เมื่อวาน ตอนนั้น VS วันนี้ ตอนนี้
(เพิ่ม ... คัด ถอด ข้อความ เพื่อให้อ่านได้)
เห็นจั่วหัวข้างบน ... ท่านคง ตงิด ๆ ว่า ... เฒ่าทารก เสียสติไปแล้วกระมัง ... จะเอา กาลเวลา มาต่อสู้กันกระนั้นหรือ ... ถ้าไม่บ้า จะทำได้ไง ... แม้เพียงคิด
กรุณาใจร่ม ๆ ... ครับ ... อย่าเพิ่งตัดสิน เด็ดขาด ใด ๆ ... จนกว่า จะได้อ่านจบ ... อ๊ะ ... เริ่มล่ะนะ
“เมื่อวาน“ ...
ไปเป็นเพื่อน ลูก หาซื้อของ ที่ห้างแห่งหนึ่ง ...
ขณะ รอเขาทำธุระ ... ข้าพเจ้า ว่างงาน ... กลัวจะไปจุ้นจ้านเอากะใครโดยไม่ตั้งใจ ... จึง เถลไถล เข้าร้านหนังสือ ... เป็นการสังหารเวลา ...
พลันสายตาเห็นหนังสือเล่มนี้

เห็นจั่วหน้าปกไว้ .... ใกล้เคียงอารมณ์เรา ...
ใจบอน ... สื่อให้ ... มือบอนตาม ... หยิบลงมาจากชั้น โดยไม่ได้ตั้งใจนัก ... ขอย้ำ ว่า “ไม่ได้ตั้งใจนัก”
อาจเป็นเพราะ นับย้อนกลับไป กว่า 20 ปี มานี่ ... แม้ข้าพเจ้า จะยังชอบหนังสือ ... และถวิลหา เมื่อเห็นจั่วหน้าปก แปลก ๆ .... แต่มีน้อยครั้ง ... ที่ ข้าพเจ้าหยิบ “เล่มหนังสือ” ขึ้นมาอ่าน อย่างตั้งใจ ...
หนังเล่ม ... เล็ก ... ใหญ่ ... หนา ... บาง .... จำนวนไม่น้อย ... ถูกข้าพเจ้า บริโภคเป็นอาหารว่าง มื้อกลางวัน ... สมัยเรียน ระดับ “ปวช.” ... “ปวส.”
กระทั่ง ... เมื่อมีหน้าที่การงานแล้ว ก็เหอะ .... ยังบริโภคเป็นอาหารว่างอยู่ เนือง ๆ ... คล้ายเสพย์ติด ....
ห้วงเวลา กว่า 20 ล่วงมานี้ อย่างที่บอก ... ข้าพเจ้ามีหนังสือเล่มใหม่ ให้อ่าน ... ในการอ่านหนังสือเล่มใหม่นี้ ... ข้าพเจ้า ... พบว่าตัวเองว่า ... ข้าพเจ้าไม่ใช่ ... “นักพิสูจน์อักษร” ... หรือ “นักอ่าน” ... ที่ดี ... เพราะ ...
อ่าน ... แล้ว เดือนที่ผ่านมา ... สัปดาห์ที่ผ่านมา ... เมื่อวานนี้ ... วันนี้ ... เมื่อชั่วโมงที่แล้ว ... เมื่อครู่นี่เอง ... แต่ ...
ทุกครั้งที่ ข้าพเจ้าเปิดเข้าไปอ่านใหม่ ... มี ... หลาย ๆ ตัวอักษร ... หลาย ๆ วลี ... หลาย ๆ ประโยค ... บางครั้ง ก็ ... หลาย ๆ paragraph ... ที่ข้าพเจ้า อ่านข้ามไป ... จะโดยตั้งใจ เพราะ มี partial ... หรือ เพราะ หลงใหล ไร้สติก็ตาม ... นั่นคือเหตุ
ทำให้ขาดเนื้อหาสาระ ... ที่ เป็นปัจจัยหนุน ให้วิถี ชีวิตหมุน ขับเคลื่อนขึ้นไปสู่คุณภาพ ... แต่ข้าพเจ้า ... ก็ไม่ย่อท้อที่จะเปิด อ่าน ... ทุก ๆ ครั้ง ที่ ... “สติสมบูรณ์” ...
