การบ้านก่อนเดินทาง : ทำหนังสือสักเล่มดีมั๊ย

หมวดหมู่ของบล็อก: 

    คิดเล่นๆ แต่อยากทำจริง จากที่เห็นเวบบ้านสวนพอเพียงเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายคน แต่เวบบ้านสวนพอเพียงก็จำกัดอยู่ในกลุ่มของคนกลุ่มหนึ่ง ที่มีอินเทอร์เน็ตใช้ ถ้าอยากเห็นความพอเพียงที่เป็นรูปธรรมแพร่กระจายออกไป

การทำเป็นหนังสือบ้านสวนพอเพียง น่าจะเป็นหนทางหนึ่งที่จะเผยแพร่ความพอเพียงออกไป ซึ่งอาจะแจก หรือจำหน่ายในราคาทุน โดยที่เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้

  • รวมรวมความพอเพียงของสมาชิกแต่ละคน
  • ความเปลี่ยนแปลงในชีวิตตัวเองเมื่อนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต
  • ความเปลี่ยนแปลงเมื่อได้แรงบันดาลใจจากเวบบ้านสวนพอเพียง
  • อื่นๆ ตามสมควร

     หรือสมาชิกอยากให้สมาชิกคนไหนนำเสนอเรื่องราวชีวิตของเขา ที่น่าสนใจ ก็เสนอมานะครับว่าใครบ้างที่สมาชิกเรียกร้อง

     อาจจะรวบรวมบล็อกของตัวเองแล้วนำมาเขียน ไม่บังคับแต่อยากให้สมาชิกช่วยกันเขียนแล้วเอามารวมเล่ม ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ ค่อยว่ากัน ทิ้งระเบิดไว้แค่นี้ก่อน

ความเห็น

ขอจอง นั่งข้าง ๆคุณแก้วนะ...:Wink

....ความสุขอย่างแท้จริง ด้วยหลักเศรษฐกิจพอเพียง....

ทิ้งM79ไว้ลูกเบ้อเริ่มเลยนะผู้ใหญ่

เน้นรูปภาพ  ก็เริ่มแบบง่ายๆ ก่อน   เลือกเอาบล็อกของโสทร  มาเรียง  พิมพ์ออมา  สักเล่มหนึ่งก่อน   หลังจากนั้ก็ง่ายแล้ว

เห็นด้วยครับ ตัวอย่างก็พอมี (ลานปัญญา) หรือจะฉีกแนวออกมาเป็นของบ้านสวนพอเพียงก็ได้ ชอบประโยคนี้จัง หายใจทิ้งไปวันละเท่าไหร่ เพื่อนคนหนึ่งเขาบอกว่า ผมไม่อยากหายใจให้เปลืองหวัน ก็คงจะทำนองเดียวกัน

เมื่อวานไม่ได้ออนมากนัก..มัวแต่เปิดบล็อคของซือเฮีย (บล็อคเพลง..ไล่ฟังไปเรื่อย จนต้องมาจับกีตาร์ เคาะกลอง)..ทำไมไม่เปิดเพลงอีกละครับ..ถึงผมไม่ขอ..ผมก็ตามฟังนะ..ถึงไม่ฟังตอนนี้..ก็ฟังตอนมีอารมณ์สุนทรีย์..ถ้าเปิด ทีนี้ผมขอมั่งนะ..หาไม่มีเลย..เป็นเพลงละครชื่อเพลง ใครที่ฉันรอ (ไม่รู้ใครร้อง)

แสวงหาชีวิตที่สงบ..หลบลี้หนีความวุ่นวาย

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้อยู่สวนครับ มาแวบๆ แล้วก็ไป ปลายเดือนจะไปอบรมรายการของหมอเขียว ที่ภูเก็ต ปลายเดือนสุดๆก็จะไปท่อง แชงกรีล่าสักอาทิตย์ เดือนตุลา ก็ติดกินผักอีก ก็เลยเข้ามาอ่านเฉยๆ แล้วก็ออกไป คืนนี้สองทุ่มครึ่งก็ติดทีวีเรื่อง The Brain ช่อง ThaiPBS อีก ว่าจะเขียน สักบล๊อค คงไม่ทัน

