ป่วยความสูง...ภัยเงียบสำหรับนักท่องเที่ยว

หมวดหมู่ของบล็อก: 

วันก่อนเืพื่อนที่ำทำงานถามเรื่องไปเที่ยว แล้วคุยกันเรื่องป่วยความสูง คำถามหนึ่งที่คิดว่าหลายๆ คนยังไม่เข้าใจว่า "การป่วยความสูง"คืออะไร ส่วนมากจะบอกว่า...อ๋อ..เวลาไปที่สูงๆ แล้วหูดับน่ะเหรอ เหมือนเวลาที่เรานั่งรถขึ้นเขาสูงๆ แล้วหูดับ หรือ เมารถ อาิเจียรแบบนั้นใช่หรือป่าว....

คำตอบคือ ไม่ใช่ค่ะ...การป่วยความสูงไม่ใช่โรค แต่เป็นปฏิกิริยาของร่างกาย เมื่อเราขึ้นไปอยู่บนพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล

คนพื้นราบเช่นคนไทย เราอาศัยอยู่ที่ความสูง 1-2 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง เมื่อเราไปท่องเที่ยวบนที่ราบสูง ไม่ใช่อีสานบ้านเรานะคะ อีสานบ้านเรานี่สูงไม่พอค่ะ ที่ราบสูงที่กล่าวถึงและคนไทยรู้จักกันดี หลายๆ คนชอบไปเที่ยว ยกตัวอย่างเช่น แชงกรีร่า เลห์ ลาดัก บนเขาสูงของเนปาล หรือเป็นพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 3000 เมตรขึ้นไป อย่างนี้ คนไทยเรามีสิทธิ์สัมผัสกับ "การป่วยจากความสูง" ได้ทั้งนั้น

การป่วยจากการแพ้ความสูง เกิดจาก ที่ระดับความสูงเพิ่มขึ้น ความดันอากาศจะลดลง เราไม่ได้ป่วยเพราะความเข้มข้นออกซิเจนในอากาศเบาบางนะคะ อันนี้เข้าใจผิดกันเยอะ เป็นการพูดแบบรวมๆ จริงๆ แล้วไม่ใช่ ในบรรยากาศที่เราหายใจเข้าไปทุกวันนี้จะมี ออกซิเจนอยู่ 21 เปอร์เซนต์ ที่ระดับความสูงมากๆ สิ่งที่เบาบางคือความดันบรรยากาศ  ที่จะดันออกซิเจนให้เข้าไปเลี้ยงเนื้อเยื่อต่างๆ เช่น สมอง กล้ามเนื้อ ฯลฯ หรือออกซิเจนเข้าไปเลี้ยงสมองน้อยลงกว่าพื้นราบที่ระดับต่ำ.....ตรงนี้เข้าใจให้ตรงกัน เรื่องความดันที่อยู่รอบตัวเรา คนเรียนดำน้ำลึกต้องเข้าใจให้มากเป็นพิเศษ ถึงต้องมีการพักน้ำก่อนลอยตัวขึ้นบนผิวน้ำ...

ผลก็คือ ทำให้เกิดอาการเวียนศรีษะ อ่อนเพลีย อาเจียร เบื่ออาหาร การป่วยจะแบ่งออกเป็น 2 แบบค่ะ

