ผู้หงายกะลา ...

หมวดหมู่ของบล็อก: 

                       "แม้นมีความรู้ดั่ง   สัพพัญญู

                        ผิบ่มีคนชู                ห่อนขึ้น

                       หัวแหวนค่าเมืองตรู    ตาโลก

                           ทองบ่รองรับพื้น         ห่อนแก้วมีศรี ฯ"

       ภาษิตบทนี้ เหมาะ กับข้าพเจ้ายิ่งนัก ... เพราะโดยลำพัง แล้ว ...

    ข้าพเจ้าได้ตัดสินใจอนาคตตัวเอง โดย ... ยุติการเรียนไปแล้ว ... ตั้งแต่ทราบผลการเรียน และรับใบสุทธิ แสดงวุฒิชั้น ม. 6 พร้อมสมุดรายงาน ที่ครูประจำชั้นเขียนไว้ ในช่องผลการเรียน ว่า “อ่อนมาก

    คุณพ่อ รึครับ ! … ตอนที่ข้าพเจ้า ส่งใบสุทธิให้ท่านดู ... ท่าน รับไปดูแว๊ป เดียว ... แว๊ปเดียวจริง ๆ ครับ (คงไม่ต้องสาบานนะ) ... ดูแล้ว จ้องหน้าข้าพเจ้า พร้อมโยนคำถามด้วยภาษาไทยถิ่นใต้ ... โดยที่ท่าน ก็คงไม่ได้หวังอะไรกับคำตอบนัก ...

       “ตี่เอาพรือ ?” ... (จะเอาอย่างไร)

    ข้าพเจ้า หลบสายตาท่าน แต่ก็ตอบด้วยเสียงหนักแน่น ... ด้วยทราบจุดประสงค์แห่งคำถามของท่าน อยู่เป็นนัย ...

        “ทำสวน

    ท่านยื่นใบสุทธิคืน ให้ ... เหมือนเจ้าหน้าที่รับสมัครงาน ตรวจหลักฐานการศึกษา ... ไม่พูดอะไรสักแอะ ... จึงเป็นสัญญาณที่... ข้าพเจ้ารู้ว่า ได้ตามที่เลือก  ณ บัดนั้น ! ...

    ต่อจากนี้ไป ... ท่านได้ ตัดหางข้าพเจ้า ปล่อยป่า ... ให้ทำป่ายาง ... แล้ว อย่างสมบูรณ์

    และข้าพเจ้า ก็ตั้งอกตั้งใจทำ .... ตามอนุมัติของคุณพ่อ ... โดย ไปถอนต้นกล้า ยางขนาดประมาณนิ้วโป้งมือ มาบุกดง พงหญ้าเข้าไปปลูกเพิ่มในพื้นที่ ... ซึ่งได้ปลูกไว้บ้างแล้ว (เพราะตั้งใจไว้ก่อนแล้ว) ... แม้จะโดนตัวแตน ต่อย ปากเจ่อ ... ตาบวม บ้าง ก็ไม่ได้ย่อท้อประการใด ... ก็เลือกแล้วนี่ครับ ...

       การ ... ดำเนินไปได้เกือบเดือน ...

    ผู้หงายกะลา ให้ “คางคกโง่ ...” จำนวน 4 คน  ... ก็มาเยือนถึงบ้าน ... ในขณะที่ คุณพ่อไม่อยู่

      จัดเป๋าตะ” (จัดกระเป๋าผ้าซี) ... หนึ่งในจำนวนผู้มาเยือนออกคำสั่งภาษาปักษ์ใต้บ้านเรา ... ประหนึ่งจะเป็นนายจ้างข้าพเจ้า

      “ไปสงขลากันหวา แหละ” (ไปสงขลากันดีกว่า) ... อีกคนพูดเหมือนจูงใจ ขณะที่ข้าพเจ้ายัง งง ๆ แต่ ...

