อีกหนึ่งประสบการณ์

หมวดหมู่ของบล็อก: 

 

                                                                          

 

 

        เรื่องมีอยู่ว่า วันที่ 16,17 มีกิจธุระที่หาดใหญ่ ไม่อยากขับรถไป- กลับ ( ประมาณ 440 กม) ก็เลยพักค้างคืน ตอนแรกอยากหาบ้านพักแบบเป็นหลังๆริมทะเลสงขลา ซึ่งอยู่ห่างจากหาดใหญ่ประมาณ 30 กม. ด้วยความที่ไม่ค่อยได้ไปที่สงขลาบ่อยนักเลยหาที่พักแบบต้องการไม่เจอ ทั้งๆที่มีเยอะแต่ผมไม่เข้าไปโซนนั้นเพราะไม่รู้ เลยกลับมาหาที่พักที่หาดใหญ่ ใด้โรงแรมระดับประมาณว่า 3 ดาว หากจะเพิ่มหรือลดดาวให้สมาชิกเจ้าถิ่นที่อยู่ละแวกนั้นดำเนินการตามสะดวกนะครับ  เป็นตึกเล็กๆ สูง 7 ชั้น มีที่จอดรถชั้นใต้ดินจอดได้ประมาณ 15 คัน ห้องพักรวมๆมีประมาณ 60-70 ห้อง ก็เป็นธรรมดาของโรงแรมระดับนี้ การบริการก็ไม่มีอะไรพิเศษมาก แขกช่วยเหลือตัวเองเกือบทั้งหมด หลังจากเช็คอินมีการเรียกเก็บเงินค่าห้องพักและส่วนเกินไว้จำนวนหนึ่ง ประมาณว่าประกันของเสียหายและอาหารเครื่องดื่มในตู้เย็น แล้วมีพนักงานนำไปขึ้นลิฟและไปส่งถึงห้องก็จบกันแค่นั้น

       วันรุ่งขึ้นเช็คเอาท์ประมาณเวลา 10.30 น. เดี๋ยวนี้การใช้บริการในธุรกิจโรงแรม ภัตตาคาร เรื่องทิปมันเป็นสิ่งที่จะต้องมีเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันแล้ว จะว่ากันสักกี่เปอร์เซ็นของค่าสินค้าและบริการก็แล้วแต่จะพิจารณากัน  ไม่ใช่ให้กันด้วยน้ำใจตามที่อยากจะให้กันอย่างเเต่ก่อน ความคิดแบบห่ามๆ และหน้าด้านหน่อยๆคือคุณสมบัติประจำตัวผม ก็เลยเกิดความคิดอยากจะดูปฏิกริยาที่เกิดของพนักงานต้อนรับและบริการตอนที่ไม่มีทิปให้ ด้วยใจจริงก็ไม่อยากจะทิปอยู่แล้ว   ด้วยเหตุผลผมก็ไม่ใด้รับบริการพิเศษแม้แต่น้อย  กระทั่งว่าการเอารถเข้าที่จอดแคบๆยากแสนยากก็ไม่มีคนมาช่วยดู  ตอนขึ้นห้องพักสัมภาระมีกระเป๋าใส่กล้องถ่ายรูปและอุปกรณ์ เสื้อผ้าใส่นอนและชุดใช้วันรุ่งขึ้นก็ถือเองแบบพะรุงพะรัง ตอนที่รับเงินส่วนเกินที่เรียกเก็บไว้คืนมีเหรียญสิบบาทอยู่หนึงเหรียญ ผมเลยเหลือเหรียญสิบบาทอันนั้นไว้ แล้วหันหลังเดินช้าๆไปยังลิฟเพื่อลงไปยังที่จอดรถ ดังคาด ใด้ยินเสียงก๊องแก๊งๆ สองถึงสามครั้ง  ผมเข้าใจและมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าเป็นเสียงโยนเหรียญสิบบาทอันนั้นใส่ในภาชนะโลหะแล้วหยิบขึ้นมาโยนใหม่ ตามจำนวนครั้งข้างต้น  โดยมีเจตนาเพื่อประชดหรือให้ลูกค้าเกิดความอาย แต่ผมไม่อาย  เพราะผมกล้าที่จะแสดงออกในสิ่งที่ผมคิดตามขอบเขตและเป็นสิ่งที่ไม่ก้าวล่วงบุคคลอื่น ผมเดินกลับมาที่เคาท์เตอร์อีกครั้ง พนักงานที่อยู่สองคน เขาไม่หันมาสบตาผม แต่ทำอะไรของเขาก้อกแก้กไปเรื่อย ซึ่งตามปกติแล้ว  เขาจะต้องสอบถามถึงวัตถุประสงค์ของแขกด้วยท่าทีกระตือรือร้นตามแบบที่ผู้ให้บริการพึงมี  จนผมต้องเอ่ยขึ้นก่อนว่า รู้สึกเหมือนว่าจะลืมอะไรไปสักอย่าง .....ไว้ที่ข้างบน เขาจึงหันมามอง ผมพูดต่อว่า แต่ขี้เกียจขึ้นไปดู หากมีอะไรก็เก็บไว้ให้ด้วยแล้วกัน อีก 2-3 วันจะมาใหม่ แล้วผมก็กลับ

        ในวันที่ 22 นี้มีเหตุจำเป็นต้องไปที่หาดใหญ่อีกครั้ง แต่เสร็จธุระและจะกลับในวันเดียว มิฉะนั้นจะพักที่โรงแรมนี้อีก  