หนังมือเล่มที่ว่า ... กว้าง ศอก ... ยาว วา ... หนาคืบ ... เป็นหนังสือที่ใครอื่น เปิดอ่านไม่ได้ ... นอกจากเจ้าของ ... หากเจ้าของไม่เปิดออกอ่านเสียบ้าง ... เห็นที จะเสียของเปล่า ... แต่
“ตอนนั้น” ...
เมื่อเล่มหนังสือที่นำภาพมาให้ดู ... อยู่ในมือ ... ก็ งอ กรีด ดูข้างในแบบผ่านสายตา .... พลัน ... สีแปลกจากหน้าอื่น ๆ ... ผ่านตา แวบ ... หยุดกรีด ... เปิดย้อนไปดูอย่างตั้งใจ ...
สิ่งที่ปรากฏ ... เป็นลายเขียน ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ “พุทธทาส” ...
“ตอนนั้น” ... อีกแล้ว ... ที่กิเลส อยากได้ ข้อเขียน นั้น มาไว้เป็น บทเรียน ... แบบฝึกหัด ... และ ที่สุด ... เป็นบททดสอบ ... “ของตัวเอง”
ตัณหา ... ยิ่งใหญ่เสมอ ... สามารถปั่นใจให้ควักเงิน ... ซื้อหนังสือภายนอก เล่มนี้ไว้ ... ด้วยเพราะต้องการ อักษร เพียงหน้ากระดาษเดียว
ได้มาแล้ว ... ก็อยากอวด ... (นี่ก็ตัณหา) ...
“วันนี้”
จึงถ่ายภาพ หน้าที่อยากได้ ... จะเอามาไว้อวด ... นั่งลงหน้า คอมพ์ ฯ
“ตอนนี้” ...
ความ ลังเล ... ก่อตัวขึ้นรำไร ในห้วงคำนึง ... พร้อมคำถามที่ถามเอากะตัวเอง !
‘จะดีรึ ... ต่อการที่ นำความอยากของตัวเอง ไปยัดเยียดให้คนอื่น ... คนอื่น ...จะแปลเจตนา เราได้ใกล้เคียงไหม ... คิดแต่จะอวด ใคร ต่อใคร ถ่ายเดียว ... แล้ว ตัวเองล่ะ จะทำได้รึ’ ฯลฯ
นี่ ... คืออารมณ์ ของ “วันนี้ ตอนนี่” ... ที่ผันแปร แล้วต่อสู้กัน กับ ... อารมณ์ของ “วันนั้น ตอนนั้น” ...
คิดรอบแล้ว ... และมั่นใจว่าไม่มี partial ... หักลบกลบหนี้ ... ยัง เห็น “ได้ประโยชน์” ... มากกว่า ... “เสีย”
จึง กระดิกนิ้ว ... จิ้ม .. ลงบนแป้นพิมพ์ ... ด้วยอารมณ์ ...
“คาด” .... ว่า คงมีผู้คิดพ้องกับเรา ... และ นำไปสู่การปฏิบัติ ... เพื่อ เติมคุณค่าชีวิต บ้างตามสมควร ... แต่ก็ ...
“ไม่หวัง” ... ว่าทุกคน รวมถึงตัวข้าพเจ้าเอง ... จะปฏิบัติได้ ... ทั้ง “25 ข้อ” ....
นี่ คือ ... “25 ข้อ” ... ที่ว่า

ขออภัย ที่ปรับชัดภาพ ... ได้แค่นี้ ...