      “หวางนี้กู (ขออภัยที่ใช้คำนี้) ปลูกยาง ... ไม่ว่าง”  ข้าพเจ้าบอก ทั้ง ๆ ที่ตั้งตัวไม่ติด และไม่ทราบเหตุผลในการชวน ... และแล้ว เหตุผล ก็ได้รับการเฉลย โดยเพื่อนอีกคนหนึ่ง

       “ไปสมัครสอบเข้าเรียน เทคนิคภาคใต้ กันนิ”

    “กูบอกแล้ว ... ว่าปีนี้กูไม่เรียนต่อ ... กูตี่ทำสวนลองแลสักปี” ข้าพเจ้ายืนยัน ... ก็ได้ยินเสียงออดอ้อนจากเพื่อนคนแรกที่บอกให้จัดกระเป๋า

        “แหม่วะ ... ไปสอบเป็นเพื่อนพวกกูนิ ... สอบได้แล้วมึงไม่เรียน ก้าใช่พรือ” (ไปเป็นเพื่อน สอบได้แล้วไม่เรียนก็ไม่เป็นไร)

    “แล้วมึงคิดว่ากูตี สอบได้เหอะ หมอสอบไล่ก้ายังตีตกเหลย” ... ข้าพเจ้าสวนกลับ (คิดว่าข้าพเจ้าจะสอบได้รึ ขนาดสอบไล่ยังใกล้ตก) ... ก็มีเสียงออดซ้ำมา

        “ตะ แหมเห้ย ... ไปเป็นเพื่อน กัน พอได้อุน ๆ” (เออนา ไปเป็นเพื่อนพอได้อุ่นใจ)

    คะยั้นคะยอ กันอยู่พักใหญ่ ... ใช่ว่าข้าพเจ้าจะเล่นตัว ... แต่ไม่อยากไปจริง ๆ ....  ที่สุด ด้วยความรักเพื่อน (ไม่ได้คิดถึงตัวเองหรอกครับ)

        “ไปตอหรือฮะ”(จะไปเมื่อไร) ...เป็นคำถามสุดท้าย จากข้าพเจ้า ... และนัดหมายวันเดินทางกันแล้ว ... เพื่อน ๆ ก็กลับ ...

    ถึงวันนัด ... เอาชุดนักเรียน (ดีที่ไม่โยนทิ้งซะก่อน) พับยัดใส่ถุงกระดาษสีน้ำตาล ลายตาหมากฮอสท์ .. ขอบด้านบน เจาะช่องไว้สำหรับหิ้ว (แบบที่ไอ้จ่อย การ์ตูนในหนังสือพิมพ์หิ้วนั้นแหละ) นุ่งกางเกงขาสั้น (ยังนุงขายาวไม่เป็น) สวมเสื้อยืดคอกลม ... สาวยางแผ่นจากราว ลงมา 5 แผ่น ม้วนมัดกะตะแกรงท้ายรถ ... ปั่นออกจากบ้าน ...

    ไม่ได้บอกคุณพ่อ แม้สักคำ ... เพราะทราบดีว่า ... ท่านก็ทราบว่านอกจากเรื่องการเรียนหนังสือแล้ว เรื่องอื่น ๆ ข้าพเจ้า ไม่ได้เลวร้ายแต่ประการใด  ท่านจึงไม่ใส่ใจข้าพเจ้า นัก ...

          ณ สงขลา

    วันไปยื่นหลักฐาน สมัคร ... สายตาสัมผัสป้าย ครั้งแรก

            “วิทยาลัยเทคนิค ภาคใต้

    เสียง ... ‘แม่เจ้าโว้ย’ ... ก็อึงอล ขึ้นในใจ .... เดินเข้าไปเห็นสถานที่ ... อาคารอำนวยการ ... อาคารกระจกรูปร่างแปลกประหลาด  (มาทราบเมื่อตอนเข้าเรียนว่า ตึกเคหฯ)

    ใจระทึก ... ‘ช่างน่าเรียนชะนี่กระไร’ .... บอกกับตัวเอง ‘แต่จะได้เรียนรึ ... คะแนน ม. 6 แค่ 50.01% นะ ... เอาวะ ... แค่ได้เข้าไปนั่งสอบก็เป็นบุญแล้วนา’ ... บอกตัวเองต่อ ด้วยสำนึกเสียดายโอกาส

