ระบบน้ำ และเทคนิคในการฉีดน้ำฝอยแรง ควบคุมแมลงศัตรูพืชผัก

หมวดหมู่ของบล็อก: 

ตามที่ได้อธิบายมาโดยต่อเนื่องว่า การปลูกผักปลอดภัย โดยใช้เพียงปุ๋ยหมักตื่นตัว จะให้ประสบความสำเร็จต้องนำ การจัดการองค์รวม มาใช้ร่วม อาทิ เช่น การฉีดน้ำฝอยแรง การให้ได้รับแสงแดดเต็มที่ แต่ไม่ใช่ ๑๐๐% การเลือกสายพันธุ์ และชนิดของพืชผักให้เหมาะสมกับ ฤดูกาล และวิธีปลูกที่แตกต่างกัน การไม่ทำลายระบบรากพืชผัก และให้รากเจริญเติบโตอย่างสมดุลย์ การเข้าใจจุดแข็ง จุดอ่อนใน แต่ละช่วงการเจริญเติบโตของพืช การเข้าใจจุดแข็ง จุดอ่อน ของแมลงศัตรูพืชผัก การเข้าใจจุดแข็ง จุดอ่อนของแมลงที่มีประโยชน์ ตัวห้ำ ตัวเบียน และที่สำคัญที่สุด คือ การเข้าใจจุดแข็ง จุดอ่อนของตนเอง

ในตอนนี้ จะนำเสนอ การฉีดน้ำฝอยแรง ควบคุมแมลงศัตรูพืช

ข้อมูลพื้นฐาน:

  • การออกแบบระบบน้ำ ปั๊มน้ำ และขนาดท่อส่งน้ำ จะถูกออกแบบ เพื่อให้ใช้กับหัวฉีดน้ำ ระดับต่างๆ ให้เหมาะสมกับพืชผัก แมลงศัตรู และฤดูกาล แต่ไม่ว่า จะเลือกใช้ ระบบ อุปกรณ์ แบบไหน จะต้องมีประสิทธิภาพสูงสุด ในการฉีดน้ำฝอยแรง ไม่ทำอันตรายต่อพืชผักทุกชนิด และต้องประหยัดน้ำ แน่นอนที่สำคัญยิ่ง คือ ต้องสามารถ ควบคุมแมลงศัตรูพืชผักที่สำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เราจะไม่เรียกว่า เป็นการรดน้ำพืชผัก เพราะในช่วงนี้ แม้ฝนจะตกแทบทุกๆวัน แต่การฉีดน้ำควบคุมแมลงศัตรูยังทำต่อเนื่องทุกๆวัน ตามช่วงอายุ ชนิดของแมลงศัตรู และชนิดของพืช
  • แม้การพัฒนาระบบฉีดน้ำฝอยแรงจะพัฒนาได้มาไม่นาน และยังมีปัญหา และอุปสรรคอยู่บ้าง แต่สามารถกล่าวได้ว่า เป็นอาวุธที่สำคัญมากที่ไม่สามารถขาดได้ เมื่อใช้ร่วมกับปุ๋ยหมักตื่นตัว และการจัดการองค์รวม สามารถควบคุมแมลงศัตรูผัก บางชนิด บางฤดูกาล ได้เกือบ ๙๐%
  • พืชผักดังกล่าวได้แก่ ผักบุ้ง ผักกาดหอม คื่นฉ่าย ผักชีจีน ผักชีลาว คะน้า ผักโขมจีน โหระพา กะเพรา ใบแมงลัก ผักกาดเขียวน้อย มะเขือเทศ พริกขี้หนูสวน ถั่วพู ถั่วฝักยาว ผักหวานบ้าน และมะละกอ ซึ่งทั้งหมดได้ เข้าสู่ระยะ เริ่มผลิตเป็นการค้าทั้งหมด และได้ทำการเพิ่มกำลังการผลิตเต็มที่ เพราะได้ทำการปรับปรุง แก้ไขเทคนิค มาอย่างต่อเนื่องให้รองรับการขยายตามความต้องการของตลาด ของผู้บริโภค ที่มีความต้องการผักปลอดภัยมากมาย

แน่นอนว่า หัวใจของความสำเร็จในการปลูกผักปลอดภัย คือ ปุ๋ยหมักตื่นตัว

เมื่อใช้ร่วมกับ การจัดการโดยองค์รวม สามารถทำให้โอกาสประสบความสำเร็จในการปลูกผักปลอดภัยมีสูงยิ่ง โดยเฉพาะการพัฒนา และนำเทคนิคการฉีดน้ำฝอยแรง มาใช้

ที่เห็นอยู่ทางด้านหลังเป็นระบบน้ำซึ่งนำมาใช้ที่สวนล่าง เป็นการออกแบบระบบน้ำอย่างเรียบง่าย