เรื่องทำหนังสือ เอกสารที่ผู้ใหญ่ว่านั้น เป็นการเปิดบ้านสวนฯ ให้กว้างขวางออกไปในกลุ่มชนหมู่อื่นๆ เป็นการบอกให้สังคมทั่วไปรู้ว่า ใน intrenet ของเรา มีกิจกรรมแบบนี้อยู่ และสังคมในบ้านสวนของเรา มีวัฒนธรรมแบบไหน คนอื่นๆอาจจะเอาไปเป็นตัวอย่างในการสร้างสังคมออนไลน์ของเขาขึ้นมาเองได้ บ้านสวนฯของเรานี้ ว่าไปแล้ว ก็แตกออกมาจากกลุ่มอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะการดำเนินการคล้ายๆกัน เพียงแต่ว่ากลุ่มที่กล่าวถึงนั้น สมช ส่วนใหญ่ เป็นผู้ใหญ่กันมาก คนเด็ก คนเล็กแบบเราๆ มีน้อยหน่อย บ้านสวนของเรา ก็กลายเป็นบ้านเยาวชน ในขณะที่กลุ่มที่กล่าวถึง เป็นบ้านของ Intellectual เป็นส่วนใหญ่

แต่ว่าจะเป็นการสิ้นเปลืองเงินทองในการทำค่อนข้างมาก และต้องมีคนคอยทำด้วย

สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะทำ หากพอมีเวลาคือ การรวบรวมองค์ความรู้ที่บรรดา สมช ช่วยกันเขียนมาเล่าให้ฟังกัน เพราะสิ่งนี้เป็นความรู้จริงๆ จากประสบการณ์ หรือความรู้ + ประสบการณ์ ที่จะนำไปใช้ ไปต่อยอด ครับ

เห็นด้วยอย่างมาก..หากออกหนังสือเป็นแบบเฉพาะกิจไม่ใช่รายเดือน รายปักษ์ รวบรวมองค์ความรู้ด้านนี้..แต่ต้องโฟกัสให้ชัด..ไม่งั้นเละ..ถ้าหากเป็นหนังสือที่รวบรวมองค์ความรู้ทั้งจากปราชญ์ชาวบ้าน..หรือนักปฎิบัติอย่างเรา..ข้อสงสัยจากคนช่างสังเกตุ ก้จะเป็นหนังสือที่มีคุณค่า เอาไปอวดไปเป็นของกำนัล ของผู้ใหญ่ในโอกาสต่างๆได้ดีด้วย

แสวงหาชีวิตที่สงบ..หลบลี้หนีความวุ่นวาย

ก่อน(ไปดูทีวี)อื่น ต้องบอกว่า ผมหาเพลง ใครที่ฉันรอ ไม่เจอครับ ลองบอกชื่อเพลงใหม่อีกครั้ง

เรื่องหนังสือ เฉพาะองค์ความรู้นี่ การรวบรวมก็น่าจะกระอักแล้วครับ และต้องมีคนเป็น บก. ว่ากันตรงๆ ไม่อ้อมค้อม หลายเรื่องมาแบบ จำไม่ได้สรรพ... เพราะฉนั้นเมื่อเป็นหนังสือ อาจจะต้องถูกต้องตามสมควร (ณ.เวลานั้น) ขอตัวไปดูทีวีก่อนนะครับ แล้วค่อยมาว่ากันใหม่

ขอเสนอเป็นอีกความคิดเห็นซึ่งอาจจะสวนทางกับคนอื่น..ต้องขออภัยที่มุมมองอาจผิดเพี้ยนไปบ้าง..คืองี้..หากมานั่งวเคราะห์กันก่อนว่าทำไมเวบบ้านสวนจึงได้รับการตอบรับค่อนข้างดี..ในความเห็นของผมนะ

1. กระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม กระแสความสนใจในสุขภาพ และปัญหาความมั่นคงในอาชีพอันเนื่องมาจากวิกฤตเศรษฐกิจตั้งแต่ปี 40 (ต้มยำกุ้ง) มาปี 50 (แฮมเบอร์เกอร์ครายสิส) มาจนปลายปี 52 วิกฤติกลุ่มหมูยุโรป (PIGS : โปตุเกต / อิตาลี / กรีซ / สเปน) +กระแสความพอเพียงตามพระราชดำรัส ทำให้คนเริ่มมองหาความมั่นคงและต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า..ความสนใจในการทำเกษตรพึ่งตนเอง หรือเกษตรพอเพียงจึงเป็นที่แสวงหาของทั้งเกษตรกรรุ่นใหม่และมนุษย์เงินเดือนจำนวนหนึ่ง ที่เข้ามาค้นหาข้อมูลจนได้พบเจอเวบบ้านสวนเรา

2. เวบนี้ไม่ได้ทำเชิงพาณิชย์..แต่ทำด้วยใจรัก..เป็นเจตนาที่สะอาด (ทั้งไม่มีการโฆษณาและการแสดงรูปจริงของผู้โพสท์)และพร้อมที่จะให้หรือแลกเปลี่ยนทั้งประสบการณ์ ความรู้ ตลอดจนเมล็ดพันธ์ หรืออะไรก็แล้วแต่..โดยไม่ได้คำนึงถึงเรื่องต้นทุนเงินตรา..แต่เป็นความสุขใจทั้งของผู้ให้และผู้รับ

3. ผู้ก่อตั้งเวบรวมถึงสมาชิกรุ่นแรกๆรวมถึงรุ่นต่อๆมาจนถึงรุ่นปัจจุบัน ให้ความสำคัญกับสมาชิกท่านอื่นๆ ไม่ว่าใหม่หรือเก่า หากเข้ามาแลกเปลี่ยนบ่อยๆสุดท้ายก็ถือเป็นคนกันเอง ไม่ได้แบ่งชนชั้นฐานะ ความรู้ ใครไม่รู้ถามมาก็รุมกันตอบ..ใครอยากเผยแพร่อะไรที่คิดว่าเป็นประโยชน์ต่อคนอื่น..ก็ได้รับการต้อนรับทั้งขอบคุณ ต่อยอด หรือแม้กระทั่งหยิกหยอกเป็นที่หนุกหนาน..หรือใครเผลอหลุดสมัครเป็นสมาชิกก็รุมกันต้อนรับอบอุ่นจนตัวแทบไหม้เกรียม

4.. เวบนี้มีความเป็นพลวัตร active ไม่หยุดนิ่ง โดยมีความหลากหลายในการโต้ตอบของบรรดาสมาชิกทั้งใหม่และเก่า..ที่สำคัญ..เป็นทั้งคนคุ้นเคยที่ให้ทั้งความรู้จริง ให้เมล็ดพันธ์ และการหยอกเย้าสร้างสีสันให้กับเวบ และเมื่อมีรูปธรรมของการสื่อสารที่นอกจากตัวหนังสือบนเวบเป็นการพบปะเยี่ยมเยือน จึงเป็นเสน่ห์ให้เวบนี้ยิ่งดูมีสีสันมากขึ้น ความแอคทีฟของเวบไม่ใช่เป็นแอคทีพรายวัน..แต่เป็นความแอคทีฟแทบจะ 24 ชม.ความเป็นพลวัตรนี้จึงเป็นพลังในการสร้างความสนใจติดตามต่อเนื่อง

ยังคงมีอีกเยอะ..ลองย้อนกลับคิดดูว่า..ของเราที่เข้าเวบนี้ มีองค์ประกอบเหล่านี้บ้างหรือไม่..ทีนี้..หากเราจะทำหนังสือ..ลองย้อนกลับไปดูว่า..มีปัจจัยอะไรที่เกื้อหนุนหรือคล้ายกับการทำเวบหรือไม่..ขอเทียบข้อต่อข้อและเสริมบางส่วน

