เมื่อหน้าแล้งมาเยือน
วันนี้เหนื่อยจนจะเขียนบันทึกไม่ไหว ไปทำอะไรมาเหรอ ตอบว่า แก้ปัญหาภัยแล้งให้ตัวเอง น้ำใช้ที่บ้านได้จากบ่อน้ำเดิมที่จ้างคนขุดซึ่งลึกประมาณเจ็ดแปดเมตร แล้งนี้น้ำรดต้นไม้และผักเริ่มไม่พอ พอปั๊มน้ำสูบน้ำขึ้นแทงค์ 2 ครั้งน้ำก็เริ่มจะไม่พอสูบ ปีที่แล้วผมได้จ้างรถขุดบ่อน้ำตื้นของ อบจ.ตรัง มาขุดบ่อเพิ่มอีก 1 บ่อ คราวนี้บุดได้ลึกประมาณ 10 เมตรก็เจอหินขุดต่อไม่ได้ ความจริงความสามารถของรถสามารถขุดบ่อได้ลึกถึง 30 เมตร เมื่อบ่อเดิมน้ำไม่พอใช้ ก็ต้องขยับขยายมาบ่อใหม่ โดยย้ายปั๊มน้ำมาที่บ่อใหม่ซึ่งอยู่ห่างจากแท้งค์พอสมควร ตั้งแต่เช้าก็เตรียมย้ายปั๊มน้ำ และออกไปซื้ออุปกรณ์ประปา ทำเสร็จก็บ่ายแก่ๆ
เมื่อย้ายปั๊มน้ำเสร็จผมก็ถือโอกาสล้างแทงค์น้ำขนาด 2,000 ลิตรของผมเสียด้วยเลย โดยการเอาน้ำสองพันลิตรนี้รดน้ำต้นไม้ และผักรอบบ้านจนหมด แล้วสูบน้ำขึ้นไปใหม่ น้ำที่มีอยู่ในบ่อใหม่คิดว่าคงพอ 2000 ลิตร พอใกล้เต็มผลปรากฏว่าปั๊มน้ำสูบน้ำไม่ขึ้นแล้วทั้งๆ ที่น้ำยังมีอยู่ ความจริงผมเห็นสเปคของปั๊มน้ำแล้วว่ามันดูดน้ำได้ลึก 8.4 เมตร แต่ไม่ค่อยแน่ใจ เจอเข้าจริงๆ ถึงได้รู้ เรื่องปั๊มน้ำไม่ขึ้นนี่ไม่เท่าไรครับ ปัญหาถ้าน้ำที่สูบไป แล้วพรุ่งนี้น้ำไม่ขึ้นกลับมานี่ซิปัญหาใหญ่กว่าอีก
ความลึกหลังจากสูบน้ำไปแล้ว
บ้านผมอยู่ในเขตให้บริการของชลประทานคลองนางน้อย บ้านผมอยู่ห่างจากฝายชลประทานประมาณไม่น่าจะถึง 1 กิโลเมตร อย่าเพิ่งคิดว่าผมโชคดีนะครับ อ่านต่อ พี่ที่เป็นหมอดินอาสาพยายามที่จะขอขุดลอกแหล่งน้ำธรรมชาติใกล้ๆ สวนผม กับพัฒนาที่ดินจังหวัดตรัง ประโยชน์ที่ได้ก็ได้เยอะครับ ไม่ใช่ผมคนเดียว พัฒนาที่ดินจังหวัดให้คำตอบมาว่า ไม่สามารถทำได้เนื่องมาจากพื้นที่อยู่ในเขตให้บริการของชลประทานคลองนางน้อย โธ่ อะไรเนี่ย ที่บอกว่าบ้านผมอยู่ห่างจากฝายชลประทานคงนางน้อยไม่น่าจะเกิน 1 กิโลเมตรอย่าคิดว่าผมโชคดีเพราะอะไรครับ เพราะเหมืองส่งน้ำ ต่ำกว่าพื้นดินไปเยอะมากๆครับ จะให้ผมไปสูบน้ำจากเหมืองชลประทานมาเข้าสวนก็ไม่คุ้มกับการลงทุน เพราะเหมืองลึกมาก ไกลจากสวนด้วย ก็สรุปว่าชลประทานอยู่ใกล้บ้านก็ไม่ได้ช่วยอะไร คนที่อยู่ไกลๆ ไปสบายครับ เพราะเหมืองน้ำอยู่ระดับเดียวกับพื้นดินหรือลึกกว่าพื้นดินเล็กน้อย
