เมื่อน้ำมาถึงหน้าบ้าน 1.50 เมตร
ก่อนน้ำมา ป้องกันที่ระดับ 1.4 เมตร เพราะที่บ้านสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 6.5 เมตร
พอน้ำมาจริง เริ่มจาก 10 ซม.ก่อน แปปเดียวภายใน 3 ชม กลายเป็น 50 ซม.แผ่นเหล็กที่ทำกันน้ำไว้
ดันด้วยกระสอบทรายอีกชั้น ไม่ถึงครึ่งวัน 1 เมตร ผ่านไป 1 วันชักไม่แน่ใจว่า 1.4 เมตรที่รับไว้จะอยู่ไหม เลยรบกวนน้องๆมาเสริมแผ่นเหล็กอีก 60 ซม และหน้าบ้านก็ปรับการตั้งรับใหม่
น้ำเริ่มมาแรงขึ้น น้ำเข้ามาผ่านแผ่นเหล็กอย่างรวดเร็ว สงสัยก็ให้น้องๆลงไปดูปรากฎว่าแรงดันน้ำ ทำให้แผ่นเหล็กที่กัน งอห่างออกไป 1 นิ้ว เป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำเข้าอย่างรวดเร็ว ปั๊มน้ำขนาด 3 นิ้ว ที่เตรียมไว้ 2 ตัวไม่พอ ต้องขอเสริมจาก นายกฯอบต ต่างจังหวัดที่น้ำลดแล้วเอามาให้เป็นหางนาคอีก 2 ตัว
เพราะพอเครื่องไหนน้ำมันหมด หรือน๊อค น้ำจะทะลักเข้ามาอย่างรวดเร็ว ขนาดในบ่อพักน้ำที่เชื่อมต่อกับคูน้ำภายนอกอัดแน่นไปด้วยถุงทราย ยังซึมเข้ามาได้มาก หน้าต่างและที่หน้าบ้านก็ก่อปูนเสริมอีก 1 เมตร เผื่อไว้เอาไม่อยู่ ระดับตัวบ้านสูงกว่าถนนภายนอกประมาณ 2.8 เมตร
เช้าวันนี้น้ำขึ้นอีก เป็น 1.60 เมตร มีข้อสังเกตุว่าเครื่องปั๊มน้ำขนาด 3 นิ้วที่ใช้เบนซิน 91 ถ้ายี่ห้อ ฮอนด้า จะประหยัดกว่าของจีน 1 ถังใช้ได้ 3.5 ชม ขนาด 3 นิ้ว ส่วนของจีนที่เอามาเสริมอีก 2 เครื่อง กินน้ำมัน 1 ชม 1ถัง ที่ดีที่สุดกับเป็นหางนาคขนาด 8 นิ้ว เปิดทั้งวัน กิน 10 ลิตร สูบน้ำได้มากกว่า เป็นน้ำมันดีเซลด้วย
จากที่สืบค้นข้อมูลมาตั้งแต่ต้น รวมถึงแผนที่ผ่านดาวเทียมที่คิดป้องกันน้ำแค่ 1.2-1.4 เมตรตั้งแต่แรกนั้น ก็เลยสงสัย โทรไปหาเพื่อที่ทำงานเกี่ยวกับองค์การอวกาศ ก็เลยได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า น้ำท่วมปีนี้ ปริมาณน้ำน้อยกว่าปี 2538 อีก คนทั่วไปเข้าใจว่ามากกว่า 2538 แต่จากการเทียบภาพแผนที่ดาวเทียมก็เลยรู้ปริมาณน้ำ เพียงแต่การบริหารจัดการน้ำอิงเรื่องการเมืองมากเกินไป น้ำที่ลงจากเขื่อนก็ปล่อยโดยกรมชลประทาน ซึ่งเก่งเรื่องการจัดการน้ำเพื่อการเกษตร ไม่ใช่การจัดการเรื่องอุทกภัย เขื่อนที่เก็บน้ำมาตั้งแต่ต้นก็เป็นห่วงแค่เรื่องกลัวน้ำขาดตอนหน้าแล้ง มีการสะสมน้ำในเขื่อน 40 % ปกติถ้าจะป้องกันน้ำท่วมต้องพร่องน้ำแต่ต้น และเก็บน้ำแค่ 15 %
และการปล่อยน้ำจากเขื่อนลงมาทันที สามารถจัดการน้ำโดยการเปลี่ยนเส้นทางน้ำย้อนไปทางอื่นก่อน เพื่อชะลอน้ำไม่ให้ลงมาพร้อมกัน และการปล่อยน้ำแทนที่จะปล่อยผ่านแม่น้ำแม่กลองด้วย ซึ่งเป็นเส้นทางตรงกว่า แม่น้ำท่าจีนซึ่งคดเคี้ยวเป็นกระเพาะหมูและสามารถลงทะเลได้เร็วก็มีเรื่องการเมืองแฝงอยู่
ผลที่ออกมาก็มาตกที่ประชาชน 21 จังหวัดที่ต้องมาประสบเคราะห์กรรมร่วมกัน รวมถึงเศรษฐกิจของประเทศต้องพังพินาศหมดเพราะ คน นั่นเอง
- บล็อกของ อ้วน
- อ่าน 10437 ครั้ง

ความเห็น
จารึก จันทร์เกตุ
31 ตุลาคม, 2011 - 11:22
Permalink
Re: เมื่อน้ำมาถึงหน้าบ้าน 1.50 เมตร
มาเป็นกำลังใจครับพี่อ้วน..ไหนๆมันก็ท่วมแล้ว ท่วมได้เดี๋ยวมันก็ลดครับ....
