ชอบบอกหอม ... ไม่ชอบบอกเหม็น
จั่วหัวของบล็อกที่แล้ว“อดีต ภาพจำ ... ปัจจุบัน ภาพจริง” ข้าพเจ้านำเอาร้อยกรองไพเราะ ซึ่งประพันธ์โดยอดีตท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ฯ ท่านหนึ่ง ท่านประพันธ์ไว้กว่า 50 ปี ก่อนนู้น.... โดยสัจธรรม “อนิจจา วตฺสังขารา” แล้วจะเห็นได้ว่า ท่าดินแดง เคียนซา ไม่มีบ่อถ่านหินอีกแล้ว กระแดะ ดงลางสาดที่แทบไม่เหลือ ในบาง ปาล์มกำลังมาแทนจาก และถนนกำลังคืบคลานเข้าไปรุกรานคลอง ท่าฉาง ต้นตาลถูกกลืนโดยนากุ้งไปเกือบสูญพันธุ์ อ่าวบ้านดอน ฟาร์มหอยนางรม เข้ามาแทนที่ ปลา ไชยา แทนที่ข้าวด้วยไข่เค็ม และมะพร้าว ที่ เกาะสมุย ก็ถูกรุกรานโดยโรงแรม และรีสอร์ท
ทุเรียน หวานมัน ไม่ใช่พระแสงแห่งเดียวอีกแล้ว สามารถหาทานได้โดยง่าย ทั่ว ๆไป มีพันธุ์หมอนทอง เป็นพื้นฐาน ตามความต้องการของตลาด
แล้วก็ออกแปลก ๆ อยู่ที่ของอย่างเดียวกัน บางคนบอก “หอม” แต่บางคนบอก “เหม็น” ที่แปลกกว่าคือคนที่บอกไม่ชอบทุเรียน เหม็น แต่ตอนที่เราแงะ เขานั่งจ้อง ไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ พอทุเรียนแบะออก เห็นเนื้อในเท่านั้นแหละ เรายังไม่ทันวางมีดเลย ทุเรียนก็ไปอยู่ในมือเขา 1 เม็ดเรียบร้อยแล้ว ฮึ ๆ ๆ ....
ข้าพเจ้าก็ซื้อต้นทุเรียนถุงมาปลูกไว้ดูเล่น เล็กน้อย มีทั้ง กบ ชะนี ก้านยาว หมอนทอง แบบบูรณาการ ว่างั้นเหอะ ตั้งใจว่าจะได้มีทานในฤดู ไม่ต้องรบกวนคนอื่นที่เขาทำเป็นธุรกิจ แต่ปรากฏว่าช่วงหลัง เจ้าหมอนทองมีปัญหาตัน และ ผลเน่า ด้วยโรคที่ชาวสวนรู้จักกันว่า เป็น “TOP” ตายไปจำนวนไม่น้อย ข้าพเจ้าจึงคิดลองผิด ลองถูกอีกสักเรื่อง
จากประสบการณ์ ข้าพเจ้าเห็นว่าทุเรียนพันธุ์พื้นเมือง ไม่เคยมีโรคใดเบียดเบียน
อยู่ยง คงทน ต้นโต และแข็งแรง อย่างที่เห็นนี่ ไม่ต้องวุ่นวาย เรื่องน้ำ เรื่องปุ๋ย
อยู่จน “สูงลิ่ว ละลานนัย- นพ้น ประมาณหมาย “ ดังนี้แล
นี่ผลทุเรียนพันธุ์พื้นเมือง ต้องแหงนคอตั้งบ่า จะได้ทานก็เมื่อเขาสมยอม เต็มใจร่วงลงมาสู่ดินนู่นแน่ะ
นี่หมอนทอง ที่ยังอยู่รอดปลอดภัยจาก “TOP” ไม่ต้องดูภาพเนื้อใน ก็รู้ ๆ กันอยู่ เพราะเป็นทุเรียนตลาดนิยม