       ส่งหลักฐาน สมัครสอบ ... ได้บัตรผู้เข้าสอบ ... “เลขที่นั่งสอบ ชก . 201

    อีก 5 วันต่อมา ... เข้าสู่สนามประลอง ! ... แม่เจ้าประคุณเอ้ย ! ... คู่แข่งแต่ละคน ... วิทยายุทธ์สุดยอด ... ยิ่งคนนั่งใกล้ด้านซ้ายมือข้าพเจ้า ... เก่งซะไม่มีล่ะ ... แค่ ประมาณ 20 กว่านาที ... เพื่อนก็ส่งกระดาษคำตอบแล้ว !

     ส่วนเรารึ ... กว่าจะตอบได้สักข้อ ... ปากกา จิ้มแล้ว จิ้มอีก ... หมดเวลา ยัง “เดา” ได้ไม่หมด ... 

    ทำขอสอบเสร็จ .... ออกมายืนมองดูอาคารรอบ ๆ ... ใจให้ประหวัดถึงภาษิต ที่ว่า ...

              "เสือผอมกวางวิ่งเข้า   โจมขวิด

            ไป่ว่าเสือมีฤทธิ์                 เลิศล้ำ

            เล็บเสือดั่งคมกฤช             เสือซ่อนไว้นา

            ครั้นปะปามล้มคว่ำ            จึ่งรู้จักเสือ ฯ"

    ... นั่งรถกลับบ้าน ใจยังโหยถึง ... ด้วยสำนึกเสียดาย ... แต่ตัดใจซะว่า ... ก็เราทำตัวเราชั่วเอง นี่หว่า ...

        ถึงบ้าน คุณพ่อท่านถาม

    “ไปไหนตั้งหลายวัน” .... จึงตอบท่านเพียง ...

        “สงขลาครับ” ...

      ก็เท่านั้นเอง ! ... อวสาน !

    สองสัปดาห์ ต่อมา ... เพื่อนคนหนึ่ง มาหา ... พร้อมคำถาม

        “มึงตีไปแลผลสอบเอง ว่าให้กูแลให้ฮะ ... พวกหนู้ ฝากกูแลเผิ่น” (จะไปดูผลสอบเอง หรือให้ดูให้ คนอื่น ๆ ฝากดูทุกคน)

    “เออ ... ฝากมึงแลกันตะ ... แต่กูรู้ตัวแหละ ... ว่ากูไม่ได้อยู่แล้ว” ข้าพเจ้าบอกเพื่อน

       “แล้วค่ารถ ฮะ” เพื่อนทวงถาม ... ข้าพเจ้าเดินเข้าไปในบ้าน … สาวแผ่นยางมาส่งให้ 3 แผ่น

    “กูม้ายตางค์ (ไม่มีเงิน) ... มึงเอายางไปขายเอาตะ”  ข้าพเจ้าบอกเพื่อน

         สามวันต่อมา ... เพื่อน ผู้สื่อผลสอบ โผล่หน้าระรื่นมา ที่บ้าน ...

    “ใครได้บ้างล่ะ” ... ข้าพเจ้าถามก่อนที่เขาจะเอ่ย คำใด ๆ ... ด้วยอยากทราบผลของเพื่อน ๆ ... ว่าจะมีใคร อยู่ร่วมชะตากรรมทำสวน กับ ข้าพเจ้าบ้าง ... เพราะมั่นใจเป็นนัก เป็นหนา ว่า ... ตัวข้าพเจ้าไม่ผ่านการสอบคัดเลือกแน่ ๆ อยู่แล้ว !

       “ได้เหม็ด !”  (ได้หมด)... เสียงตอบ ทำให้ข้าพเจ้า ชะงักโดยอัตโนมัติ ... ใจเต้นไม่เป็นส่ำ ... ถามย้ำ

         “ทุกคนเฮอ ... กูกันนิ” ....

