ยำเห็ด และ ความคืบหน้าในแปลงผักผมครับ
อยากเก็บผัก เต็มที่แล้วนะครับ แต่ตู้เย็นยังมีผักที่ซื้อมาจากตลาดทานอยู่ ดังนั้นผักสดในแปลง คงต้องรอไปก่อน คาดว่าปลายอาทิตย์จะเริ่มเก็บแล้วครับ คิดแล้วมีความสุขครับ ที่ใกล้จะไม่ต้องซื้อผักทานแล้ว เมือว่านผมทำ ยำเห็ด ตามคำแนะนำของคุณไม้หอม เลยถ่ายรูปมาลงด้วยครับ บล็อกนี้ไม่ผูดมาก อะครับ ชมรูป กันเลย เริ่มจากส่วนผสม มี เห็ด พอททาเบลโล่ หอม กระเทียม พริก มะนาว ต้นหอมผักชี ปลาทูน่า กระป๋อง

เมื่อครบเครือง แล้วหั่น เห็ด หอม พริก กระเทียม เป็นชิ้นครับ

จากนั้น ผมใช้เตาอบครับ ง่ายดี อบ จนสุกสุก หอม ครับ อบแบบนี้ดี น้ำเห็ดน้อย รสเห็ดเข้มขึ้น แต่ย่างเตาถ่านดีที่สุด

อบสุกแล้ว ก็ ปรุงรส ด้วย น้ำปลา มะนาว ต้นหอมผักชี

คลุกให้เข้ากันกับ ปลาทูน่ากระป๋องครับ

เสร็จแล้วทานกับข้าวสวนร้อนๆ ครับ อุ่นในดีครับ ยามอากาศหนาวๆ ยิ่งเผ็ดยิ่งดี อะครับ น่าหนาว นี่

เมื่อเช้าเพิ่งถ่ายเลยครับ องุ่น เริ่มแทงช่อแล้ว องุ่นแดง ออก ก่อน องุ่นขาวยังครับ ยังเป็นไม้แข็งๆ แห้งๆ

ฝักถั่ว ก็เริ่มเก็บได้แล้วครับ ผมเก็บแล้วทาน สดๆ เลยนะครับ หวานดี

ผักกาด หนาหนาว ผมดูท่าทางจะกรอบดี ครับ มีแมลงกัดกินบ้าง ดู มันน่าจะหวานดี อยากเก็บจะแย่แต่ รอผักตลาด หมดก่อนครับ

Radish เริ่มแย่แล้วเหมือนกัน ยังไงทนไว้ก่อน ครับ

ไชเท้า พันธ์ White Icicle ของผมโตได้เท่านี้ อะครับ ไม่เป็นไร หัวเล็ก หัวน้อย ก็ ทานได้ ไม่ทราบว่าเป็นที่พันธ์ หรือผมปลูกติดกันเกินไป แต่ยังไง ผมเพาะ เม็ดพันธ์ ญี่ปุ่นไว้แล้วครับ คราวหน้า จะห่างอีกนิด หัวเล็ก ก็ดีครับ ใช้ครั้งเดียวหมด สดๆใหม่ หัวใหญ่ ตัด สองสาม ครั้ง แบ่งกินถึงหมด กว่าจะ หมดก็เก่าแล้ว
ทำบล็อกแล้วเพลิน ครับ มีนิด มี หน่อย ก็อยาก อวด ด้วยความภูมิใจที่กินอยู่อย่างพอเพียงครับ