แหล่งน้ำที่ใช้มาจาก สามแหล่ง น้ำบาดาลน้ำตื้น (ติดตั้งเสร็จในสองวัน) น้ำประปาหมู่บ้าน และน้ำจากสระน้ำ ปั๊มน้ำอัตโนมัติ (๓๕๕วัตต์) ในอดีตจะสูบน้ำจากสระขึ้นถังน้ำทั้งสองถัง (ถังสามพันลิตรที่เห็นอยู่สูงๆ ด้านหลัง) โดยเฉพาะแต่ก่อน ที่ยังใช้ระบบน้ำหยด แต่ปัจจุบัน ระบบน้ำดังกล่าวไม่ได้ใช้แล้ว

เนื่องจากปัจจุบัน ใช้แต่ระบบฉีดน้ำฝอยแรง จะเห็นเดินท่อน้ำขนาด ๑นิ้ว(ทางซ้ายมือสุด)

ในการรองรับการขยายกำลังการผลิต การฉีดน้ำฝอยแรง ประหยัดน้ำได้อย่างยิ่ง แม้อาจจะไม่เท่ากับระบบน้ำหยด แต่จำเป็น และขาดไม่ได้ในการควบคุมแมลงศัตรู ประมาณการใช้น้ำ อยู่ในช่วงประมาณ ๖๐๐๐-๗๐๐๐ลิตร ต่อวัน (พื้นที่การผลิตสวนล่าง ประมาณ ๑.๗๕ไร่)

***************************************

***************************************

ที่สวนบน จะมีระบบส่งน้ำอยู่สามจุด โดยมีแหล่งน้ำมาจากน้ำบาดาลน้ำตื้น แล้วสูบน้ำบาดาลมาลงบ่อซีเมนต์

เนื่องจาก จะทั้งดูดน้ำจากบ่อซีเมนต์ และส่งน้ำรักษาแรงดัน ฉีดน้ำฝอยแรง จึงต้องใช้ปั๊มน้ำขนาด ๗๕๐วัตต์

เช่นเดียวกัน เนื่องจากปัจจุบันระบบน้ำหยดได้ถูกยกเลิกไป จึงได้ย้ายถังน้ำลงไปใช้บรรจุน้ำฝนไว้ใช้ดื่มแทน

ระบบน้ำที่จุด ถังมีชัย ได้แหล่งน้ำจาก น้ำบาดาลน้ำตื้น น้ำฝน และน้ำประปาหมู่บ้าน

ปั๊มน้ำอัตโนมัติ ขนาด ๑กิโลวัตต์

***************************************

จุดที่สาม ระบบน้ำที่จุดนี้ รองรับการขยายพื้นที่ปลูกผักปลอดภัย เต็มพื้นที่ ๑๐ไร่ ด้วยระบบฉีดน้ำฝอยแรง

ปั๊มน้ำอัตโนมัติ ขนาด ๑.๔กิโลวัตต์ ครอบคลุมการเปิดน้ำฉีดฝอยแรงได้พร้อมกันถึง สามจุด (เทียบเท่า เปิดน้ำระบบสปริงเกลอร์ หนึ่งร้อยตัว พร้อมกัน)

สูบน้ำบาดาลน้ำตื้น ใช้ปั๊มเจ็ทเดี่ยว ควบคุมความดัน ใช้สูบน้ำบาดาลน้ำตื้นจำนวน สามบ่อ

การฉีดน้ำฝอยแรงในมะเขือเทศ

ในถั่วพู และกลุ่มพืชร่วม มี มะเขือ ผักกาดหอม และผักชีจีน

ช่วงความกว้างของเสา ๓เมตร แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของระบบน้ำฉีดฝอยแรง

การฉีดน้ำฝอยแรงในถั่วพู

ในคะน้ายอด

ในผักหวานบ้าน พริกขี้หนูสวน กะเพรา แตงกวา และถั่วฝักยาว

 

***************************************

Link to 2S' blogs >>>

http://www.bansuanporpeang.com/blog/1707

***************************************

 

 

 

ความเห็น

เพลี้ยอ่อน เพลี้ยแป้ง เพลี้ยหอย และหนอนใย แม้จะในฤดูฝน ที่ฝนตกทุกๆวัน สำหรับพืชที่เขาโปรดปราน จะเข้าดูดน้ำเลี้ยง กินยอดใน  ถั่วฝักยาว ถั่วพู มะเขือเทศ ผักกาดฮ่องเต้ ผักกาดกวางตุ้ง เป็นต้น เราต้องมีความละเอียด สังเกต และใช้ฝีมือสูงมากๆ ถึงจะควบคุมแมลงศัตรูได้ ให้ได้ ๗๐-๘๐% ก็เก่งมากๆ แล้วยิ่งไม่ใช้อะไรเลย ต้องฝึกแล้วฝึกอีก ล้มแล้วล้มอีกเป็น ร้อยๆครั้ง ถึงจะพอรับมือได้ระดับหนึ่ง

