มีใครพอจะทราบไหมคะ ว่าการกินไพลนาน ๆ จะมีข้อเสียหรือผลกระทบต่อร่างกายยังไงได้บ้างค่ะ
แก้ว กุ๊ก กิ๊ก
10 กันยายน, 2010 - 23:10
Permalink
เด๋วคงมีผู้รู้มาตอบนะคะ
สาวน้อย
11 กันยายน, 2010 - 09:48
จากประสบการณ์ที่เรียนแพทย์แผนไทยนะคะ ส่วนใหญ่จะนำมาประคบ หรือทอดเอาน้ำมันมายาหม่อง น้ำมันไพลมากว่า หรือถ้าใช้ กินก็เข้ายาอื่นๆๆ เช่นยาประสะไพล ที่ช่วยขับน้ำคาวปลาในหญิงหลังคลอด
ตัวอย่างการนมาใชนะคะ
แก้ท้องขึ้น ท้องอืดท้องเฟ้อ ขับลม
ใช้เหง้าแห้งบดเป็นผง รับประทานครั้งละ ½ ถึง 1 ช้อนชา ชงน้ำร้อน ผสมเกลือเล็กน้อย ดื่ม
แก้เคล็ดขัดยอก ฟกช้ำบวม ข้อเท้าแพลง
แก้บิด ท้องเสีย
ใช้เหง้าไพลสด 4-5 แว่น ตำให้ละเอียด คั้นเอาแต่น้ำเติมเกลือครึ่งช้อนชา ใช้รับประทาน หรือฝนกับน้ำปูนใส รับประทาน
เป็นยารักษาหืด
ใช้เหง้าไพลแห้ง 5 ส่วน พริกไทย ดีปลี อย่างละ 2 ส่วน กานพลู พิมเสน อย่างละ ½ ส่วน บดผสมรวมกัน ใช้ผงยา 1 ช้อนชา ชงน้ำร้อนรับประทาน หรือปั้นเป็นลูกกลอนด้วยน้ำผึ้ง ขนาดเท่าเม็ดพุทรา รับประทานครั้งละ 2 ลูก ต้องรับประทานติดต่อกันเวลานาน จนกว่าอาการจะดีขึ้น ยาสมุนไพร หรือสมุนไพร ก็ไม่ต่างกับยาแผนปัจจุบันถ้าเรากินเป็นยาเมื่อไม่มีอาการก็ควรหยุด เพราอาจมีผลข้างเคียง เช่นฟ้าทะลายโจร กินนานๆทำให้มือเท้าชาได้
ชีวืตที่เพียงพอ..
lekonshore
11 กันยายน, 2010 - 10:06
ของอะไรก็แล้วแต่ มีทั้งคุณและโทษทั้งนั้นค่ะ ถ้ามันเกินความพอดี
msn:lekonshore@hotmail.com
ชีวิตคนเรานั้นสั้นนัก จงมีความสุข สนุกกับชีวิต อย่ามัวคิดอิจฉาใคร
อ๊บ อ๊บ
11 กันยายน, 2010 - 11:03
กินไพลตัวเดียวเลยค่ะ ผสมเกลือนิดหน่อย ชงดื่ม แบบที่คุณ DR_NOI บอกเลยค่ะ ลุงแกบอกว่าขับลมดีท้องไม่อืด แต่กลัวมีปัญหากับระบบอื่น โดยเฉพาะไต (ไม่แน่ใจว่าเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนรึเปล่า) ลองค้นหาจากใน internet ก็ไม่เจอค่ะ
jupiter
25 กันยายน, 2010 - 15:00
ด้วยไพล มีคุณสมบัตร ทำให้หลอดเลือดขยายตัว ซึ่งจะดีในรายเกิดการอักเสบ เลือดจะได้มาเลี้ยงตรงนั้น
เก็บเซลล์ที่อักเสบและซ่อมแซมเร็วขึ้น ถ้าเคล็ดเลือดมาเลี้ยงก็หายเคล็ดเร็วขึ้น แต่มีข้อเสียที่ตัวสารเคมีของถ้า
ทานไปไตก็จะทำหน้าที่ขจัดออก ถ้านานเข้าไตก็จะรับบทหนักโดยเฉพาะช่วงที่ร่างกายแห้งน้ำ ข้อแนะนำทานแล้ว
ดื่มน้ำเยอะๆด้วยจะทำให้สารในเลือดถูกเจือจางขณะไตทำหน่าที่ขับออก และไพลอาจอันตราย ในรายผู้ป่วยที่ต้องมีการผ่าตัด
ควรงด และ ในรายผู้ป่วยความดันต่ำอาจ ทำให้ต่ำลงจากการที่หลอดเลือดขยายตัว อิอิ
There are currently 0 users online.
