เรื่องมันเริ่มต้นจากเงิน 12 บาท

หมวดหมู่ของบล็อก: 

ผมยังจำความรู้สึกในตอนนั้นได้ดี ในตอนที่ชีวิตหักเหเพลี่ยงพล้ำ จากหน้ามือเป็นหลังเท้า จากคนที่เคยมีรายได้หลายหมื่นบาทจนถึงหลักแสนบาทต่อเดือน ต้องมาสิ้นเนื้อประดาตัว เพราะความทรนงตนและความหลงระเริงในอำนาจของเงินตรา จนทำให้ธุรกิจที่ทำอยู่ล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า  

สับสน ท้อแท้ สิ้นหวัง นั่นคือความรู้สึกของผมตอนนั้น ขณะนั้นปลายปี พ.ศ 2554 ใน ขณะ ที่น้ำกำลังจะท่วมใหญ่ใน กทม มวลน้ำได้มาประชิตถึงรังสิตแล้ว ผมตัดสินใจเก็บกระเป๋าเดินทางกลับบ้าน พร้อมกับเงินราวๆเจ็ดหมื่นบาท เพื่อจะมาตั้งหลัก สงบจิตสงบใจ หาทางออกให้ชีวิตอยู่ที่บ้าน แต่กว่าที่ผมจะเดินทางถึงบ้านก็กินเวลาถึงสามเดือนกว่าๆ จนกระทั่งเงินใกล้จะหมด จึงกลับถึงบ้านจริงๆ เพราะไม่มีที่จะไปแล้ว

 
พอกลับถึงบ้านก็ไม่อยากอยู่บ้านอีกไม่อยากตอบคำถามต่างๆนาๆจากญาติพี่น้องและคนรอบข้าง ผมเลยตัดสินใจไปพักอยู่กับลุงผมที่ทุ่งนานอกหมู่บ้าน ด้วยเหตุผลที่ว่าลุงผมแกเป็นใบ้พูดไม่ได้ ผมคงไม่ต้อง ค่อยตอบคำถามอะไรให้วุ่นวายใจ 
 
นาของลุงผมห่างจากหมู่บ้านราวๆ 3 กิโลเมตร ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปา จะมีก็แต่เพียงความเงียบสงบและความเหน็บหนาวของฤดูกาล ผมพักอยู่ที่นั่นกับลุงผมอาทิตย์กว่าๆ "12 บาท" นั่นคือจำนวนเงินที่ผมมีติดตัวมาด้วย และมันก็ยังเหลือเท่าเดิม ณ ทุ่งนาของลุงผมเราไม่ได้ใช้เงินกันซักบาทเลยตอนนั้น 

 

 
อะไรคือเหตุผลที่เงิน 12 บาทของผมยังเหลือเท่าเดิม อะไรคือเหตุผลที่ทำให้ลุงของผมสามารถใช้ชีวิตอยู่ที่ทุ่งนาอันห่างไกลหมู่บ้านได้ ทั้งที่แกไม่ได้ทำงานประจำหรือมีรายได้อะไรมากมายเลย มีเพียงเบี้ยยังชีพของคนพิการเดือนละไม่กี่ร้อยบาท 
 
ณ ค่ำคืนหนึ่ง ที่ดวงไฟแห่งความหวังของผมได้ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง แล้วดวงตาของผมที่เคยมืดมิดเพราะเปลือกตาของตนเองก็กลับมองเห็นแสงสว่างแห่งความเป็นจริงของโลกได้อีกครั้งในแบบที่มันควรจะเป็น 
 


ใช่ !!! ลุงผมมีสิ่งหนึ่งที่มีค่ามากกว่าเงิน มั่นคงมากกว่าเงิน สิ่งสิ่งนั้นคือ " ความมั่นคงทางอาหาร "

ลุงผมทำนา มีข้าวกิน
ลุงผมเลี้ยงปลา มีปลากิน
ลุงผมเลี้ยงไก่ มีไก่กิน
ลุงผมปลูกผัก มีผักกิน  

และยังมีอาหารอีกมากมายที่สามารถเสาะหาใด้จากธรรมชาติในบริเวณนาของลุงผม ไม่ว่าจะเป็น พืชผักต่างๆ จากธรรมชาติ ปลาธรรมชาติในห้วยหนองคลองบึง เขียด จิ้งหรีด ฯลฯ เยอะแยะเต็มไปหมด

แล้วผมก็ตัดสินใจลุกขึ้นยืน เพื่อที่จะออกเดินทางตามความฝันของตนเองในโลกใบเดิมอีกครั้งเพียงแค่เปลี่ยนมุมมองในการดำเนินชีวิตใหม่ วันนี้ผมรู้แล้วว่าผมควรจะใช้ชีวิตในรูปแบบใดและจะใช้วิธีการใดในการเดินทางไปสู่ปลายทางแห่งความฝันของผม.............

ความเห็น

Smile ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจครับ จะพยายามเดินตามเส้นทางที่ผู้หลักผู้ใหญ่หลายท่าน ในบ้านส่วนแห่งนี้ได้ถากถางเส้นทางไว้ให้ครับ ไม่ให้เส้นทางสายนี้ถูกลบเลือนหายไป เพื่อคนรุ่นหลังถัดไปจะได้มีเส้นทางเดินสะดวกๆสืบไป 

 

เราจะก้าวไปพร้อมๆกัน.........

หน้า