ส่วนนี่ ชะนีขอรับ กระผม อันว่าชะนี ต้องเคาะตัดครับ จึงจะอร่อย
หากปล่อยให้ร่วงเองแล้วไซร้ .... ต้องมาเข้ากระบวนการแปรรูปอย่างนี้ ครับ คือกวน ใครอยากทราบว่ากวนแล้วออกมาอย่างไร ก็ไปหาดูในบล็อก ทุเรียนกวน 100 % ของผู้ใหญ่โส นะครับ น่าทานมาก ๆ
เอาครับต่อจากนี้ มาดูการลองผิด ลองถูกของข้าพเจ้าในการ ซ่อมเสริม ทุเรียนที่มีอันเป็นไปนะครับ
ขั้นแรก ข้าพเจ้าตั้งสมมติฐาน ตามตรรกะ ว่า เหตุดี ผลก็ต้องดี ดังนั้น หากบรรพบุรุษดี ระบบรากดี ต้น พุ่ม ผล ก็ต้องออกมาดี ด้วย
ข้าพเจ้าจึงสร้างรากฐาน ด้วยเมล็ดทุเรียนพันธุ์พื้นบ้าน ขุมละ 4 เม็ด โดยไม่ขุดหลุม แค่เอาดินกลบพอกันแดด ไม่ให้เมล็ดแห้งเกินไป ก็พอ แตกหน่อให้เห็นแล้วไง
พอต้นกล้าโตขนาดนี้ กี่ต้นก็ตาม จับมาให้สามัคคีกัน ด้วยการทาบมัดติดด้วยกัน โตขึ้นเขาจะได้มีรากร่วมกันทำมาหากิน (หลายราก ดีกว่ารากเดียว ..ฮุ ๆๆๆ)
ควรทำเมื่อต้นขนาดนี้ จากประสบการชุดก่อน ไว้โตมากไป พอคลุมถุงชน เขารังเกียจกัน ตั้งแง่ ตั้งงอน ขนาดขันชะเนาะ ทิ้งไว้ 5 - 6 เดือน พอคลายออก ก็ผลักไส ฟ้องหย่าร้าง ต้องไกล่เกลี่ย อีกหนแน่ะ
ขนาดนี้กำลังดี เห็นไหมเอ่ย ว่านอนสอนง่าย นี่รักใคร่กันแล้ว แต่ยังไม่กลมเกลียว ต้องผูกมัดไว้อีกระยะ แล้วเลือกตัดยอดที่ไม่ต้องการทิ้งไป เหลือต้นสมบูรณ์ไว้ต้นเดียว
รอพอต้นที่เลือกไว้ โตประมาณนิ้วโป้ง (จะมือ หรือเท้า ก็ไม่ผิดกติกา) ก็เข้ากระบวนการเปลี่ยนยอดเป็นพันธุ์ที่ต้องการ ด้วยเทคนิคการเข้าสะเอว ข้อควรระวังในขั้นตอนนี้ คือ หากเปลี่ยนเป็นหมอนทอง ต้องเลือกยอดพันธุ์จากต้นที่ไม่เป็นโรค TOP
ต้นนี้ หมอนทองผ่านกระบวนการเปลี่ยนยอดมาแล้ว 18 เดือน
เปรียบเทียบกับ ต้นที่ปลูกจากทุเรียนถุง
18 เดือนแล้ว แผลผ่าตัดยังไม่หายสนิท
ตอกล้าที่ตายแล้ว ยังโผล่ให้เห็น อีกหน่อยจะผุไปเองครับ
นี่ต้นที่เปลี่ยนยอดเป็นพันธุ์ “กบ” (ไม่ใช่นักร้อง หรือนักแสดงนะครับ ฮึ ๆ ๆ ...) 18 เดือน แล้วเช่นกัน
ที่หามาไว้ ก็เพราะเนื้ออย่างที่เห็นนี้ไง คุณสมบัติ เนื้อแน่น ละเอียด กว่าหมอนฯ หวานน้อยกว่า แต่มันกว่า
