กลับบ้านไปกราบพ่อ

หมวดหมู่ของบล็อก: 

             จ๋าเข้ามาเป็นสมาชิกบ้านสวนพอเพียงแห่งนี้เป็นเวลาประมาณ 3 เดือน ก็ถึงกำหนดเวลากลับบ้านที่นครศรีธรรมราชเพื่อไปทำบุญครบรอบ 100 วันการจากไปของ"พ่อพระ" โดยการกลับบ้านครั้งนี้ไม่ได้ยื่นใบลาแต่อย่างใด เนื่องจากความรีบเร่งที่จะเคลียร์งานประจำให้เสร็จเรียบร้อยก่อนออกเดินทาง  และช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ 17 ธันวาคม ที่ผ่านมา ก็ออกเดินทางไปนครศรีธรรมราช ระหว่างการเดินทางท้องฟ้าสดใส  และก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยเพื่อฆ่าเวลาในการเดินทาง ว่ากลับบ้านไปนอกเหนือจากจะช่วยแม่และน้องสาวเตรียมของและอาหารสำหรับทำบุญแล้วจะแบ่งเวลาไปดูนาข้าวที่แม่ปลูกไว้, ไปดูสวนยางของพ่อที่ยืนตระหง่านท้าลมฝนในปีนี้ซึ่งหน้าฝนปีนี้มาเร็วและอยู่กับเรานานกว่าปีที่ผ่านๆ มา จนตอนนี้ใบยางเริ่มร่วง และจะแบ่งเวลาเพาะเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับการแบ่งปันจากพี่ๆ สมาชิกบ้านสวนพอเพียงแห่งนี้ ถือโอกาสนี้กล่าวขอบคุณ


- พี่แก่สำหรับเมล็ดแคเตี้ย, เมล็ดอัญชัญ


- พี่แจ้วสำหรับเมล็ดฟักข้าว


- พี่audiblack สำหรับเมล็ดหมากนวล


- พี่sunavee 21 สำหรับเมล็ดบัวสวรรค์


เดินทางถึงนครศรีธรรมราช ดูจากสภาพอากาศแล้วท้องฟ้ามืดครึ้ม บรรยากาศอึมครึมๆฝันกลางอากาศเมื่อสักครู่ที่ผ่านมาก็ได้ล่มสลาย ไม่ได้เกิดเป็นรูปธรรม  และไม่นานฝนก็ตกหนักกระหน่ำอย่างไม่ลืมหูลืมตา เริ่มซาลงในช่วงเกือบจะโพล้เพล้ และเย็นวันนั้นก็ผ่านไปโดยไม่ได้ทำอะไรให้เกิดประโยชน์เลย นอกจากนั่งบนแคร่หน้าบ้าน (ที่ซึ่งพ่อนั่งอยู่เป็นประจำ) ทอดสายตาฝ่าสายฝนออกไปมองทุ่งนา เห็นวัวกำลังเล็มหญ้า มีฝูงนกกระยางอยู่ใกล้ๆ กลางคืนฝนตกทั้งคืน หลับตาลงพร้อมๆ กับความคิดถึงพ่อ กลับบ้านครั้งนี้ไม่เจอพ่อ ไม่ได้พูดคุย รู้สึกเศร้าและใจหายอย่างบอกไม่ถูก


