ครอบครัวเกษตรกรอาสา
หมวดหมู่ของบล็อก:
Keywords:
การทำนาโดยเลียนแบบวัฒนธรรมดั้งเดิมของปู่ย่าตายาย แต่ใช้เทคโนโลยี่เพิ่มเติมบางอย่างแต่ไม่เสียความสมดุลทางธรรมชาติ(สองภาพนี้ทำนาในปีที่ผ่านมา)ปีนี้ประมาณกลางเดือน พย.๕๓ได้เกี่ยว
- บล็อกของ ลุงสาน
- อ่าน 7621 ครั้ง

ความเห็น
ดวงหทัย
28 ตุลาคม, 2010 - 22:04
Permalink
น้องกุ้ง
หายไปนาน คิดถึง สบายดีมั้ย
ติดดิน
28 ตุลาคม, 2010 - 22:34
Permalink
สวัสดีคร้า
กุ้งยังสบายดีค่ะพี่ดวง ตอนนี้รับจ๊อบหนักค่ะ กลางคืนต้องไปรับเสิร์ฟที่ร้านไทย 4 วัน ต่ออาทิตย์ค่ะ เหะๆ หารายได้เสริมค่ะ
ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
ต่อขวัญคืน
29 ตุลาคม, 2010 - 01:40
Permalink
สวัสดีค่ะคุณกุ้ง
สวัสดีค่ะคุณกุ้ง.... อยู่สวิสเช่นกันค่ะ เห็นที่เมืองไทยเพื่อนสมช.นัดเจอกันบ่อย ขออนุญาตไปอุดหนุนและไปทักทายที่ร้านได้ใหมค่ะ. ฝากข้อความชื่อร้านไว้ที่กล่องสมช.ก็ได้ขอบคุณค่ะ.
ป้าตู้_ตะวัน
29 ตุลาคม, 2010 - 02:24
Permalink
ไปด้วยๆๆๆ
ไปด้วยๆๆๆ
ตะวันลาลับกับขอบฟ้าไกล แล้วเริ่มต้นใหม่กับขอบฟ้ากว้าง ทุกชีวิตก้าวเดินบนหนทาง ที่ตนได้วาดวางอย่างตั้งใจ
ดาวเรือง
28 ตุลาคม, 2010 - 22:22
Permalink
ได้อารมณ์ชาวนาไทยมากเลยค่ะ
อยากเห็นชาวนาไทยขยันเหมือนชาวนาเวียดนามบ้าง ดิฉันไปเที่ยวประเทศเขามาเมื่อต้นปีนี้ พวกเขาเริ่มแต่เช้าตรู่อากาศหนาวมาก ควันออกปากเวลาพูดกัน พวกก็อยู่ในนาแล้ว ทุกตารางนิ้วเขาปลูกทุกอย่างไม่มีการปล่อยให้ดินว่างเลย เขาเก็บเกี่ยวทุกอย่างไม่่ใช่แต่ข้าวเท่านั้น ข้างๆ คันนา มีกล้วย ผักอยู่ด้วย
พวกเขาทำงานจนเย็น พอตกค่ำก็มาพักผ่อน คนมีอายุ พาเด็กๆมาออกกำลังกายกัน รอบทะเลสาบกลางใจเมืองฮานอย เป็นบรรยากาศที่น่ารักสุดจะบรรยาย อยากให้เมืองไทยเป็นอย่างนั้นบ้าง เพราะเราเคยเป็นสังคมเกษตรอย่างนั้นมาก่อน ความรู้สึกอบอุ่นที่เคยมีมันหายไปไหนหมด ไม่เข้าใจเลย
ข้าวเขาก็อร่อยแต่เมล็ดเล็กสั้น รสชาติดีทีเดียว ถ้าเขาตีตลาดโลกได้ เราคนไทยคงลำบากมาก สามัคคีกันไว้ ช่วยกันๆให้เรามีกิน มีขายให้คนทั่วโลก
ตั้ม
29 ตุลาคม, 2010 - 11:01
Permalink
ข้าวไทยอาจเสียแชมป์
คู่แข่งอย่างเวียดนามทั้งพัฒนาสายพันธ์ ทั้งพัฒนาคุณภาพการผลิต ทั้งส่งเสริมและแก้ปัญหาในตลาดโลก..แต่ไทยเรายังทะเลาะเบาะแว้ง..ไม่สนอกสนใจที่จะแก้ปัญหา..ผมมองว่าอีกไม่นานแล้ว..ที่ไทยจะต้องตามเวียดนาม..จิงจังกันหน่อยครับ..เห็นแล้วเครียด..โดนมาเลแซงไปไกลแล้ว..จะมัวแข่งกะเขมร พม่าหรือไงก็ไม่รุ...เซ็ง
แสวงหาชีวิตที่สงบ..หลบลี้หนีความวุ่นวาย
ป้าตู้_ตะวัน
29 ตุลาคม, 2010 - 01:13
Permalink
มาซึมซับบรรยากาศบ้านน๊อก
มาซึมซับบรรยากาศบ้านน๊อก บ้านนอก แบบนี้ที่โหยหา..ดูแล้วมีความสุขใจจังค่ะลุงสาน...