    “ไม่ ...!” เสียงตอบจากเพื่อน ... ใจที่ฟู ... แฟบปานลูกโป่งถูกเจาะ ... แทบไม่ได้ยินเสียงเพื่อนที่บอกต่อ

        “กูตกคนเดียว ... นอกนั้นได้เหม็ด ... มึงก้าได้

    ใจฟูอีกครั้ง ทั้ง ๆ ที่ไม่เชื่อ ว่าเพื่อนจะพูดจริง ... จึงว่า  ... “มึงอย่าเท็จที” ...

        “จริง ... แล้วตีเท็จมึง ไซ” (จะโกหกทำไม) ...  เพื่อนยืนยันแข็งขัน

    เพื่อนกลับแล้ว ... ข้าพเจ้า ไม่เป็นอันทำอะไร รู้สึกซู่ซ่า ทั่วสรรพางค์ ... คุณพ่อกลับมา ... ยั้งใจไม่อยู่ เดินเข้าไปหา ...

       “พ่อ ๆ ...” ท่านหันมอง เลยพูดต่อ “อาทิตย์หน้าว่างไหม”

          “ไซ ...” (ทำไม) ท่านถาม เมิน ๆ และไม่หันมามอง ... จึงบอก เสียงสั่น ๆ ด้วยความตื่นเต้น ดีใจ ที่คั่งอยู่ในจิต

    “ไปสงขลากับผมนะ ... ผมจะไปมอบตัวเรียนต่อ” ท่านหันตัวกลับมาหาอย่างรวดเร็ว ... เบิกตากว้างเหมือนไม่เชื่อ แต่ถาม ...

          “เรียน อะไร .. ที่ไหน”   ก็ตอบท่านว่า

    “ช่างกล ... ที่วิทยาลัยเทคนิค ภาคใต้ ... ที่หายไปวันก่อนนั่นแหละ ... ผมไปสอบมา ... (แล้ว ออกชื่อเพื่อนที่มาบอกผลสอบ) มาบอกเมื่อกี้ ... ว่าสอบได้ ... พ่อไปกับผมนะ”

    ไม่มีเสียงตอบจากท่าน ... แต่ท่านขยับเดินเข้ามายืนตรงหน้า ... เห็นน้ำตาคลอ ... เอื้อมมือมาดึงตัวข้าพเจ้าเข้าไปกอด

    ตั้งแต่จำความได้ คุณพ่อไม่เคยแสดงอาการเช่นนี้กับข้าพเจ้า ... สำนึกบอกกับตังเองว่า

              “นี่คือคำตอบ และ ความหวัง ของพ่อ

ความเห็น

หรอยชาด..... ตกลงลุงเรียนจบหม้ายนิ555 เก่งจ้าน 


 

ซึ้งจัง

จะปลุกทุกอย่างที่กิน แม้จะไม่ได้กินทุกอย่างที่ปลูก

กำลังจะไปนอน แต่ขอแวะมาอ่านนิทานก่อนนอนค่ะลุงพาโล

อ้อมกอดของพ่ออุ่นไปถึงใจใช่ไหมลุง...

ไอ้หยา ลุงเป็นรุ่นพี่ผมนะครับเนี่ย ...

:cheer3: :cheer3: :cheer3: :cheer3: :cheer3:

เมื่อรู้สึกว่ากำลังแย่ จงให้กำลังใจตัวเอง ด้วยการคิดว่า "ยังมีคนอื่นที่แย่กว่าเราอีก"

ลุงปาโล ได้เรียนสำเนียงทางใต้ด้วยนะคะ บล็อกนี้ แต่ออกเสียงไม่เหมือนลุงปาโลแน่เลย

ประทับใจเรื่องราวของคุณลุงที่สุดเลยค่ะ

แบ่งปัน สร้างสรรค์ พอเพียง

 

น้ำตาคลอแทนคุณพ่อเลยค่ะ :crying2:

ขอเดาเรื่องราวต่อ ผมว่านอกจากลุงจะเรียนจบแล้ว ลุงยังเรียนได้ดีอีกด้วย ผมเดาถูกมั๊ย?

คุณลุงคะ อ่านถึงเกือบสุดท้ายตรง 2 บรรทัดสีเขียว นำ้ตาจะไหลคะ :congrats:

    

 

หน้า