"จะปลูกทุกอย่างที่กิน จะกินทุกอย่างที่ปลูก"
ดอกสารภี
31 ตุลาคม, 2011 - 12:03
Permalink
Re: เมื่อน้ำมาถึงหน้าบ้าน 1.50 เมตร
เป้นกำลังใจด้วยค่ะ
ดอกสารภี
31 ตุลาคม, 2011 - 12:03
Permalink
Re: เมื่อน้ำมาถึงหน้าบ้าน 1.50 เมตร
เป็นกำลังใจด้วยค่ะ
หนูนิว
31 ตุลาคม, 2011 - 12:25
Permalink
Re: เมื่อน้ำมาถึงหน้าบ้าน 1.50 เมตร
สู้ๆนะคะ
บ้านหนูก็ เข้าสัปดาห์ที่สองแล้วค่ะ
ไม่รู้ว่าเป็นไงบ้าง ยังไม่ได้เข้าไปดูเลยค่ะ
ขอบคุณสำหรับข้อมูล บทวิเคราะห์ด้วยนะคะ
สาวน้อย
31 ตุลาคม, 2011 - 12:31
Permalink
Re: เมื่อน้ำมาถึงหน้าบ้าน 1.50 เมตร
พี่อ้วนสู้ ๆนะคะ...ยังห่วง ๆ เห็นพี่อ้วนหายไป...รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
ชีวืตที่เพียงพอ..
เบญจมาศ ไชยศรี
31 ตุลาคม, 2011 - 12:38
Permalink
Re: เมื่อน้ำมาถึงหน้าบ้าน 1.50 เมตร
เตรียมรับมือได้ดีจังเลยค่ะแต่ยังไงก็เป็นกำลังใจให้นะคั:cheer3:
ความพยายามของคน..ย่อมไม่มีที่สิ้นสุด..
pemi.evil
31 ตุลาคม, 2011 - 13:03
Permalink
Re: เมื่อน้ำมาถึงหน้าบ้าน 1.50 เมตร
ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ สู้ ๆๆ นะคะ :cheer3: :cheer3:
ป้าต่าย
31 ตุลาคม, 2011 - 13:12
Permalink
Re: เมื่อน้ำมาถึงหน้าบ้าน 1.50 เมตร
ถ้าถึง 2 เมตรแล้วจะทำอย่างไร ...เป็นห่วงคะ .....ถ้าไม่ไหวจริงๆ ถอยมาตั้งหลักก่อนคะ....
คิดให้แตกต่าง...แต่อย่าแตกแยก
lekonshore
31 ตุลาคม, 2011 - 13:46
Permalink
Re: เมื่อน้ำมาถึงหน้าบ้าน 1.50 เมตร คุณอ้วน
สรุปแล้วน้ำเข้าบ้านมั๊ยค่ะ มาให้กำลังใจค่ะ
msn:lekonshore@hotmail.com
ชีวิตคนเรานั้นสั้นนัก จงมีความสุข สนุกกับชีวิต อย่ามัวคิดอิจฉาใคร
noBody
31 ตุลาคม, 2011 - 13:51
Permalink
Re: เมื่อน้ำมาถึงหน้าบ้าน 1.50 เมตร
นับถือในความเป็นนักสู้ค่ะ สู้ไม่ยั้งมือเลย
สู้ๆๆๆๆๆ :cheer3: :cheer3:
หน้า