จากสระน้ำส่วนตัว เมื่อหน้าแล้งมาเยือนก็เป็นแบบนี้แหละครับ
มัวแต่ล้างแท้งค์น้ำเข้าสวนเกือบมืดรูปออกมามืดหน่อย
ในสวนผมจะตักน้ำไปรดน้ำต้นไม้ ก็ตักได้ไม่เต็มถังแล้วครับ แล้งนี้ผมตั้งใจจะปลูกอะไรหลายอย่าง แต่คงต้องพักเอาไว้ก่อนครับ ทั้งแล้งทั้งร้อน นี่แหละหนอชีวิตเกษตรกร แต่เดินมาทางนี้แล้วถอยหลังไม่ได้แล้วครับ ไม่เคยแม้แต่จะคิดด้วย
- บล็อกของ sothorn
- อ่าน 6497 ครั้ง

ความเห็น
แจ้ว
2 มีนาคม, 2010 - 21:12
Permalink
น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ
น่าสงสารเป็นที่สุดเลย ขาดน้ำทุกอย่างก็หดหู่ วันนี้ไปรับรางวัลคำถาม 3 ยายและพิมพ์ทำขนมปลาที่บ้านน้องโสมาแล้ว รอบ ๆ บ้านผักยังเขียว รอบบ้านเลย แต่ไม่ได้เดินไปที่สระน้ำส่วนตัว เพราะเค้าบอกว่าสระน้ำส่วนตัวเลยเกรงใจไม่เข้าไป โห ไม่มีน้ำเลยเหรอ อย่างนี้แหละคนอยู่บนควน น่าสงสารมากเลย รอหน่อยนะ เทวดากำลังเห็นใจคนทำดี....
ป้าเล็ก..อุบล
2 มีนาคม, 2010 - 21:20
Permalink
ปีนี้ทั้งแล้งทั้งร้อน
คำว่าฝน 8 แดด 4 ที่พี่น้องทางใต้ ถือว่าเป็นผู้โชคดี ชักจะเชื่อไม่ได้ซะแล้ว ปีนี้ คงแห้งแล้งกันถ้วนทั่ว ทั้งประเทศ ที่อุบลก็ร้อนและแห้งแล้งแล้ว มีอยู่ปีหนึ่ง ไดฟังประกาศ " วันที่...เมษายน อุณหภูมิ จะสูงถึง 43 องศา เขตภาคอีสาน แล้วก็มีคำว่า อุบลราชธานี" ฟังแล้ว..โห..ตายแน่เรา ช่วงนั้นกลางคืน ยังไม่มีความเย็นเลย ร้อนอย่างเดียว แต่ก็ผ่านมาได้ ตอนนี้ ปลูกกล้วย ทั่วบ้านหมดแล้ว นอกรั้ว 2 ข้างเป็นที่ว่าง ก็ปลูก กล้วยเรียกความชุ่มชื้นได้ระดับหนึ่งค่ะ
084-167-4671
anongrat2508@hotmail.com
สวนสุขารมย์
2 มีนาคม, 2010 - 23:03
Permalink
สู้..สู้..