- บล็อกของ Tui
- อ่าน 14027 ครั้ง

ความเห็น
Tui
22 สิงหาคม, 2010 - 09:32
Permalink
จะว่าไปเห็ดอะไรก็ได้ครับ
จะว่าไปเห็ดอะไรก็ได้ครับ ถ้าเห็ดนิ่มๆ ผมย่างดีกว่า เห็ดของผมนี่มันแข็งๆ นะครับ เลยอบเห็ดญี่ปุ่น ที่แพงอะครับผมเลยไม่เคยซื้อมายำ เห็ดนี่ถูกครับ เลยชอบ และจะคอยชมภาพครับ
สายพิน
21 สิงหาคม, 2010 - 16:06
Permalink
ยอดเลยคุณตุ้ย
ได้เห็นภาพก็ดีใจไปด้วย ไม่ได้กินเอง แค่นึกก็อร่อยแล้ว เป็นผักที่อุดมด้วยความภูมิใจและความพอเพียง ยิ่งกิน จิตใจก็ยิ่งแข็งแรงนะคะ ...เคยปลูกหัวผักกาด ได้หัวขนาดปากกาลูกลื่น หลังจากนั้น แขก(หอยทากตัวโตๆ)ไม่ได้รับเชิญแวะมาชิม เวลานี้ เลยเปลี่ยนแผน กินถั่วที่ปลูกเองแบบเดียวกันคุณตุ้ย เวลานี้ มีถั่วเขียว ถั่วเขียว(สีแดง) ได้กินแล้ว แต่ถั่วมะแฮะ กับถั่วขอ ยังเป็นต้น คาดว่าปลายปีน่าจะได้กิน ถั่วขาวที่ว่าใช้ลดน้ำหนัก เพิ่งออกฝักที่สองน่ะค่ะ ส่วนถั่วซื้อจากตลาดบางอย่าง เอามาเพาะงอก แล้วทำเป็นแหนมถั่ว ถ้าใส่เห็ดที่คุณตุ้ยพูดถึงด้วยก็น่าจะรสดีมาก ตอนนี้กินแหนมถั่วกับใบมะเฟือง ใบมะยมที่มีในบ้านน่ะค่ะ ผักอื่นๆเว้นไว้ก่อนสู้พวกหอยทากไม่ค่อยไหว เพราะว่าเขาไวมากทีเดียว ลุยได้ชั่วข้ามคืนทีเดียวหมด
Tui
22 สิงหาคม, 2010 - 09:39
Permalink
ผมก็มีปัญหาเรื่องหอยทากครับ
ผมก็มีปัญหาเรื่องหอยทากครับ บางท่านเลี้ยงไก้ เลี้ยงเป็ด ไว้เก็บหอย ผมใช้ กาแฟ ครับ มีกากก็ใส่กาก ล้างเครืองชงกาแฟ แล้วก็เก็บน้ำลางเอาไปรดแปลงผักครับ ทานกาแฟไม่หมด ก็ผสมน้ำรดแปลงผักครับ ระบาดหนักๆก็เก็บเอาครับ สมัยก่อนผมปลูกก็หัวเล็กครับ ผมว่าเป็นที่ดิน ตอนนี้เปลี่ยนดินหัวก็ไม่ใหญ่มาก แต่พอทานได้
แหนมถั่ว เป็นยังไงครับ ถ้าคุณยุพิน ผ่านมาอ่านผมขอสูตรได้ไหม ครับ ผมอยากลองทำ แล้วเจอกันบล็อกหน้าครับ
แก้ว กุ๊ก กิ๊ก
22 สิงหาคม, 2010 - 10:03
Permalink
คุณตุ้ย
หอยทากมันกลัวกาแฟด้วยเหรอค่ะ หนูมีหอยทากเยอะมากเลย ไม่รู้จะจับไงไหว
ถ้าใส่ผงกาแฟได้ผลจะได้ทำบ้าง เพราะผงกาแฟที่ใช้แล้วมีขายค่ะ ไม่แพง
ส่วนเรื่องแหนม ถ้าคุณตุ้ยอยากถาม ก็สามารถส่งข้อความส่วนตัวไปถามไว้ในกล่องจดหมายของเวบมีค่ะ
เพราะเกรงว่าพี่เค้าอาจไม่ได้กลับมาอ่านอีกที
สายพิน
22 สิงหาคม, 2010 - 17:07
Permalink
ขอมีส่วนร่วมในการคุย ...คุณ แก้ว-คุณ Tui
ขอมีส่วนร่วมในการคุย ...ขอบคุณมากค่ะ คุณแก้ว เลยมีความรู้เพิ่มการส่งข้อความแต่ยังทำไม่ถูก จะค่อยๆศึกษาค่ะ ทราบคำถาม จากกล่องข้อความนั้นน่ะค่ะ เลยได้โฆษณาแหนมถั่วเพื่อสุขภาพด้วย ไชโย
สายพิน
22 สิงหาคม, 2010 - 16:52
Permalink
แหนมถั่วเพื่อสุขภาพ