ข้อ1-3. คงไม่แตกต่างในส่วนของเป้าหมายหรือข้อดีต่างๆ..ไม่ว่าหนังสือหรือเวบ แต่ที่ต่างคือคนรุ่นใหม่ถนัดหาทางเน็ตมากกว่าหนังสือ เพราะรวดเร็ว หาต่อยอดคุณขยายได้อีกมากมาย เก็บเนื้อหาโดยไม่ต้องพิมพ์หรือถ่าย copy อย่างเดียว เก็บข้อมูลได้มาก(ลงคอมหรือ thumb drive)ดีกว่าเก็บเป็นหนังสือ และที่สำคัญไม่เสียสตางค์ซื้อ..

ส่วนข้อ4. หนังสือ..เป็น one way communication หรือการสื่อสารทางเดียว เน็ทเป็นการสื่อสารที่โต้ตอบกันได้ หยิกหยอกก็ตอบโต้ได้อย่างทันควัน..หนังสือกว่าจะออกแต่ละเล่มใช้เวลาพอสมควรและต้องมีผู้รับผิดชอบในการเขียน การรวบรวม การทำรูปเล่ม กราฟฟิค ฯลฯ แต่ในเน็ทรวดเร็วแบบ real time ไร้รูปแบบ 

ผมเคยช่วยทำหนังสือให้กับพี่ที่มีฝีมือคนนึงเมื่อเกือบสามสิบปีที่แล้ว..เป็นนิตยสารเชิงเกษตรนี่แหละ..ผมช่วยวิ่งหาสปอนเซอร์ลงโฆษณา (หาได้หลายหมื่นบาททีเดียว) แต่พี่เค้าก็ไปไม่รอด ตลาดไม่ตอบสนองเพราะจำกัดแค่กลุ่มเล็กที่กำลังซื้อไม่มาก สายป่านก็ไม่ยาวพอให้ติดลมบน (สมัยนั้นไม่มีเน็ทแข่งด้วยซ้ำ)

การทำหนังสือของเราอาจไม่หวังผลกำไรก็จริงแต่ก็มีต้นทุน หากซื้อขายเฉพาะในกลุ่มสมาชิกก็คงไปได้ไม่กี่ก้าว..และคงเป็นการช่วยซื้อเสียมากกว่าเป็น demand เทียม สุดท้ายก็กลับมาเล่นเน็ตต่อ..เพราะมันกว่า..ฮากว่า..เร็วกว่า..หลากหลายกว่า แอคทีฟกว่า..เป็นตัวตนที่แท้จริงกว่า (งานเขียนกว่าจะออกเป็นเล่ม..เกลาแล้วเกลาอีก..เกาจนเป็นแผล..ไม่ลื่นไหลตามสบายเหมือนในเน็ต) เสียตังน้อยกว่า..โดยที่ข้อมูลที่ได้รับไม่แตกต่าง (update กว่าด้วยซ้ำ)

เป็นความคิดเห็นของคนคนนึงที่อาจจะมองอะไรไม่ค่อยเหมือนชาวบ้านนัก..ไม่อยากให้ซีเรียส..แค่อยากเสนอความคิดเห็นนึงเท่านั้นนะ..หลายคนอาจมองว่าทำหนังสืออาจไปได้ยาวกว่าก็ได้นะครับ..ลองแลกเปลี่ยนทัศนะกันดู

แสวงหาชีวิตที่สงบ..หลบลี้หนีความวุ่นวาย

แสดงความเห็นได้ถูกใจ  โดนใจ  อ่านหมดทุกตัวอักษร  แปลกนะ   ความรู้สึกต่อเวบตรงกันเป๊ะ   แต่ให้ป้าเล็กเขียนบอกออกมาก็จะได้ไม่กี่คำ แต่การจะทำหนังสือแจก(ฝาก)เพื่อนๆ  รูปแบบง่ายๆ ก็มี แล้วแต่วิธีคิด แล้วนำเสนอ และมันคืออนาคต 

หน้า