รักษาสุขภาพนะครับ

เพื่อพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ การทำปุ๋ยหมักตื่นตัว และสวนผักปลอดภัย

 

 

กำลังหาวิธีติดตั้งระบบน้ำอยู่พอดี กะว่าจะใช้กับฟักข้าว ไม่ทราบว่าให้สูกจากพื้นดินได้เต็มที่เท่าไหร่ครับ

มิตรภาพไร้พรมแดน

อย่างไรก็ตาม ลองบอกรายละเอียดเพิ่มเติม อาจจะพอจะช่วยให้แนวทางได้บ้างครับ

รักษาสุขภาพนะครับ

เพื่อพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ การทำปุ๋ยหมักตื่นตัว และสวนผักปลอดภัย

 

 

ผมเพิ่งเริ่มหัดปลูกผัก..ยังเละเทะอยู่..เพิ่งรู้ว่าฉีดน้ำเป็นฝอยช่วยไล่โรคและแมลงได้..แหยุดฉีดน้ำแมลงมันก็กลับมาไม่ใช่หรือครับ..ผักผมล้มคอพับคออ่อนเลย..ขึ้นไม่สวยเลย..เซ็ง

แสวงหาชีวิตที่สงบ..หลบลี้หนีความวุ่นวาย

เคยกล่าวไว้หลายๆครั้งแล้วว่า การจะปลูกผักปลอดภัย โดยใช้แต่ปุ๋ยหมักตื่นตัว และการจัดการองค์รวม (ซึ่งการฉีดน้ำควบคุมแมลงก็เป็น อันหนึ่งที่สำคัญยิ่ง ซึ่งขาดไม่ได้ครับ) เราจะต้องทำแล้วทำเล่า ฝึกแล้วฝึกเล่า ล้มแล้วล้มอีก ถึงพอจะประสบผลสำเร็จได้ ไม่มีวิธีลัดหรอกครับ

บรรพบุรุษของฝรั่ง ทำการค้นพบวิธีจุดไฟ โดยคิดคัน ขดลวด หรืออะไรที่คล้ายๆกัน บรรพบุรุษของเรา อาจจะไม่ฉลาดไม่เก่งเท่าเขา แต่ก็มีความพยายาม เอาไม้ไผ่มาสีกันจนเกืดเปลวไฟ ถ้าหยุดก่อน ไม่ทำต่อเนื่องยาวนาน ก็ไม่มีทางสำเร็จครับ อย่าย่อท้อ ตั้งใจไม่ต้องถอยในที่สุดก็จะไปถึงจุดหมายครับ

รักษาสุขภาพนะครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เพื่อพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ การทำปุ๋ยหมักตื่นตัว และสวนผักปลอดภัย

 

 

เนื่องจาก มีความจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัดตอนค่ำต่อเนื่องกัน สองคืน เริ่มจากวันพระ คืนนี้ ซึ่งปกติก็จะทำจริงจัง และจะไม่คิด หรือนำเรื่องใดๆมา พิจารณาในช่วงที่ปฏิบัติธรรม ส่วนตอนเช้า และกลางวันก็แทบไม่มีเวลาว่างเลย เพราะตั้งแต่ ตีห้า ถึงบ่ายสองโมง ก็ต้องกลับกองปุ๋ยหมัก และการจัดการองค์รวมตลอด

อย่างไรก็ตาม ต้องขอทำความเข้าใจในเบื้องต้น ว่า ความเชื่อ (อย่างเต็มเปี่ยม ๑๐๐%) ไม่จำเป็นต้องเป็นความจริงเสมอไป ผมมีความเชื่อว่า สามารถใช้การฉีดน้ำฝอยแรง และการควบคุมแบบองค์รวม สามารถควบคุมแมลงศัตรูผักเป้าหมายได้อย่างดียิ่ง แต่อาจจะไม่เป็นความจริง ในอนาคตก็ได้ ท่านอื่นๆ มีสิทธิจะไม่เชื่อ เพราะอาจจะลองทำดูแล้ว แต่ไม่ได้ผล หรือดูว่า ง่าย และธรรมดาเกินไป จึงไม่เชื่อ

แต่ในขั้นนี้  ลองทำใจให้เชื่อไว้ก่อน เพื่อเกิดโชคดี ลองทำไป ทำมา แล้วเกิดไดัผล ในบางพืช ในบางฤดูกาล ก็ดูจะไม่น่าจะเสียอะไรนะครับ