พ่อป้าตู้มีนาให้พี่น้องที่โคราชปลูกข้าวกินกัน..ไม่เคยเก็บค่าเช่าแต่เมื่อก่อนพี่น้องให้ข้าวมากินไร่ละสองกระสอบข้าวเปลือกโดยที่เราไม่ได้ขอ.. ...
รู้ว่าทำกันลำบากมากมาย..เลยบอกพ่อว่า ไม่ต้องเอาแล้วข้าวเปลือกน่ะ เค้าทำกันได้เท่าไร ก็ให้เขาไปเถอะ..แค่เค้ารักษาและดูแลที่นาให้ก็ดีแล้ว...
จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่รู้เลยว่าทำนากันยังไง ไม่แน่นะลุงสาน หากได้กลับไปอยู่เมืองไทยเมื่อไร..อาจจะไปทำนาบ้างก็ได้..แล้วจะไปขอคำแนะนำนะจ๊ะลุง
ตะวันลาลับกับขอบฟ้าไกล แล้วเริ่มต้นใหม่กับขอบฟ้ากว้าง ทุกชีวิตก้าวเดินบนหนทาง ที่ตนได้วาดวางอย่างตั้งใจ
น้ามืด
29 ตุลาคม, 2010 - 09:07
Permalink
รอยยิ้มของชาวนา
ภาพของคนทำนาแล้วมีความสุขกับการเก็บเกี่ยวผลผลิต นับวันจะหาดูได้ยากทุกที ช่วงเวลานี้เหมือนรอยต่อของกาลเวลา สิ่งดีงามที่เคยเกิดขึ้นในสังคมของคนไทยของเราน่าจะกลับมาได้ในอีกไม่ช้า ผมจะรอชมภาพแห่งความสุขของปีนี้นะครับ
ขอบคุณ...ชาวบ้านสวนพอเพียง...ที่ร่วมกันสร้างที่นี่ ให้สมาชิกนำความสุขในหลายๆ แง่มุมมาแบ่งปันกันครับ
ไทยจะเรืองอำนาจ เพราะไทยเป็นชาติกสิกรรม
saowalak
29 ตุลาคม, 2010 - 09:25
Permalink
การทำนาแบบดั้งเดิม
ดีใจที่เห็นภาพแบบนี้ไม่เห็นมานานแล้วค่ะ เคยเล่าให้เด็กๆฟังการทำนาดำต้องม้ดฟ่อนข้าวไปวางไว้ปลูก การหาบข้าวที่เก็บเกี่ยวแล้วไม่มีให้เห็นอีกแล้วค่ะ สมัยนี้ใช้รถเก็บเกี่ยวกับหมดขออนุญาตลุงสานเจ้าของภาพจะปริ้นภาพเอาไปให้เด็กๆดูหน่อยได้ใหมคะ
แดง อุบล
29 ตุลาคม, 2010 - 10:46
Permalink
รู้ซึ้ง
รับรู้แล้วทุกอย่างค่ะ กว่าจะมาเป็นเม็ดข้าว
"เชื่อในผล แห่งการทำความดี"
หน้า