เช้ามืดวันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม ฝ่าความมืดและความหนาวเย็นจากสายฝนไปจ่ายตลาดกับแม่ เพื่อเตรียมของสำหรับทำบุญให้วันรุ่งขึ้น อีกทั้งตอนสายของวันนี้มีนัดกับพี่บุญพาสมาชิกบ้านสวนพอเพียงไปเจอกันที่วัดวังฆ้อง เช้าก็แล้ว สายก็แล้ว ฝนยังไม่มีที่ท่าว่าจะหยุดตก ใกล้ถึงเวลานัดแล้ว ออกเดินทางจากบ้านนั่งมอเตอร์ไซด์ฝ่าสายฝนพร้อมด้วยชุดสังฆะทานและอาหารสำหรับถวายเพลซึ่งช่วยกันตระเตรียมกับแม่ เดินทางมาถึงวัด ฝนยังตกอยู่ สภาพเปียกเหมือนลูกแมวตกน้ำ รอพี่พาอยู่สักครู่ก็ได้เจอกันค่ะ พี่พามาพร้อมครอบครัว หลังจากถวายสังฆะทานเสร็จ ก็ล้างห้องน้ำที่กุฎิท่านเจ้าอาวาสและไปเยี่ยมบ้านพี่พาซึ่งอยู่ไม่ไกลจากวัดมากนัก ก่อนจะลากลับบ้านพี่พาได้ให้เมล็ดถั่วครกทดแทนเมล็ดถั่วครกจากพี่ต๊อก ก่อนหน้านี้พี่ต๊อกเคยส่งมาให้จ๋าที่กรุงเทพฯ จ๋าถ่ายรูปไว้เพื่อลงบล็อก ณ เวลานี้เหลือเพียงรูปแห่งความทรงจำค่ะ เพราะจ๋าได้ส่งต่อเมล็ดถั่วครกไปให้น้องสาวที่นครศรีฯ ระหว่างทางเมล็ดถั่วครกหายค่ะ พระพุทธเจ้า!!!! เมล็ดถั่วครกยังหาย แล้วของมีค่าอย่างอื่นหล่ะ เฮ้อออออออออ....... นอกจากเมล็ดถั่วครกก็ยังมีว่านพญาวานร, เศรษฐีเรือนนอกอย่างละ 1 กระถาง และผักปลังอีก 1 กำ ขอบคุณพี่พาและครอบครัวมา ณ โอกาสนี้นะคะ


เช้าวันที่ 19 ธันวาคม   ตี 3 ก็ตื่นมาช่วยแม่และญาติๆ ทำกับข้าวเตรียมไปวัด ฝนยังคงตกอยู่เป็นระยะๆ ก่อน 08.30 น.อาหารต้องเสร็จและพร้อมเดินทางไปวัด เดินทางถึงวัดก็ทำพิธีสงฆ์ ถวายอาหารเพล และบรรจุกระดูกพ่อพระไว้ใต้ฐานพระพุทธรูป และวางไว้ที่กุฏิพระที่วัด  เมื่อไหร่ที่คิดถึงพ่อนอกจากลูกๆ จะมีความทรงจำที่งดงามที่มีต่อพ่อแล้ว ก็จะไปกราบพ่อที่วัดค่ะ  ตอนบ่ายเดินทางกลับมาถึงบ้าน เดินดูรอบๆ บริเวณบ้าน


-          กล้วยหอมทอง, กล้วยหอมเขียว จากพี่เล็กอุบล 3 หน่อ รอด2 หน่อ อีก1 หน่อน้ำท่วมจนหน่อเน่า เสียดายจริงๆ ค่ะ


-          ฟักแม้ว เพื่อนส่งมาให้จากเชียงใหม่ ปลูกไว้ประมาณ 2 เดือน ความสูงโดยประมาณ 1 เมตร น้องสาวปลูกไว้ใกล้ๆ รั้วบ้าน ยอดดูผอมแห้งแรงน้อย ตั้งใจจะใส่ปุ๋ยคอก แต่บริเวณคอกวัวน้ำท่วมขัง ระดับโคลนผสมปุ๋ยคอก สูงประมาณครึ่งน่อง ไปตอนนี้คงไม่ดีแน่ มีหวังจมอยู่ในโคลน อิอิ


แค่คิดก็หนาวแล้ว


-          ผักปลังจากบ้านพี่พา กลับมาจากบ้านพี่พาก็ปักไว้หลังครัว สดชื่นดี คิดว่าคงรอดหมดทุกกิ่งค่ะ