ต้นนี้ เปลี่ยนยอดเป็น “พวงมณี” พันธุ์ที่ชาวสวนชอบบริโภค ในสวน มีไว้ 5 - 6 ต้น
และเขาเลือกบริโภคผลลักษณะนี้ ครับ เพราะเนื้อจะ หนา เหนียว และ ผลที่หล่นเอง รสจะดีกว่า ผลที่ตัดบ่ม
แงะออกมาก็อย่างที่เห็นนี่แหละ
อ้อ .... ไม่มีขายในท้องตลาด นะขอรับ ชาวสวนเท่านั้น มีสิทธิ์ก่อน
นี่ก้านยาว มีไว้ ราว ๆ 10 ต้น
เอาผลก้านยาวที่ชาวสวนเลือกรับประทานมาให้ดู ซึ่งให้ประโยชน์ สองต่อ คือ ผลสวย ๆ ตลาดต้องการ และได้ราคา ส่วนผลลักษณะนี้ ตลาดไม่ชอบ แต่ชาวสวนชอบ อร่อย เนื้อแน่น และหนากว่า ผลกลม ๆ
เอ้า ... ปิดท้ายด้วยเศษวัสดุที่เหลือ คือเปลือกที่หลังจากแงะเอาเนื้อบริโภค และแปรรูป ก็ขนไปกองไว้บนท่อซีเมนต์ รอย่อยสลาย เป็นปุ๋ย และเพื่อย่นเวลา ข้าพเจ้าเลยราดด้วยน้ำหมักที่หมักไว้ และเหลืออยู่ไม่น้อย .... ลองผิด ลองถูก อีกแล้ว ครับท่าน
วิสัชนามา เห็นว่า พอควรแก่เวลา ที่จะยุติบล็อกนี้ ไว้เพียงแค่นี้ ผิดพลาดประการใด หวังว่าจะได้รับการชี้แนะจากผู้รู้ตามควร เพื่อโอกาสหน้าจะได้แก้ไขให้ถูกต้องต่อไป
แล้ว วันหลัง เจอกันใหม่ หวัดดี .... ฮุ ๆ ๆ ๆ .....
- บล็อกของ paloo
- อ่าน 8856 ครั้ง
ความเห็น
พรพรรณ สาระภี
27 สิงหาคม, 2011 - 12:12
Permalink
Re: ชอบบอกหอม ... ไม่ชอบบอกเหม็น
:confused: ชอบทุเรียนมากแต่ทานไม่ได้ค่ะ (ความดันสูง) แต่อยากเห็นหน้าคุณลุงชัดๆค่ะ
paloo
27 สิงหาคม, 2011 - 19:33
Permalink
มัชฌิมา .... นะหลาน
น้องสาวลุง มีทั้ง ความดัน เบาหวาน แต่ยังทานอยู่ เพียงทานแต่พอควร ทั้งจำนวน และระยะเวลา อย่าทานตามรัดดวงลิ้น ก็คงไม่มีปัญหา
คำว่าพอดี คือมีพอควร ไม่ใช่ไม่มีเอาซะเลยนะหลาน
ลุงพูน
27 สิงหาคม, 2011 - 12:25
Permalink
Re: ชอบบอกหอม ... ไม่ชอบบอกเหม็น
ลุงพาโล มาแต่ละครั้งอัดเต็มไปด้วย คติ และความรู้เพียบ
ก่อนอื่น ขอแนะนำทุเรียนอัก 1 พันธุ์ คือ สาริกา เป็นพันธุ์ที่ปลูกอยู่แถวจังหวัดพังงา ผ่านไปช่วงหน้าทุเรียนต้องแวะเวียนหาซื้อไปกิน ลุงพาโลลองหาไปเสียบไว้สักต้น
แนวความคิด หลายรากใน 1 ต้น ผมต้องเอาไปลองทำกับต้นประ ที่ผมหยอดเอาไว้หลุมละ 2-3 เมล็ด เผื่อกันตาย ตอนแรกกะว่าจะถอนให้เหลือหลุมละต้น แต่อยากลองแบบลุงพาโลด้วย จะดูว่า 1 ต้น หลายราก จะโตเร็วกว่าไหม