แบบแรก...เป็นชนิดเฉียบพลัน ไม่อันตรายแต่ก็ทำให้บางคนไม่อยากไปเที่ยวหรือเที่ยวไม่สนุก คือ acute monutain Sickness (AMS) บางทีก็เรียก High Altitude Sickness อาการคือ เมื่อเราเปลี่ยนระดับความสูง แบบกระทันหัน เช่นการขึ้นเครื่องบินจากระดับความสูงต่ำๆ ไปสู่ที่ราบสูง พอลงจากเครื่องก็ปวดหัว อาเจียร เดินสองสามก้าวก็เหนื่อย หายใจถี่ บางทีเหมือนหายใจไม่สุดปอด ไม่เต็มปอด หรือที่ระดับสามพันห้าร้อยเมตร เราเกิดอากาศแบบนี้ก็ให้สัณนิษฐานได้เลยว่าเรา "ป่วยจากความสูง" อันนี้ไม่ต้องตกใจ Slowlife เป็นบ่อยค่ะ เราก็พยายามลงจากที่สูงนั้น คือลดระดับให้ต่ำลง แต่ถ้าทำไม่ได้เพราะโปรแกรมเที่ยวไม่ได้เป็นอย่างนั้น ก็ไม่ต้องกลัวค่ะ ร่่างกายเราปรับได้  แต่ทรมานนิดหน่อย ยาที่ช่วยได้ คือ Diamox เช้าเม็ด เย็นเม็ด ใช้ได้ทั้งป้องกันและรักษา หาซื้อได้ตามร้านขายยาใหญ่ๆ และซุปกระเทียม หาิกินเข้าไปค่ะแต่พะอืดพะอมเล็กน้อยถึงปานกลาง ถ้าทรมานมากก็สามารถกินยาแก้ปวด หรือยาแก้อาเจียรได้...

แบบที่สอง....คือการป่วยความสูง + อาการปอดบวม และ การป่วยความสูง+สมองบวม อาการก็ง่ายๆ ค่ะ ถ้ามีอาการปอดบวมร่วมด้วย ก็จะมีอาการไอ บางทีก็มีเสมหะผสม มีเลือดด้วย เหนื่อยง่าย เดินสองสามก้าวก็เหนื่อย  ส่วนถ้าร่วมกันอากาศสมอง ก็จะซึม บางทีก็หงุดหงิด บางทีก็ซึม หลับตลอดการเดินทาง แบบว่าซึมไปเรื่อยๆ เรียกให้ลงมาจากรถมาเที่ยวก็ไม่หือ ไม่่อือ...อันนี้ชัวร์ค่ะ รีบหา รพ.ให้อยู่ได้แล้ว

Slowlife ไม่ใช่หมอค่ะ แต่เขียนจากประสบการณ์และการค้นคว้า เนื่องจากตัวเองมักจะเดินทางไปเที่ยวที่ระดับสูงๆ สำหรับ สมช. คิดว่ามีบางท่านอาจมีโอกาสได้ไปเที่ยวเมืองจีน และสถานที่เที่ยวส่วนใหญ่อยู่ระดับความสูง เกิน 3000 เมตรจากระดับน้ำทะเล ใครที่ต้องไป เตรียมตัวให้พร้อม จะได้เที่ยวแบบมีความสุข เก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้คุ้มกับเงินที่เสียค่าทัวร์ ไ่ม่ทรมานตัวเองและเพื่อนร่วมทาง  ใครสงสัยหรืออยากได้คำแนะนำเพิ่มเติม ด้วยความยินดีนะคะ

ความเห็น

ร่างกายมนุษย์มีการปรับตัวตลอดเวลา เป็นสัตว์โลกที่ปรับตัวได้เก่งมาก เพราะขยายเผ่าพันธุ์ได้จนครองโลกแล้วค่ะ คนที่อยู่ตามเขาสูงๆ ก็จะมีปอดใหญ่ อย่างกระเหรี่ยงเขาขึ้นเขาเก่งมาก เดินใส่รองเท้าหูหนีบธรรมดา เดินป๋อเลย แต่ถ้าให้นั่งรถ วกวนอย่างนี้ เค้าเมา...ก็ปรับตัวกันไปตามสภาพนะคะ

เวลาไปเที่ยวก็ต้องหาข้อมูลค่ะ นอกจากแหล่งท่องเที่ยวแล้วก็ต้องมีสภาพอากาศ ขนมธรรมเนียม การเดินทาง จะได้เตรียมตัวทั้งเสื้อผ้า ยารักษาโรค จะได้เที่ยวได้สนุกๆ ค่ะ