วันจันทร์ที่ 20  ตื่นแต่เช้า ช่วยแม่และน้องสาวเก็บจานชาม และอุปกรณ์เครื่องครัวที่เช่ามาเตรียมอาหารสำหรับทำบุญนับจำนวน เพื่อคืนผู้ให้เช่า ตอนบ่ายพี่พาและแฟนพี่มาพาเยี่ยมพร้อมขนม 2 ถุงใหญ่ๆ และมะกอกอีก 1 ถุง ขอบคุณพี่พาและครอบครัวอีกครั้งนะคะสำหรับมิตรภาพ ตอนเย็นเดินทางกลับกรุงเทพฯค่ะ ด้วยสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย เลยไม่ได้เพาะเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับการแบ่งปันจากสมาชิก  แต่ได้ฝากการบ้านไว้ให้เป็นหน้าที่ของน้องสาวค่ะ น้องก็ยินดีทำให้ เพราะกล้วยที่พี่เล็กส่งไปน้องสาวก็เป็นคนปลูกค่ะ


 


*** ขอโทษด้วยนะคะบันทึกครั้งนี้ไม่มีภาพประกอบเนื่องจากจ๋าลืมกล้องถ่ายรูปไว้ที่บ้านนครศรีฯ ค่ะ


                                                                                                                               ด้วยมิตรภาพค่ะ


                                                                                                                               จ๋า  ไอรินลดา


 

ความเห็น

จ๋านิประจำค่ะพี่พา เรื่องลืมของ


กลับบ้านทุกครั้ง ลืมโน่น ลืมนี่ทุกครั้ง


แม่กะบ่นแหล่ะ ว่าแม่บอกแล้วให้เก็บของดีๆ


กะเบ่อจ๋าเบรอๆ เฟือนๆ กันนิ

มิน่าไม่มีภาพถ่าย น้องจ๋าลืมกล้อง แย่เลยค่ะ :sweating:

"เชื่อในผล แห่งการทำความดี"

บล็อกน้ำแห้งของจ๋าค่ะพี่แดง อิอิ


กลับไปบ้านสงกรานต์จะเอากลับมาค่ะ


คงไม่ลืมแล้ว Laughing  ลืมกล้องไว้ที่บ้านนครศรีฯ


แต่สายชาร์จแบตฯกล้องติดอยู่ในกระเป๋าเดินทางที่หิ้วมากรุงเทพฯค่ะ


แยกกันอยู่สักระยะนึง 555+++

เยี่ยม  คำเดียว ใช้สองความหมายนะ

ขอบคุณมากค่ะพี่ณุ  รู้สึกเหมือนตัวเองเขียนไดอารี่ค่ะ


1.เยี่ยม   คือ    ยอดเยี่ยม, ดี


2.เยี่ยม(เยียน) คือ การไปมาหาสู่ เพื่อถามข่าวคราว สารทุกข์สุกดิบ

ครบร้อยวัน ร้อยใจ ขอกราบพ่อด้วยคนจ้า


:dreaming:

จ๋ากราบขอบคุณพี่แจ้วด้วยนะคะ


"ขอบคุณค่ะ"Laughing

น้องจ๋า ถึงจะไม่มีภาพ แต่น้องก็บรรยายได้เห็นภาพนะ

e-mail. puangpech_@hotmail.com

 

ขอบคุณมากค่ะ


รู้สึกเหมือนตัวเองเขียนไดอารี่ค่ะ อิอิ


ขอบคุณนะคะที่เข้ามาอ่านบล็อกจ๋า


เพราะปกติ บล็อกที่ไม่มีรูปประกอบ (บล็อกน้ำแห้ง)


เหมือนจะขาดความน่าสนใจไปค่ะ


พอดีรีบเก็บของ เลยลืมกล้องถ่ายรูป ลืมโน่น ลืมนี่ค่ะ

ขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของคุณพ่อด้วยนะน้องจ๋า พี่เองก็คิดถึงพ่อเหมือนกัน


ปีนี้ฝนดีเกินคาด ที่บ้านพี่ก็ตกไม่ลืมหูลืมตามาเป็นอาทิตย์แล้ว นี่ถ้าอาทิตย์หน้ามันยังไม่หยุดตกนะ ผักที่ปลูกไว้ว่าจะเข้าโครงการตายหมดแน่ๆ มันท้วมมาอาทิตย์นึงแล้ว งานนี้สงสัยพี่ต้องสอบซ่อมแง๋ๆ

หน้า