คุณ Tui คะ ยินดีเชียวค่ะที่สนใจเรื่องแหนมถั่ว ได้รับคำแนะนำมาอีกทอดหนึ่งน่ะค่ะ ที่ทำอยู่เลือกถั่วหลายๆอย่าง ล้างแช่น้ำสักวัน ตกเย็นสะเด็ดน้ำทิ้งไว้ในตะแกรงให้พอมีน้ำบ้างนิดหน่อย ประมาณคล้ายเพาะให้งอก โดยหลักการเพื่อให้ถั่วเริ่มตื่น มีพลังของชีวิตที่เริ่มทำงาน(น่าจะอธิบายได้กระมังคะว่าเอ็นไซม์ในเมล็ดถั่วเริ่มทำงาน)น่ะค่ะ เอาผ้าบางๆคลุมไว้หน่อย กันจิ้งจกหรือแมลงมาไต่ตอม เช้ารุ่งขึ้น บด ใช้เครื่องปั่นช่วยได้ค่ะ (บางท่านที่รักสุขภาพมากๆ จะไม่ปั่นด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้า เพราะว่าอุปกรณ์ไฟฟ้าทำให้พลังชีวิตในเมล็ดถั่วน้อยลง แต่อาจใช้เครื่องบดมือหมุนแทนได้) ถ้าจะกินสองขั้นตอน น้ำแรกที่ปั่นกรองเอาไปทำน้ำต้มถั่วได้น่ะค่ะ ได้โปรตีนจากถั่ว แทนเนื้อสัตว์ ใส่ใบเตย พอสุกค่อยเติมน้ำตาล เก็บไว้ดื่ม ส่วนถั่วที่เหลือก็เอาไปผสมกับเครื่องเทศมีอะไรก็ใส่น่ะค่ะ (เช่น ขิง ข่า ตะไคร้ รากผักชี ฯลฯ เพื่อช่วยในการขับลม บางทีกินถั่วมาก ย่อยลำบาก ก็เกิดลมในท้อง) บดผสม เติมเกลือ พริกไทย แล้วเอาไปทำให้สุก ที่ทำอยู่คือเลือกที่จะเคี่ยวกับหัวกะทิให้สุกจนแห้งงวด หลังจากนั้น ปล่อยให้เย็น
ระหว่างนั้นนะคะ หุงข้าวกล้องค่ะ พิเศษนิดหนึ่งค่ะ เป็นข้าวกล้องงอก โดยการแช่น้ำไว้ ทำอย่างเดียวกับที่แช่ถั่วและสะเด็ดน้ำไว้ พอเช้าข้าวกล้องก็จะเริ่มงอกรากนิดๆ ช่วงบดถั่วก็หุงข้าว บดถั่วเสร็จข้าวสุกพอดี ตักมาปล่อยให้เย็นน่ะค่ะ
เห็ดที่ใช้อยู่เลือกเป็นเห็ดนางฟ้าภูฐาน เพราะว่าเหนียวหน่อยค่ะ ฉีกเป็นเส้นไม่ต้องฝอยนะคะ แล้วลวกน้ำร้อนให้สุกพอควร (แต่ถ้าคุณTui มีเห็ดหลายๆอย่างน่าจะได้รสชาติที่ยอดเยี่ยมแน่นอนเลยค่ะ) จากนั้นปล่อยให้เย็นค่ะ
คราวนี้เลือกกระเทียมมาแกะกลีบเอาเปลือกออก กระเทียมยิ่งเยอะยิ่งอร่อย(ถ้าชอบนะคะ) เอามาบุบๆให้น้ำกระเทียมออกมา บุบๆพริกขี้หนูแยกไว้อีกหน่อย เคล็ดลับอร่อยของแหนมค่ะ คือ ให้หนักกระเทียมไว้ และรสเค็ม(ไม่ใช่เค็มขี้มือนะคะ)ของเกลือ ส่วนเผ็ดมากน้อยแล้วแต่ชอบค่ะ
ขั้นตอนหลังสุดก่อนบรรจุใส่ภาชนะ คือ เอาทั้งสามอย่างที่ทำสุกและเย็นแล้วทั้งถั่วที่ใส่เครื่องเทศ(บด) ทั้งข้าวกล้อง และ ทั้งเห็ด ผสมเข้าด้วยกัน เคล้าจนเข้ากันดี เติม กระเทียม เกลือ พริกไทยเคล้าเข้ากัน จนเป็นเนื้อเดียว ชิมรสให้ได้ตามชอบ ตามพริกขี้หนูสุดท้าย แล้วตั้งไว้ในอุณหภูมิห้อง(อากาศเมืองไทย)สักหนึ่งถึงสองชั่วโมง จากนั้นบรรจุห่อ อย่างเช่น ใส่ถุงพลาสติก มัดสามเปลาะ (ถ้ามีใบตองก็ใช้ใบตองจะดูน่ากินมากขึ้น) ทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องสักสองวันก็จะเริ่มเปรี้ยวค่ะ หากจะชลอความเปรี้ยวในวันที่สองก็ให้ใส่ตู้เย็น เก็บไว้ทยอยกินได้หลายวัน
