น้ำสกัดชีวภาพ Yala 3 ”(ข้อมูลจากการอบรม เกษตรทฤษฎีใหม่)

น้ำสกัดชีวภาพ  Yala 3 ”

ชุมสินธุ์     ทองมิตร                         ศูนย์บริการวิชาการฯ ยะลา 2


    ขณะนี้น้ำสกัดชีวภาพและปุ๋ยหมักชีวภาพ กำลังเป็นปุ๋ยที่  ยอดนิยม  สำหรับเกษตรกร  นักปลูกต้นไม้มืออาชีพและผู้ปลูกต้นไม้ประดับสมัครเล่น  ถือได้ว่าเป็นปุ๋ย  พิมพ์นิยม  ก็ว่าได้  สาเหตุที่มีผู้นิยมใช้อาจเนื่องมาจากมีการโหมโฆษณาจากบริษัทผู้ผลิตและผู้นำเข้าน้ำสกัดชีวภาพ  แต่ประการสำคัญ  คือ ภาคราชการเห็นความสำคัญและการส่งเสริมเพิ่มขึ้น  เนื่องจากน้ำสกัดชีวภาพนี้ก็คือ  “ปุ๋ยจากภูมิปัญญาของชาวบ้าน”  คนไทยนี่เองที่ได้ทำมาตั้งแต่โบราณแต่ไม่แพร่หลายและได้เงียบหายไป  เนื่องจากบทบาทและส่งเสริมใช้ปุ๋ยเคมีซึ่งทำให้พืชเจริญเติบโตออกดอก  ออกผลเร็ว  แต่ขณะนี้สภาพเศรษฐกิจชะลอตัว  ประเทศชาติเป็นหนี้สิน  สภาพดินที่เคยปลูกพืชเสื่อมโทรม  จึงมีแนวคิดจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ว่าควรจะให้เกษตรกรหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพที่สามารถผลิตขึ้นได้เองในประเทศ  สำหรับปัญหานี้ก็ไม่เกิดเฉพาะประเทศไทย  แต่ในประเทศญี่ปุ่นได้เกิดขึ้นมาก่อนจนสามารถผลิตเชื้อจุลินทรีย์ขึ้นมาโดยใช้ชื่อว่า  EM (อีเอ็ม)  ต่อมาประเทศไทยโดยกรมพัฒนาที่ดินก็ได้จัดทำเชื้อจุลินทรีย์ขึ้นมาโดยใช้ชื่อว่า พ.ด.  ขณะนี้ได้ทำการปรับปรุงถึงหัวเชื้อ  พ.ด. 2 แล้ว  นอกจากนี้ปุ๋ยน้ำยังสามารถใช้ได้สะดวก  โดยการผสมน้ำตามอัตราส่วนแนะนำรดราดต้นไม้ในตอนเย็นหรือตอนค่ำ ลดการใช้แรงงาน  ถ้าใช้ปุ๋ยน้ำที่ได้มาตรฐานต้นพืชจะเจริญเติบโตและออกดอกให้ผล จริงไม่ได้โม้
   จากที่ได้เกริ่นมาข้างต้น  ผู้เขียนได้ทำการทดลองและทดสอบการทำปุ๋ยน้ำหลายตำรับและขณะนี้ได้ตำรับที่ดีและเหมาะสมสำหรับพืช  ซึ่งในความคิดของผู้เขียนคาดว่าน่าจะเป็นประโยชน์และมีประสิทธิภาพของการเป็นปุ๋ยได้ดี  โดยได้ทำการทดสอบกับผัก และไม้ดอก  ภายในหน่วยงานเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า  4  เดือนแล้ว  ปรากฏว่า ผักกวางตุ้งเก็บผลผลิตได้เร็วกว่าปกติ 5-7 วัน มีน้ำหนักเพิ่มขึ้น  1.7  กิโลกรัมต่อแปลง (ขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 4 เมตร) มีแมลงมารบกวนน้อยใช้ปุ๋ยเคมีลดลง 50% ในแปลงแทบไม่มีเชื้อราทำลายจึงได้เป็นชื่อจากหัวเรื่องคือ “สูตรน้ำสกัดชีวภาพ Yala 3 ” สำหรับปุ๋ยน้ำตำรับนี้ได้ทำการทดสอบจากการปฏิบัติแต่ยังไม่มีการทดสอบทางด้านวิทยาศาสตร์
 สารป้องกันกำจัดรา – แบททีเรีย         สารเชื้อ,จับใบ,อาหารเชื้อ

1. ใบสะเดา      3.0   ก.ก.         14. ผลไม้สุก      3 ก.ก.


2. ข่าแก่         3.0   ก.ก.         15. ปลาป่น       1 กก.


3. ตะไคร้หอม      3.0   ก.ก.         16. เปลือกหอยป่น                     1 ก.ก.


4. บอระเพ็ด      0.5   ก.ก.         17. น้ำมูลจากเตาชีวภาพ   10 ลิตร


5. ใบโครลูบรินั่ม      0.5   ก.ก.      18. ขี้เถ้าแกลบ     1   ก.ก.


 6. ใบทุเรียนน้ำ      0.5   ก.ก.        19. กากน้ำตาล      4.0กก.


7. สาบเสือ      1.0   ก.ก.             20. เชื้อจุลินทรีย์(EM)   3   ฝา

8. ใบน้อยหน่า      1.0   ก.ก.         21. รำละเอียด      1   ก.ก.


9. ใบฝรั่ง      1.0   ก.ก.          


10. เปลือกมังคุด   1.0    ก.ก.         