เปลือกทุเรียน มีคนเคยบอกว่า เอาไปเผาแล้วเอาขี้เถ้าผสมน้ำยาล้างจาน จะทำให้สะอาดขึ้นเยอะ
เปลือกทุเรียน หั่นเป็นชิ้นเล็กๆแล้วใส่ถังหมัก ทำน้ำหมักชีวภาพ ส่วนเมล็ดที่เหลือจากการเพาะปลูก ก็เอาใส่ถังหมักพร้อมกับเปลือก ปีหน้าลุงพาโลอาจจะได้น้ำหมักที่หมาะกับทุเรียน
paloo
27 สิงหาคม, 2011 - 19:38
Permalink
ขอบคุณมาก ๆ ครับ
ได้เติมความรู้อีกแล้วครับ
ขอบคุณมาก ๆ ครับลุง ผมมีเพื่อนอยูพังงา แต่ไม่มีข้อมูลนี้ ขอบคุณครับ จะตามหามาไว้เสริมขวัญสวน อีกพันธุ์
ส่วนเปลือก ผมเพียงเคยนำไปทำปุ๋ยหมัก แต่จากข้อมูลของลุง ผมจะทดลองดูบ้าง
นู๋หวึ่ง
27 สิงหาคม, 2011 - 13:56
Permalink
Re: ชอบบอกหอม ... ไม่ชอบบอกเหม็น
ลุง ขอที่กวนแล้วน่ะ ท่าทางจะอร่อย
paloo
27 สิงหาคม, 2011 - 19:41
Permalink
สงสัย...?
ที่กวนลุงเอาขึ้นมา ประมาณ 4 ก.ก. แต่สงสัยจะส่งให้อย่างไร
satjang
27 สิงหาคม, 2011 - 16:10
Permalink
Re: ชอบบอกหอม ... ไม่ชอบบอกเหม็น
อ่านไปก็จินตนาการไปว่า พวงมณี กับ ชะนีที่แม่อี๊ดส่งมาให้นั้น มาจากต้นใหญ่ ๆ ในสวนนี้ไหมหนอ ^ ^ ขอกราบขอบพระคุณอีกครั้งคะ
...2553 ปีที่ 1 ที่เริ่มเดินตามรอยพ่อ...
paloo
27 สิงหาคม, 2011 - 19:46
Permalink
บอกให้คลายสงสัย
ที่ส่งมาให้หลานก้อย นั่นแหละพวงมณี ที่ชาวสวนนิยมทาน ไม่ใช่ชะนีนะจะบอกให้ หร่อยกว่ากันเยอะเลย ของดี ไม่มีขายจ้า.... เก็บให้จากสวน เสียดาย หากเป็นทุเรียนที่ร่วงเองจะอร่อยกว่าที่ทานซะอีก
ด้วยความยินดีครับ
jo korakod
27 สิงหาคม, 2011 - 16:37
Permalink
Re: ชอบบอกหอม ... ไม่ชอบบอกเหม็น
คุณลุงคะ มายืนยันว่าชะนี อร่อยสุดจริงๆๆในความรู้สึกโจ
เพราะไม่หวานไป โจอยู่พระแสงค่ะ เพิ่งรู้น่ะเนี่ยว่าพระแสงเคยเป็นแหล่งทุเรียน
ตอนนี้ กำลังเพาะทุเรียนบ้านไว้หลายถุง
เดี๋ยวจะทดลองจับมาถักเปียรวมกันมั่งดีกว่า
:admire2:
ปํํญหาคือ เข้าสะเอวไม่เป็นค่ะ
facebook https://www.facebook.com/ninkmax
paloo
27 สิงหาคม, 2011 - 19:54
Permalink
เอาเลยครับ
ไม่มี Licence เอาไปใช้ได้เลยครับ
หน้า