 

 

>

ความเห็น

     จะต้องหาโอกาสแวะที่ร้านรับซื้อของให้ได้ในสักวัน  แต่ไม่ใช่วันที่ 22 นี้ ด้วยเหตุมีน้องสาวและหลานชายวัย 14 อีกคน ร่วมทริปด้วย  แต่ยังสับสนอยู่จากที่เคยอ่านบล้อกต่างๆที่เกี่ยวข้อง  รู้สึกร้านจะอยู่ถนนสายเอเซียช่วง อ.ควนขนุน   แต่บ้านและสวนอยู่ถนนสาย  พัทลุง - ตรัง  ซึ่งไกลกันมาก หรือหากสับสนกับร้านข้าวยำของ...ก็ขออภัยด้วย ว่าแต่  ถนนช่วงที่ผ่านเขาพับผ้าที่เคยผ่านปีก่อนกำลังขยายเลนอยู่  ไม่ทราบว่าเสร็จหรือยัง  ตลอดสายวิวสวยมาก  ติดใจร้านอาหารและรีสอร์ทที่อยู่กลางหุบเขา  น่าจะชวนสมาชิกจัดกิจกรรมที่นั่นสักครั้งนะครับ  ท่านประธาน

ดีใจที่เกิดมาเป็นคน  จึงเลือกที่จะทำและไม่ทำในสิ่งใดๆใด้ดีกว่า

มาฟังเรื่องเล่าของ คุณ ธีระชัย ค่ะ ต่างคนต่างเหตุผล ต่างคนต่างมุมมอง ถ้าเป็น นันท์จะให้ กลัวรถ ยางแบน ฮ่าๆๆ

    ผมไม่เครียดกับเรื่องอย่างนี้ครับน้องนันท์  ยางแบนก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ยางอะไหล่จะได้ทำหน้าที่บ้าง  อย่าแขวนอยู่เปล่าๆ  หลายเดือนก่อนผมถอยรถชนเสาป้ายธนาคาร TMB คนนั่งเบาะข้างโวยวาย  ผมบอก  ก็ให้กันชนหลังเขาทำหน้าที่บ้าง  เขาอึ้งไปนะ  ก็มันชนไปแล้ว

ดีใจที่เกิดมาเป็นคน  จึงเลือกที่จะทำและไม่ทำในสิ่งใดๆใด้ดีกว่า

ดูบรรยากาศแล้วคงเป็นโรงแรม แถว ๆ หน้าสถานีขนส่ง เป็นประสบการณ์แบบที่ไม่เคยพบมาก่อนหรือเปล่าค่ะ Laughing

เพราะชีวิต...คนเรา    เกิดมา....ไม่นาน ก็ต้องตาย
ต้องกลายเป็นความว่างเปล่า
Cr. เ่ท่าที่มี - กางเกง

         ถูกต้องครับ  อยู่ระหว่าง กรีนเวย์กับแมคโคร  ประสบการณ์แรกครับ

ดีใจที่เกิดมาเป็นคน  จึงเลือกที่จะทำและไม่ทำในสิ่งใดๆใด้ดีกว่า

ที่บ้านอ้อยมีกิจการโรงแรมอยู่ที่ภูเก็ตค่ะ เดี๋ยวต้องบอกน้องว่าให้ระวัง อย่าให้มีพนักงานแบบนี้ ถ้าเขาทำดีจริงเขาก็ต้องได้บ้างแต่อย่าคาดคั้น
ส่วนเรื่องคนนครฯ ที่น้องนุสิเมนท์ "ทั้งห่าม ทั้งห้าว ตามแบบฉบับคนนครฯ" อันนั้นยกให้กับคุณผู้ชายค่ะ ส่วนผู้หญิงขอเป็น "สวยหวานแต่หิน"

 

      ถูกต้องครับคุณอ้อย  ลูกค้าต้องได้รับการให้เกียรติอย่างเหมาะสม  มันเป็นการประชาสัมพันธ์ที่ไม่ต้องลงทุน  ว่าแต่"สวยหวานแต่ห้าว"ก็น่ารักดีนะครับ

ดีใจที่เกิดมาเป็นคน  จึงเลือกที่จะทำและไม่ทำในสิ่งใดๆใด้ดีกว่า

555 แฟนอ้อยเขาบอกว่า "สวยหวานแบบแรมโบ้" ค่ะ ประเภทดุดัน

 

เหมือนกัน บ่อยครั้งที่ไปราชการ  เราก็ต้องพัก   ไม่พอใจ  ไม่ให้  ไม่จำเป็นไม่ให้    ไม่จำเป็นก็ไม่ใช้เขาด้วยค่ะ ยกเอง  ลากเอง แต่ถ้าบริการดีก็20ค่ะ  บางทีไปด้วยกัน5-6คนเขาเอาขึ้นรถเข็น  แล้วเราหยิบหน้าลิบ   หยิบกันครบทุกคนแล้ว  ป้าเล็กก็จ่ายค่ะ20.-

     หน่วยงานผมชอบจัดประชุม ฝึกอบรม ที่ภูเก็ตมากที่สุด  ตรัง  สุราษฎร์ ไม่บ่อยเท่าไหร่  ไม่เคยเจอเหตุการณ์อย่างนี้ครับ

ดีใจที่เกิดมาเป็นคน  จึงเลือกที่จะทำและไม่ทำในสิ่งใดๆใด้ดีกว่า

หน้า