จึงขออนุญาต ถอดความ เพื่ออ่าน ... ดังต่อไปนี้ :-
จงทำกับเพื่อนมนุษย์ โดยคิดว่า
- เขาเป็นเพื่อน เกิด แก่ เจ็บ ตาย ของเรา
- เขาเป็นเพื่อน เวียนว่าย อยู่ในวัฎฎสงสาร ด้วยกันกะเรา
- เขาก็ตกอยู่ใต้อำนาจกิเลส เหมือนเรา ย่อมพลั้งเผลอไปบ้าง
- เขาก็มี ราคะ โทสะ โมหะ ไม่น้อยไปกว่าเรา
- เขาย่อมพลั้งเผลอบางคราว เหมือนเรา
- เขาก็ ไม่รู้ว่าเกิดมาทำไม เหมือนเรา ไม่รู้จักนิพพาน เหมือนเรา
- เขาโง่ในบางอย่าง เหมือนที่เราเคยโง่
- เขาก็ ตามใจตัวเอง ในบางอย่าง เหมือนที่เราเคยกระทำ
- เขาก็ อยากดี เหมือนเรา ที่อยาก ดี – เด่น – ดัง
- เขาก็ มักจะกอบโกย และ เอาเปรียบ เมื่อมีโอกาศ* เหมือนเรา
- เขา มีสิทธิ ที่จะ บ้าดี – เมาดี – หลงดี – จมดี เหมือนเรา
- เขา เป็นคนธรรมดา ที่ยึดมั่น ถือมั่น อะไรต่าง ๆ เหมือนเรา
- เขาไม่มี หน้า ที่ ที่จะเป็นทุกข์ หรือตายแทนเรา
- เขาเป็น เพื่อนร่วมชาติ ร่วมศาสนา กะเรา
- เขาก็ ทำอะไร ด้วยความคิดชั่วแล่น และผลุนผลัน เหมือนเรา
- เขามี หน้าที่ รับผิดชอบ ต่อครอบครัวของเขา มิใช่ของเรา
- เขามี สิทธิ ที่จะมีรสนิยม ตามพอใจของเขา
- เขามี สิทธิ ที่จะเลือก (แม้ศาสนา) ตามพอใจของเขา
- เขามี สิทธิ ที่จะใช้ สมบัติ สาธารณะ เท่ากันกับเรา
- เขามี สิทธิ ที่จะเป็นโรคประสาท หรือเป็นบ้า เท่ากับเรา
- เขามี สิทธิ ที่จะขอความช่วยเหลือ เห็นอกเห็นใจ จากเรา
- เขามี สิทธิ ที่จะได้รับอภัย จากเรา ตามควรแก่กรณี.
- เขามี สิทธิ ที่จะเป็นสังคมนิยม หรือ เสรีนิยม ตามใจเขา.
- เขามี สิทธิ ที่จะเห็นแก่ตัว ก่อนเห็นแก่ผู้อื่น.
- เขามี สิทธิ แห่งมนุษย์ชน เท่ากันกับเรา, สำหรับจะอยู่ในโลก
ถ้าคิดกันอย่างนี้ จะไม่มีการ ขัดแย้ง ใด ๆ เกิดขึ้น
พุทธทาส อินทปัญโญ
โมกขพลาราม ไชยา
22 พฤษภาคม 31
* ถอดคำว่า โอกาส ตามที่ท่านบันทึกไว้
- บล็อกของ paloo
- อ่าน 4930 ครั้ง

ความเห็น
paloo
1 พฤษภาคม, 2013 - 18:42
Permalink
Re: เมื่อวาน ตอนนั้น VS วันนี้ ตอนนี้
ลุงก้า บ้า ... เดียวนี้ ... ยังบ้ายูเหลย .. วันหนึ่ง ไม่รู้กี่สิบหน ...
ก่อนนอน ... นั่งนับ บ้าแล ... ไอยา ! ... บ้าขะลุย
เสิน
1 พฤษภาคม, 2013 - 16:19
Permalink
Re: เมื่อวาน ตอนนั้น VS วันนี้ ตอนนี้
น้ำเต็มแก้ว ใส่ไปก็ล้น ไม่เชื่อลองแล
เหมือนคน ถ้าใจเขาไม่รับ ไม่ชอบ(มองไม่เห็น)พยายามก็เหนื่อย แต่ก็ลองได้
ผมเข้าใจเจตนาลุงครับ
..โอกาสไม่ได้มีทุกวัน..
