าง..อะไรประมาณนี้.....ยิ่งพอผู้ใหญ่มาเยี่ยม...ทุกคนก็ยิ่งรู้สึกดีกับบ้านสวน (แต่ก็มีบางคนยังแอนตี้นิดๆ พวกฟอร์มแยอะนะ)
เวลาพบกันสั้นนิดเดียว
บุญพา
2 มิถุนายน, 2010 - 11:18
Permalink
เราอยู่กันแบบเพื่อน
จะคุยกันทุกเรื่องคะ เดี๋ยวนี้ความประพฤติของลูกไม่ห่วง กลัวแต่ปัญหาสังคมจะเข้ามาหาโดยไม่รู้ตัวคะ เค้าไปเรียนที่กรุงเทพ(คนโต)พ่อแม่ไม่เต็มใจ แต่ไม่ห้ามคะ
แจ้ว
2 มิถุนายน, 2010 - 11:22
Permalink
เหมือนกันหมด
ไม่ขอบรรยายของตัวเองแล้วกันค่ะ จะบอกว่าเหมือนกัน.....เกือบทุกเรื่อง ทั้งเรื่องโทรศัพท์ถ่ายรูปได้.... เรื่องอยู่หน้าคอม... เรื่องลูกทาย.... แถมเรื่องโทรตามสามีด้วย.... นี่กะว่าจะเขียนสั้น ๆ นะ
sothorn
2 มิถุนายน, 2010 - 11:23
Permalink
อ่านไปยิ้มไป
อ่านไปยิ้มไป
แผน รณรงค์
2 มิถุนายน, 2010 - 11:26
Permalink
คนโสดก็งี้แหละ
คนโสดก็งี้แหละ เมื่อก่อนผมก็เคยยิ้มแถมหัวเราะ ด้วยตอนนี้ รอยยิ้มมันเริ่มหายไปเหมือนกัน นานๆจะได้ยิ้มสักที
ตามรอยพ่อคิด ด้วยวิถีชีวิต ที่เพียงพอ
สวนสุขารมย์
2 มิถุนายน, 2010 - 11:37
Permalink
พี่แผน
พี่แผนก็ฝึกยิ้มบ่อยๆซิค่ะ.. " วันนี้คุณยิ้มแล้วหรือยัง " เขียนไว้ที่หน้ากระจกเลยค่ะ..แล้วพี่จะรู้สึกดีไปทั้งวัน
เวลาพบกันสั้นนิดเดียว
บุญพา
2 มิถุนายน, 2010 - 11:43
Permalink
คุณบุ๋ม คุณแผน คุณป้อมคะ
อย่าว่าผู้ใหญ่ซิคะ เพราะยิ้มนี่แหละน้องอายถึงได้รู้จัก
เค้าพูดว่าถ้าไม่ยิ้มจะมองเห็นมั๊ยเนี่ย สีเดียวกันคะ
pomcob
2 มิถุนายน, 2010 - 11:29
Permalink
เก็บอารมณ์หน่อยผู้ใหญ่
ยึ้มไม่หุบเลยนะครับ
ดูแล้วตอนนี้ คนบ้านสวนมาจะครบแล้ว ( เยอะจริงๆ )
ไปกันได้ยัง แฮะๆ เหมือน นัดหมายมาเจออะไร ซํกอย่างเลย หรือจะไปใหน ซักทีเลย
หน้า