ขอบคุณค่ะ สำหรับข้อมูล จะได้รู้จักเตรียมตัวเวลาไปเที่ยวที่สูงๆ:admire2:

ชีวิตไม่ได้เกิดมา เพื่อยอมแพ้

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆค่ะ

แผ่นดินไหนก็ไม่มีความสุขเหมือนแผ่นดินเกิด อยากกลับบ้านจัง

ทดสอบ

ตัวจุ๋มเองก็ได้แต่ขึ้นเครื่องบิน  และนั่งรถขึ้นบนดอยต่างๆ  แต่คงไม่สูงมากนักเพราะไม่เคยรู้สึกว่าหายใจลำบาก  ตัวเองก็เป็นโรคปอดหอบหืด  ไอประจำแต่ไม่อาจหาญไปเที่ยวที่สูงๆแน่นอน  เพราะเคยไอจนเส้นเลือดในปอดแตก 2 ครั้งแล้วค่ะ เพราะแพ้เชื้อราที่เมืองไทย กับอีกครั้งแพ้เกษรดอกไม้ของต้นไม้ในสวีเดน  ต้องให้ยาปฏิชีวนะอยู่หลายวันเชียวค่ะ

 ไม่ค่อยได้ไปที่แบบนั้น  แต่อยู่ที่ราบสูง  ไม่รู้สึก (ออ.ยังไม่ถึงจุด)  เวลานั่งรถถึงสระบุรีต่อโคราช  หูอื้อ  เวลาขึ้นเครื่อง  หูอื้อ   ดำน้ำไม่ได้ เหมือนหายใจไม่เข้า  แช่น้ำนานก็ไม่ได้  หายใจอึดอัด  ต้องรีบขึ้นมาหายใจ เดินมากก็มีอาการเหนื่อยมาก  สงสัยเป็นแบบเทียมๆ  เป็นตั้งแต่เด็กๆ 

อาการคุณป้าเล็ก ก็ไม่ทราบนะคะ อย่างนี้ต้องลองออกกำลังกายให้สม่ำเสมอค่ะ จริงๆ แล้วไม่ควรเป็นแบบนั้นสำหรับคนปกติ พี่สาวจะเป็นคนที่ไม่ชอบขึ้นเขาหรือที่สูง เขาบอกว่าหายใจไม่ออก หายใจไม่ทัน เหมือนคนเป็นโรคหัวใจ จริงๆ แล้วสงสัยเค้าจะเป็นอาการ panic ค่ะ อาการแบบนี้เป็นโรคจิตนะคะ แต่ไม่ใช่จิตเภท แต่เป็นสภาพจิตใจที่ไปสั่งร่างกายให้เป็นแบบนั้น...ยกตัวอย่าง เช่นคนแก่ที่คิดว่าตัวเองเป็นโรคหัวใจ หอบ แน่นหน้าอก แต่จากการตรวจวัดทางสภาพร่างกวยแล้วปกติ แต่จะมีอาการเหมือนโรคหัวใจ เวลาเป็นก็เหมือนจะตาย แต่จริงๆ แล้วไม่ตายค่ะ อย่างนี้เป็นอาการของ panic มีหลายแบบ บางคนดำน้ำแล้ว Buddy หายไป ปรากฏว่าตัวเองดำอยู่คนเดียว แล้ว panic กลัว  ลองหาอ่านดูนะคะ แปลกๆ ดีเหมือนกัน

จินตนาการไปด้วยเลยละคะ  .... ก่อนขึ้นเขาร่างกายต้องฟิตสุด ไม่งั้น มีการโดน (...) ตกเขาได้คะ


ปล. ได้เที่ยวไปทั่วจริง ๆ นะคะ อิจฉาวุ้ย


 

...2553 ปีที่ 1 ที่เริ่มเดินตามรอยพ่อ...

ขอบคุณนะค่ะที่ให้ความรู้ดีๆ :bye:

กินอยู่อย่างพอเพียง ไม่ขี้อิจฉา ชอบสันโดษ รักธรรมชาติ

หน้า