Luckylak
1 พฤษภาคม, 2013 - 17:56
Permalink
Re: เมื่อวาน ตอนนั้น VS วันนี้ ตอนนี้
น้ำเต็มแก้ว ใส่ไปก็ล้น ไม่เชื่อลองแล
เหมือนคน ถ้าใจเขาไม่รับ ไม่ชอบ(มองไม่เห็น)พยายามก็เหนื่อย แต่ก็ลองได้
ชอบมากๆค่ะคุณเสิน แทงใจดำแป๊บบบบๆๆๆ ขอบคุณมากค่ะ
paloo
1 พฤษภาคม, 2013 - 19:12
Permalink
Re: เมื่อวาน ตอนนั้น VS วันนี้ ตอนนี้
"พยายามก็เหนื่อย แต่ก็ลองได้"
ขอบคุณมาก ๆ สำหรับข้อคิด ... ลุงก็คิดแบบนี้แหละ ... จึงลังเลที่จะเขียน ในตอนแรก ...
แต่ อีก ... เวบ .. ของความคิดที่สอดเช้ามา ...
วางเอาไว้ ... บูดก้าไม่บูด ... มดคัน แมงวันกะไม่ขน ไม่ตอม ...
เผือใคร เนือย ... ผ่านมา หยิบใสปาก ... เคี้ยวเอาน้ำ แล้ว คายชาน ... ก็ไม่เสียหายอะไร ... ลุงก็ไม่ใช่ลงทุนไหร
"น้ำเต็มแก้ว ใส่ไปก็ล้น"
ก็แน่นอน ครับ ว่าพวกนี้มีแน่ ... ลุงเองก็เคย เป็นสมาชิกกลุ่มนี้ มาแล้ว 20 กว่าปีก่อน ...
แต ... มี ... เวบ .. หนึ่งที่ทำให้ลุงคิด .. และลงมือ
เท น้ำเกา ในแก้วไปบางสวน ... พอมีที่ว่าง ให้เติมน้ำใหม่ ... กะเติม ... ชิมแล
น้ำที่ลุงเติมใหม่ ... หรอย ไม่หรอย ... ดี ไม่ดี ... ลุงก้าบอก คนพวกนั้นไม่ถูก ... เขาต้องสมัครใจ ... เทน้ำในแก้วของเขา ด้วยตัวเขาเอง ... เติมน้ำใหม่ เอง ... แล้วชิมเอง ... ก็
จะรู้เอง
Luckylak
1 พฤษภาคม, 2013 - 17:59
Permalink
Re: เมื่อวาน ตอนนั้น VS วันนี้ ตอนนี้
จั่วหน้าปก เหมือนอารมณ์เราเหมือนกันนะเนี่ย ขอบคุณมากค่ะคุณลุงพาลู
paloo
1 พฤษภาคม, 2013 - 19:14
Permalink
Re: เมื่อวาน ตอนนั้น VS วันนี้ ตอนนี้
ด้วยความยินดี ครับ
tikki
2 พฤษภาคม, 2013 - 00:01
Permalink
Re: เมื่อวาน ตอนนั้น VS วันนี้ ตอนนี้
อยากกดไลท์สัก1000ครั้ง ขอบคุณค่ะ
paloo
2 พฤษภาคม, 2013 - 08:59
Permalink
Re: เมื่อวาน ตอนนั้น VS วันนี้ ตอนนี้
ด้วยความยินดี ... และขอบคุณเช่นกัน ครับ ...
หาก หลานนำไปใช้ ... จะได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ก็ช่าง ... เพราะลุงเองก็ทำได้บ้าง และไม่ได้ ซะมากกว่า ...
