ผักปลอดสารเคมี....หาได้ที่ไหน?

สวัสดีครับ  ชาวบ้านสวนพอเพียง  วันนี้จะมาเล่าเรื่อง ผักปลอดสารเคมี  ให้เข้าใจกัน

   ผมรู้สึกขัดใจมาก  เวลาให้ลูกศิษย์ไปขายผักไฮโดรโปนิกส์  เพราะมีคนส่วนหนึ่งจะชี้ว่า  นี้เป็นผักไม่ปลอดสารเคมี  ซึ่งพอคนทั่วไปฟัง  จะรู้สึกเบื้องต้นเลยว่า  ผักนี้มีสารพิษ  ดังนั้นจึงขออธิบายเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้  เพื่อให้สมาชิกได้เข้าใจ  นำไปใข้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้

   1.สารเคมีที่ใช้กับผัก, อาหาร  เช่น  ปุ๋ยวิทยาศาสตร์  ยากำจัดศัตรูพืช  สารควบคุมการเจริญ  ฯลฯ

   2.สารเคมีที่ใช้กับสัตว์,  อาหารทั่วไป  เช่น  สารเร่งเนื้อแดง  สารเร่งการเจริญเติบโต  สารกันบูด  สารปรุงแต่งรส  ฯลฯ

   3.ยากำจัดศัตรูพืช  เช่น  ยาฆ่าแมลง ชนิดฉีดพ่น ใบ  ชนิดรองพื้นให้ดูดซึม  ฯลฯ

   4.ผักอินทรีย์  คือพืชผักที่ปลูกโดยไม่ใช้สารเคมี  ตามข้อ 1 ถึง 3 เลย  ใช้ปุ๋ยจากจากมูลสัตว์  จากเศษพืชหมัก  จากการไถกลบถั่ว  กำจัดศัตรูพืชด้วยสมุนไพร  ฯลฯ

   จากข้อเท็จจริงทั้ง 4  ข้อนี้  จะเห็นว่า  นอกจากผักอินทรีย์แล้ว ในเมืองไทยจะไม่มีผักปลอดสารเคมีให้พวกเรากินเลย  แต่ไม่ต้องตกใจนะครับ  สารเคมี  ไม่ได้เป็นพิษหรือเป็นอันตรายต่อคนทุกชนิด  บางชนิดเป็นอันตราย  บางชนิดเป็นประโยชน์

    -สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อคน  ถ้าใช้ไม่ถูกต้องและตกค้าง  เช่น  ยากำจัดศัตรูพืช  สารกันบูด  สารปรุงแต่งรสอาหาร  สารเร่งเนื้อแดง

    -สารเคมีที่ไม่เป็นอันตราย, ไม่ตกค้าง, ตกค้างน้อย เช่น ปุ๋ย ทั่วๆไป ฮอร์โมน ฯลฯ

   

    ดังนั้น  ถ้าจะกินผักที่ปลอดภัย  ให้กินผักปลอดภัยจากสารเคมี(ไม่ใช่ผักปลอดสารเคมี นะครับ  ซึ่งหายากเหลือเกิน)  ได้แก่ ผักที่ไม่ใช้ยากำจัดศัตรูพืช  หรือผักที่ใช้ยากำจัดศัตรูพืชที่ถูกต้องและครบกำหนดเก็บเกี่ยวแล้ว 

    ผักปลอดภัยจากสารเคมี  ที่หากินได้ง่ายๆ ในท้องตลาด คือ ผักไฮโดรโปนิกส์  หากไม่แน่ใจ  ก็สามารถปลูกได้เอง  ตามวิธีการที่ผมได้แนะนำไว้  ใน Hydroponics ผักปลูกในน้ำ  ในเวปบอร์ด  ความรู้เกษตรที่อยากแบ่งปัน  หรือซื้ผักจากร้านที่เราแน่ใจ

    ขอจบเพียงเท่านี้  อ่านต่อวันหลังนะครับ  เรื่องนี้ยาวมาก เพราะเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันโดยจตรง

 

 

ผักปลูก-ผักป่า   คือ อะไร ?