11. ใบกระเพรา      0.5   ก.ก.


12. กิ่งแค + ใบ      2.0   ก.ก.


13. หมาก      5   ผล

การผสมน้ำสกัดชีวภาพ
   1. นำวัสดุทั้งหมดตั้งแต่ข้อ 1-10 มาสับให้ละเอียด ยิ่งละเอียดมากยิ่งดี


   2. นำไปใส่ภาชนะที่จุเกิน  50  ลิตร


   3. ผสมน้ำ  กากน้ำตาล และเชื้อจุลินทรีย์ให้เข้ากันเป็นอย่างดี แล้วเทใส่ภาชนะที่ใส่วัสดุไว้แล้ว  


   4. กวนวัสดุและน้ำจาก ข้อ 1 และข้อ 3 ให้เข้ากันให้ดี


   5. หาของหมักมาวางทับเพื่อไม่ให้ส่วนผสมลอย


   6. หมักไว้ประมาณ  7  วัน เริ่มใช้ได้


(ยิ่งหมักไว้ยิ่งนานยิ่งดี จะมีการสลายตัวของวัสดุ เพิ่มขึ้นความเป็นประโยชน์ยิ่งเพิ่มขึ้น)


    7.ทำการกรองน้ำสกัดชีวภาพใส่ภาชนะ เช่น ขวดพลาสติก หรือ แกลลอนพลาสติก เก็บไว้ในที่ร่ม มี 
    อายุการใช้งานนานมากกว่า  2  ปี
วิธีการใช้
    1. ใช้น้ำสกัดชีวภาพ  1  ช้อนโต๊ะผสมน้ำ 10  ลิตร (1: 1,000) สำหรับการบำรุงรักษาและป้องกันแมลงและเชื้อราทั่วไปทุก  7  วัน
   2. ใช้น้ำสกัดชีวภาพ  2  ช้อนโต๊ะผสมน้ำ 10  ลิตร (1 : 500) สำหรับเพื่อบำรุงรักษาต้นไม้ที่แคระแกรนหรือมีแมลงชุกชุมทุก  5  วัน
   3. ใช้น้ำสกัดชีวภาพ 3 ช้อนโต๊ะผสมน้ำ 10  ลิตร (1 : 300) สำหรับแหล่งที่มีแมลง  ชุกชุมมากทุก 5  วัน
   4. การผสมน้ำสกัดชีวภาพกับน้ำทุกครั้งควรผสมยาจับใบเล็กน้อย ประมาณ 3-5 หยด
   5. การใช้น้ำสกัดชีวภาพจะเกิดประโยชน์สูงสุด จะต้องฉีด รด หรือพ่นต้นไม้ในเวลาเช้ามืด หรือเย็นมีแสงสว่างจากแสงอาทิตย์น้อยที่สุด
ประโยชน์ของน้ำสกัดชีวภาพ Yala
1. ใช้เป็นสารไล่แมลง



2. ใช้เป็นสารป้องกันโรครา



3. เป็นปุ๋ยน้ำชีวภาพ     


4. เป็นจุลินทรีย์บำรุงและฟื้นสภาพดิน


5. ไม่ทำลายชีวิตและสิ่งแวดล้อม
ข้อจำกัดของปุ๋ยน้ำ
1.ต้องใช้ฉีดพ่นหรือรดน้ำสกัดชีวภาพตามอัตราทุก  5 – 7  วัน
 2. ต้องฉีดพ่นหรือรดน้ำสกัดชีวภาพเฉพาะเวลาเช้ามืดหรือเวลาเย็นมีแสงจากดวงอาทิตย์น้อยที่สุด
3. ควรมีการผสมยาจับใบบ้างเล็กน้อย
4. จะต้องใช้ปุ๋ยเคมีทางดินร่วมกับการใช้น้ำสกัดชีวภาพ แต่สามารถลดอัตราปุ๋ยเคมีลงได้ 50 – 70% 
   ของอัตราที่ใช้ปกติ
5. น้ำสกัดชีวภาพตำรับนี้ไม่สามารถป้องกันและไล่เพลี้ยไฟและไล่เพลี้ยแป้งได้ในหน้าแล้ง
   จากที่ได้กล่าวมาข้างต้นจะเห็นว่าน้ำสกัดชีวภาพสูตรนี้ จะมีอัตราส่วนผสมชนิดต่างๆ คือ
• สารป้องกันแมลง ซึ่งประกอบด้วย ใบสะเดา, ข่า, ตะไคร้หอมและบอระเพ็ด
• สารป้องกันเชื้อรา ซึ่งประกอบด้วย ใบน้อยหน่า, ใบฝรั่ง, ใบกระเพราและเปลือกมังคุด
• ความเป็นปุ๋ย คือ ผลไม้สุกงอมชนิดต่าง ๆ
• สารจับใบธรรมชาติ คือ สาบเสือ
• หัวเชื้อจุลินทรีย์, กากน้ำตาล และน้ำ จะเป็นตัวสกัดและอาหารทำให้เกิดปุ๋ยน้ำ
    จะเห็นได้ว่าสูตรน้ำสกัดชีวภาพที่นำเสนอตำรับนี้จะสามารถ ไล่แมลง ป้องกันเชื้อรา และมีความเป็นประโยชน์ คือ เป็น ปุ๋ยธรรมชาติ ไม่ทำลายชีวิตและสิ่งแวดล้อม ซึ่งปุ๋ยน้ำตำรับนี้ขอตั้งชื่อว่า “น้ำสกัดชีวภาพ Yala 3 ” ตามชื่อเรื่อง