ลุงจะปลื้ม มากกว่า กด Like ให้ 100,000 ครั้ง
อินเนียร์
2 พฤษภาคม, 2013 - 06:20
Permalink
Re: เมื่อวาน ตอนนั้น VS วันนี้ ตอนนี้
"อั่นของกิ๋นบ่ได้กิ๋นมันสิเน่า อั่่นของเก่่าบ่ได้เล่ามันสิลืม" บางเรื่องราวที่เคยฟังนานไปก็ลืม คุณลุงได้เอามาทบทวนให้จึงได้ขัดเกลาจิตที่เคยนิ่งอยู่ก่อนแลได้เศร้าหมองแล้วเป็นคราวๆเมื่อมีกิเลศจรเข้ามา ทั้งๆที่หมั่นขัดเกลาจิตอยู่เนืองๆก็ไม่วายเป็นดังข้อเตือนใจที่คุณลุงนำมาเผื่อแผ่ ขอขอบพระคุณมากครับ สัพพะทานัง ธรรมมะทานังชินาติ.
paloo
2 พฤษภาคม, 2013 - 08:51
Permalink
Re: เมื่อวาน ตอนนั้น VS วันนี้ ตอนนี้
ด้วยความยินดี และ ขอบคุณมากครับ ที่ร่วมด้วยช่วยกัน คนละไม้ คนละมือ
ความตั้งใจ ซื้อหนังสือ เพื่อเอาหน้านั้นหน้าเดียว มาไว้เตือนตัวเอง ... ได้มาแล้ว คิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับผู้อื่นบ้าง ... แต่ลังเล ที่จะขึ้นบล็อก เพราะเคยมีประสบการณ์ ...
ผมเคยให้เด็ก พิมพ์ข้อความตัวเขืี่อง เกือบเต็มหน้า กระดาษ A 4 ว่า ... "ทั้งชั่ว ทั้งดี ล้วนแต่อัปรีย์" ... แล้วโค๊ท ..ด้านล่างไว้ว่า ... "พุทธทาสภิกขุ"
สอดไว้ใต้กระจก โต๊ะทำงาน ... เจตนาไว้เตือนตัวเอง .. ทุกครั้งที่นั่งลง หรือเลื่อน แฟ้ม มาพิจารณาลงนาม
วันหนึ่ง ... ข้าราชการระดับหัวหน้าจังหวัดด้วยกัน ... เข้ามา อาจด้วยความสนิทสนม หรือจะคิดอย่างไร ไม่ทราบ ... แต่เขาเอ่ย ประโยค ว่า ...
"นี่ แสดงว่า ... (เอ่ยนามพระเดชพระคุณท่าน) ... อัปรีย์ น่ะซี"
ด้วยประโยคนี้ ... ทำให้ผมสดุ้งคิด ... ที่เราทำนี้ เพื่อไว้เป็นเครื่องลางของขลัง สำหรับไว้ป้องกันอัปมงคล ที่จะเกิดแก่จิตเรา .. แค่กลายเป็นว่าเราลากท่านลงมาให้เขาจาบจ้วง กระนั้นหรือ"
ผมดึง กระดาษแผ่นนั้นออก หลังจากเขากลับออกไปจากห้องทำงาน ... เพื่อจะได้ไม่เป็นต้นตอ ให้ใครจาบจ้วงท่านด้วยเรื่องนี้อีก ... แล้ว ให้เด็ก พิมพ์ ..
ดับสังขาร ... "อนิจฺจา วต สงฺขารา อุปาท วยธมฺมิโน อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนฺติ เตสํ วูปสโม สุโข ฯ" ... สอดเข้าไว้แทน ...
ซึ่งก็ไม่พ้นถูกค่อนขอดอยู่ดี ... แต่เที่ยวนี้ผมเฉย ๆ ... เพราะผู้ถูกค่อนขอด คือ ผมเอง ... ไม่ใช้บุคคลภายนอกที่ถูกเราลากมา
ขออภัย ที่เล่าซะยาว ... เพื่อเพียงจะบอก ว่า ผมอึดอัด พอควรในการเขียนบล็อกนี้
หน้า