แก้ว กุ๊ก กิ๊ก
10 กันยายน, 2010 - 23:10
Permalink
ไม่ทราบเลย
เด๋วคงมีผู้รู้มาตอบนะคะ
สาวน้อย
11 กันยายน, 2010 - 09:48
Permalink
กินไพลตัวเดียวหรอคะ
จากประสบการณ์ที่เรียนแพทย์แผนไทยนะคะ ส่วนใหญ่จะนำมาประคบ หรือทอดเอาน้ำมันมายาหม่อง น้ำมันไพลมากว่า หรือถ้าใช้ กินก็เข้ายาอื่นๆๆ เช่นยาประสะไพล ที่ช่วยขับน้ำคาวปลาในหญิงหลังคลอด
ตัวอย่างการนมาใชนะคะ
แก้ท้องขึ้น ท้องอืดท้องเฟ้อ ขับลม
ใช้เหง้าแห้งบดเป็นผง รับประทานครั้งละ ½ ถึง 1 ช้อนชา ชงน้ำร้อน ผสมเกลือเล็กน้อย ดื่ม
แก้เคล็ดขัดยอก ฟกช้ำบวม ข้อเท้าแพลง
แก้บิด ท้องเสีย
ใช้เหง้าไพลสด 4-5 แว่น ตำให้ละเอียด คั้นเอาแต่น้ำเติมเกลือครึ่งช้อนชา ใช้รับประทาน หรือฝนกับน้ำปูนใส รับประทาน
เป็นยารักษาหืด
ใช้เหง้าไพลแห้ง 5 ส่วน พริกไทย ดีปลี อย่างละ 2 ส่วน กานพลู พิมเสน อย่างละ ½ ส่วน บดผสมรวมกัน ใช้ผงยา 1 ช้อนชา ชงน้ำร้อนรับประทาน หรือปั้นเป็นลูกกลอนด้วยน้ำผึ้ง ขนาดเท่าเม็ดพุทรา รับประทานครั้งละ 2 ลูก ต้องรับประทานติดต่อกันเวลานาน จนกว่าอาการจะดีขึ้น ยาสมุนไพร หรือสมุนไพร ก็ไม่ต่างกับยาแผนปัจจุบันถ้าเรากินเป็นยาเมื่อไม่มีอาการก็ควรหยุด เพราอาจมีผลข้างเคียง เช่นฟ้าทะลายโจร กินนานๆทำให้มือเท้าชาได้
ชีวืตที่เพียงพอ..
lekonshore
11 กันยายน, 2010 - 10:06
Permalink
ของอะไรก็แล้วแต่
ของอะไรก็แล้วแต่ มีทั้งคุณและโทษทั้งนั้นค่ะ ถ้ามันเกินความพอดี
msn:lekonshore@hotmail.com
ชีวิตคนเรานั้นสั้นนัก จงมีความสุข สนุกกับชีวิต อย่ามัวคิดอิจฉาใคร
อ๊บ อ๊บ
11 กันยายน, 2010 - 11:03
Permalink
กินแก้ท้องอืดค่ะ
กินไพลตัวเดียวเลยค่ะ ผสมเกลือนิดหน่อย ชงดื่ม แบบที่คุณ DR_NOI บอกเลยค่ะ ลุงแกบอกว่าขับลมดีท้องไม่อืด แต่กลัวมีปัญหากับระบบอื่น โดยเฉพาะไต (ไม่แน่ใจว่าเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนรึเปล่า) ลองค้นหาจากใน internet ก็ไม่เจอค่ะ
jupiter
25 กันยายน, 2010 - 15:00
Permalink
อันตรายนิ๊ดนึ่งครับ
ด้วยไพล มีคุณสมบัตร ทำให้หลอดเลือดขยายตัว ซึ่งจะดีในรายเกิดการอักเสบ เลือดจะได้มาเลี้ยงตรงนั้น
เก็บเซลล์ที่อักเสบและซ่อมแซมเร็วขึ้น ถ้าเคล็ดเลือดมาเลี้ยงก็หายเคล็ดเร็วขึ้น แต่มีข้อเสียที่ตัวสารเคมีของถ้า
ทานไปไตก็จะทำหน้าที่ขจัดออก ถ้านานเข้าไตก็จะรับบทหนักโดยเฉพาะช่วงที่ร่างกายแห้งน้ำ ข้อแนะนำทานแล้ว
ดื่มน้ำเยอะๆด้วยจะทำให้สารในเลือดถูกเจือจางขณะไตทำหน่าที่ขับออก และไพลอาจอันตราย ในรายผู้ป่วยที่ต้องมีการผ่าตัด
ควรงด และ ในรายผู้ป่วยความดันต่ำอาจ ทำให้ต่ำลงจากการที่หลอดเลือดขยายตัว อิอิ