          ผักปลูก คือ ผักที่เราปลูก ดูแลรักษา ให้น้ำ ให้ปุ๋ยและกำจัดศัตรูพืช ฯลฯ   ตอนปลูกอาจไม่ใช้สารเคมีที่เป็นพิษ  แต่เมื่อเข้าสู่วงจรตลาดแล้ว อาจมีการแช่

ารเคมีอีก เช่น สารฟอกสี ฟอร์มาลีน ฯลฯ  ผักที่ปลูกในปัจจุบันมี 2 กลุ่ม

          1.  ผักอินทรีย์(Organic vegetable) ปลอดสารเคมี เป็นผักดีไม่มีโทษ

          2.  ผักที่อุดมไปด้วยสารเคมี(Inorganic vegetable) เป็นผักดี(อาจ)มีโทษด้วย หรือไม่มีโทษ

          ถ้ามีโอกาสให้เลือกผักกลุ่มที่ 1กินให้มาก  ผักกลุ่มที่ 2 อย่ากินประจำทุกวัน  ก็พอจะเชื่อได้ว่าปลอดภัย

ต่อจากเมื่อวาน

ผักป่า ในที่นี้หมายถึงผักพื้นบ้าน ที่เจริญเติบโตตามธรรมชาติหรืออาจปลูกขึ้นมา  อยู่ตามทุ่ง  ตามป่า แต่ไม่ได้ใช้ปุ๋ย ไม่มีใครใช้สารกำจัดศัตรูพืช จึงเป็นผักที่ค่อนข้างปลอดจากสารเคมีจริง ๆ 

            ดังนั้นการเลือกซื้อผักป่า  ซึ่งผักเป็นผักที่ปลอดสารเคมี มารับประทาน  จึงเป็นผักดีไม่มีโทษ ถึงราคาจะแพงกว่าบ้าง   ก็ยังคุ้มค่ากว่ารับประทานผักอุดมไปด้วยสารเคมีตกค้างและราคาถูก    เพราะจะช่วยให้ประหยัดค่ายา  ค่าเสียหายทางร่างกายและจิตใจ   จากการที่ต้องเจ็บป่วยทรมาน   ซึ่งประเมินค่ามิได้   ตัวอย่างผักเหล่านี้  เช่น  ผักกูด  ผักเหนียง  ผักเสี้ยน  มันปู  ยอดเม่า  ยอดกาหยี  ตำลึง  ขี้เหล็ก  ส้มป่อย  ชะอม  มะรุม  ฯลฯ

          ส่วนผักที่แช่สารเคมีทำให้ขาว กรอบ เก็บไว้ได้นาน เช่น ถั่วงอก ขาวและอวบมากจนน่ากลัว

หน่อไม้ดอง ขาว กรอบ  เห็ดฟาง เก็บไว้หลายชั่วโมงก็ยังไม่บาน ทั้งที่อากาศร้อน แต่พอผ่าซีกพบว่า เนื้อในเละเสียแล้ว ฯลฯ  ผักที่นิยมแช่สารเคมีต่าง ๆ ดังกล่าว  เราสามารถหลีกเลี่ยงการซื้อได้ หรืออาจทำไว้ใช้เอง เช่น เพาะถั่วงอกเอง หน่อไม้ดองเอง หรือเลือกซื้อเห็ดฟางที่หมวกดอกปริ ครีบเริ่มบานแล้ว ดีกว่าเลือกซื้อดอกตูม(ซึ่งไม่แน่ว่าจะแช่สารเคมีหรือไม่)

          ผักปลูก-ผักป่า ที่ได้มา  ต้องล้างน้ำให้สะอาด (ถ้าเป็นผักที่อุดมด้วยสารเคมี แก้ไขง่ายๆ โดยล้างด้วยน้ำไหล)  ผึ่งให้สะเด็ดน้ำ ใส่ภาชนะหรือถุงให้มิด  เก็บไว้ในตู้เย็นช่องผัก  เตรียมไว้ทำรับประทาน

หน้า