สู้..สู้..ถอยไม่ได้ (ให้กำลังใจเพื่อน รวมทั้งตัวเองด้วย) เพราะที่บ้านน้ำในสระก็ลดลงเยอะ ในบ่อก็สูบได้ไม่นานต้องพักให้น้ำซึมมาก่อนแล้วเย็นค่อยสูบใหม่ ขนาดประปาหมู่บ้านช่วงนี้ตอนกลางคืนก็จะงดจ่ายน้ำ เป็นแบบนี้มาอาทิตย์กว่าแล้ว แล้งทั่วประเทศ
เวลาพบกันสั้นนิดเดียว
มาย
3 มีนาคม, 2010 - 09:40
Permalink
เอาใจช่วย
สู้ต่อไปนะน้อง เอาใจช่วยค่ะ แม้ฟ้าฝน ธรรมชาติบางอย่างมันอาจไม่อำนวยอย่างที่เราคาดหวัง แต่ถ้าเราหาวิธีแก้ไขมันได้ ก็ถือว่าเราเริ่มพบทางสู่ความสำเร็จ...
there is a will , there is a way .
rose1000
3 มีนาคม, 2010 - 09:45
Permalink
คงต้องรอต่อไป
เมื่อชีวิตยังต้องพึ่งพาธรรมชาติ ก็คงต้องรอต่อไป แต่ผมเชื่อนะครับว่า"พรุ่งนี้ต้องดีกว่าวันนี้" เชื่อเถอะ
โจ้
3 มีนาคม, 2010 - 09:59
Permalink
สู้ๆ
มันต้องมีทางสิน่าครับสักวันต้องเป็นวันของเราครับสู้ต่อไปครับผมเป็นกำลังใจให้ครับคนสู้ชีวิต
นายปืน
3 มีนาคม, 2010 - 11:25
Permalink
นี่แหละ...ชีวิต
เมื่อยังมีลมหายใจ อาจท้อบ้างแต่ไม่ถอย ธรรมชาติก็เป็นอย่างนี้นี่แหละครับ เราทำลายเขามากก็เหมือนกับทำร้ายตนเองและผู้อื่นด้วย เฮ่อ...แล้วเมื่อไหร่พวกทำลายธรรมชาติ ทำลายป่า จะสำเนียกถึงความทุกข์ของผู้อื่นบ้างหนอ ยังไงก็เป็นเป็นกำลังใจให้ทุกท่านและตัวเองด้วยนะครับ
เมื่อจิตสงบ...ก็จะเห็นซึ่งปัญญา
จันทร์เจ้า
3 มีนาคม, 2010 - 12:40
Permalink
น้ำแห้ง
ไม่เกี่ยวกับต้มหมูนะ
แล้วน้ำแห้งแบบนี้ก็ไม่มีน้ำใช้เลยซิ ในสระก็แห้งหมดเลยแย่จัง แล้วจะทำไงต่อไปเนี่ย
ที่ไร่พี่น้ำดีทั้งปี แต่ไม่มีคนทำ ส่วนที่ๆมีคนทำกลับไม่มีน้ำ อดทนไว้นะเดี๋ยวฝนก็จะมาแล้ว
พอเพียง และ เพียงพอ บ้านไร่จันทร์เจ้า
benzkr
3 มีนาคม, 2010 - 15:33
Permalink
ปาดเหงื่อ
เอาหละหน้อ งานนี้ อีสานจะเป็นยังไงนึกภาพไม่ออก แต่อย่างว่าบ่อน้ำพี่ขุดไม่ลึก ขุดผิดช่วงฤดู ต้องรอดูต่อไป ผมจะไปหาข้อมูลแก้ปัญหาภัยแล้งก่อน กลับบ้่านไปน้ำไม่มี คงได้แต่เผาถ่าน ทำปุ๋ยรอ
ตามรอยพ่อหลวง เรียนรู้แนวคิด ใช้ชีวิตพอเพียง
ann
3 มีนาคม, 2010 - 22:03
Permalink
แล้งจริง ๆ
ที่บ้านทั้งร้อน ทั้งแล้ง ริมธารข้างบ่อน้ำเห็นได้ชัดมาก น้ำเริ่มไหลมาเป็นเส้นเล็ก ๆ เพราะใช้น้ำรดต้นไม้กันทุกบ้าน ใครอยู่ต้นน้ำก็เริ่มที่จะกักน้ำไว้ คนที่อยู่ข้างล่างก็ได้ใช้น้ำลดหลั่นกันลงมา... สู้ ๆ คุุ่ะ อีกหนึ่งแรงใจ....:D
....ความสุขอย่างแท้จริง ด้วยหลักเศรษฐกิจพอเพียง....
หน้า