พอจะได้เรื่องบ้างไหมคะ สูตรไม่ยุ่งยากเลยน่ะค่ะ สัดส่วนถั่ว:ข้าว:เห็ด 1:1:1 ปรับสัดส่วนได้แล้วแต่ชอบค่ะ อยากบอกอีกนิดค่ะว่าที่ทำใส่เมล็ดงาดำ-แดง งอกด้วย(ใส่ในขั้นตอนการบดถั่ว) การทำเมล็ดงางอก โดยการแช่งาก่อนหนึ่งคืน แล้วล้างน้ำในเช้ารุ่งขึ้น สะเด็ดน้ำเก็บในกล่องพลาสติกปิดฝาคว่ำกล่องทิ้งไว้ยี่สิบสี่ชั่วโมง ก็จะได้กินเมล็ดงางอก ชลอการงอกได้สักสองสัปดาห์ โดยเมื่องอกพ้นยี่สิบสี่ชั่วโมงนั้น ก็ให้เอาเข้าตู้เย็น ตักกินวันละสองช้อนเพื่อเพิ่มธาตุอาหารให้ร่างกาย ปกติแล้วเมล็ดงางอกนี้ ผู้รู้แนะนำว่าสามารถกินดิบได้เลยค่ะ ถ้าเอาไปปรุงเป็นอาหารหรือคั่วให้สุกก็ได้)
ขั้นตอนการกินก็นั่งใต้ต้นไม้ที่กินได้ค่ะ ที่ทำอยู่คือใต้ต้นมะเฟือง ช่วงนี้ฝนตกล้างใบมะเฟืองให้เสร็จ เด็ดใบไม้กินกับแหนมถั่ว รู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติดีจัง ...ขออภัยค่ะที่จริงไม่ต้องขนาดนี้ก็ได้น่ะค่ะ หาผักสดมากินด้วยหลายๆอย่างก็จะได้อาหารสุขภาพหนึ่งมื้อ ข้อมูลที่พอมีบ้าง ร่างกายย่อยถั่ว งา แล้วแปรรูปเป็นอะมิโนแอซิด ส่วนไขมันที่ได้นอกเหนือจากถั่วงา ก็เป็นน้ำมันมะพร้าวจากกะทิซึ่งเป็นไขมันโมเลกุลสายสั้นที่ร่างกายสามารถเอาไปใช้งานได้เลยและไม่เหลือตกค้าง และเป็นน้ำมันมะพร้าวที่ไม่ผ่านกรรมวิธีเติมเคมีให้เกิดความหนืดเป็นอันตรายเมื่อเข้าร่างกาย ขณะเดียวกันกระเทียมที่บุบแต่ไม่ผ่านความร้อนจะทำปฏิกริยากับไขมันจากกะทินัยว่าส่งเสริมค่า HDL(ไขมันดีของร่างกาย)ให้เพิ่มได้ จริงเท็จอย่างไร ถ้าคุณ Tui หรือท่านใดพอจะมีข้อมูลบ้างจะดีมากเลยค่ะ ส่วนข้าวกล้องงอกจะให้สาร GABA นัยว่าชลอภาวะสมองเสื่อมและยังช่วยให้หลับสบายด้วยค่ะ
มาถึงบรรทัดนี้ คุณ Tui อาจมีสูตรแหนมใหม่ๆมาแบ่งกันบ้างแล้วกระมังคะ
Nee
21 สิงหาคม, 2010 - 16:23
Permalink
คุณตุ้ย
ผักงามมากๆ ยำก็น่าทาน เห็นแล้ว อยากกินผักขึ้นมาทันทีเลย ค่ะ น่าทานสลัดมากๆ
Tui
22 สิงหาคม, 2010 - 09:40
Permalink
ขอบคุณอีก ครั้งครับคุณนี
ขอบคุณอีก ครั้งครับคุณนี
สุชญา
21 สิงหาคม, 2010 - 18:20
Permalink
ผักงาม
ปลูกผักได้งามมากเลย เห็ดแบบนี้ที่นี่ก็มีขายแต่ไม่ซื้อเพราะไม่รู้ว่าเขาเอามาทำอะไรกินกัน ได้สูตรแล้ววันหลังจะซื้อมาทำกินบ้าง
Tui
22 สิงหาคม, 2010 - 09:44
Permalink
ขอบคุณครับ คุณสุชญา
ขอบคุณครับ คุณสุชญา นอกจากยำแล้วชุปแป้งทอด จิ้มกับน้ำจิ้มไก่ ก็ดีครับ ทำครีม ซุป ก็อร่อย ครับแต่ไขมันเยอะ ยินดีที่ีส่วนช่วยครับ
หน้า