เพื่อพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ การทำปุ๋ยหมักตื่นตัว และสวนผักปลอดภัย

 

 

ได้ข้อมูลดีๆมากมายเลย ไว้มีโอกาสจะลอกค่ะ

#แตกต่าง.แต่.ไม่แตกแยก#

ก่อนที่จะได้นำเสนอ รูปภาพ-อธิบาย เรื่อง การฉีดน้ำฝอยแรง ควบคุมแมลงศัตรูพืชผัก ต้องขอย้ำเตือน และทำความเข้าใจเบึ้องต้นดังนี้



  •  

    • ควรฝึก และมองให้เป็นองค์รวม กล่าวคือ การปลูกผักปลอดภัย โดยใช้เพียงปุ๋ยหมักตื่นตัว จะให้ประสบความสำเร็จต้องนำ การจัดการองค์รวม มาใช้ร่วม อาทิ เช่น

      • การฉีดน้ำฝอยแรง ควบคุมแมลงศัตรูพืชผัก

      • การให้พืชผักได้รับแสงแดดเต็มที่ แต่ไม่ใช่ ๑๐๐%

      • การเลือกสายพันธุ์ และชนิดของพืชผักให้เหมาะสมกับ ฤดูกาล และวิธีปลูกที่แตกต่างกัน

      • การไม่ทำลายระบบรากพืชผัก และให้รากเจริญเติบโตอย่างสมดุลย์

      • การเข้าใจจุดแข็ง จุดอ่อนใน แต่ละช่วงการเจริญเติบโตของพืช

      • การเข้าใจจุดแข็ง จุดอ่อน ของแมลงศัตรูพืชผัก

      • การเข้าใจจุดแข็ง จุดอ่อนของแมลงที่มีประโยชน์ ตัวห้ำ ตัวเบียน

      • และที่สำคัญที่สุด คือ การเข้าใจจุดแข็ง จุดอ่อนของตนเอง

    • การใช้ปุ๋ยหมักตื่นตัว มิใช่เป็นการให้เลือกเพียงสองทาง ระหว่าง ปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยเคมี ซึ่งไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง เราได้ใช้ปุ๋ยหินร็อคฟอสเฟต ใส่เข้าไปในการกองปุ๋ยหมักตื่นตัว เพื่อจะได้นำธาตุอาหารที่ละลายน้ำได้ยาก ให้จุลินทรีย์ในกองปุ๋ยหมักฯ ได้ช่วยย่อยสลายให้เป็นรูปแบบที่รากพืช หรือจุลินทรีย์ในดินจะสามารถนำไปใช้ได้ทันที อย่างมีประสิทธิภาพ และนี้ก็คือ หนึ่งในความสำเร็จของโครงการในปัจจุบันการปลูกผักปลอดภัย

    • การฉีดน้ำฝอยแรง เป็นการควบคุมแมลงศัตรูพืชผักที่สำคัญ อาทิเช่น ไรแดง ไรขาว เพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน เพลี้ยแป้ง เพลี้ยหอย หนอนใย และหนอนผี้เสื้อกระทู้ต่างๆ

    • การจะให้การควบคุมแมลง ให้ได้ผลสูงสุด และไม่ทำลายพืชผัก ต้องฝึก ต้องทำ ซ้ำแล้ว ซ้ำอีก ล้มแล้ว ล้มอีก (เป็นร้อยๆครั้ง) ไม่มีวิธีลัด ต้องอดทน และค่อยๆพัฒนาแก้ไขไป โดยส่วนตัว ใช้เวลาไม่น้อยกว่า ๕ปี ในการทดลองย่อย ทำมาต่อเนื่องทุกๆวัน จนพอจะมีความสำเร็จบ้าง ในการฉีดน้ำฝอยแรงในปัจจุบัน ซึ่งไม่อาจขาดได้ในการปลูกผักปลอดภัยให้ประสบการสำเร็จ

    • ขอให้กำลังใจทุกๆคน ให้สามารถประสบความสำเร็จในการเรียนรู้ และปฏิบัติ ในการจัดการแบบองค์รวม อย่างไม่ย่อท้อ และขอให้มีความเชื่อมั่น(เต็มที่)ก่อนว่า มีความเป็นไปได้ที่จะปลูกผักปลอดภัยโดยไม่ได้ใช้อะไรเลย นอกจาก ปุ๋ยหมักตื่นตัว และวิธีการจัดการแบบองค์รวม

เนื่องจากระบบของทางเว็บฯ ยังมีปัญหาการนำรูปภาพ เข้ามาอธิบาย ก็จะขอมาอธิบายต่อในคืนนี้นะครับ

เพื่อพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ การทำปุ๋ยหมักตื่นตัว และสวนผักปลอดภัย

 

 

หน้า