เก็บผักทาน เพาะผักใหม่ และ กรองเอ็มไซด์ ครับ
บล็อกนี่ ขออนุญาติ เขียนสรุป ความคืบน้า ของ สิ่งที่ทำผ่านมา แล้วครับ เช่น ผักที่เก็บ กับ น้ำหมักเอมไซด์ผลไม้ครับ สิ่งที่ใหม่หน่อย คือ เพาะผักเพิ่มครับ เชิญติดชมกัน ว่าผมเพาะอะไรใหม่ และของเก่ามีความคืบหน้าอย่างไร

ภาพนี้เป็น ผัก ที่ทยอยเก็บ ทานครับ ปลูก ครั้งแรกนี้วางแผนไม่ดี มันออกมาพร้อมกัน เยอะ กินไม่ทัน ปล่อยแก่บาง ครับ แต่ยังพอทานเก็บ ได้ ที่สำคัญ ไม่ซื้อผัก ตลาด มา หนึ่ง อาทิตย์ และอีก สอง อาทิตย์ นี่ คงต้อง ทานที่มี อยู่ ในบ้าน จนหมด เพราะ ชุดใหม่ที่เพาะ เมล็ด ทยอยออกมา ให้ลงแปลงแล้ว ยุ่งดีครับ ด่านล่างนี่เป็น ภาพ ภั่ว ที่เก็บ มาผัด ครับ ออก ทุกวัน ทานดิบบ้าง สุก บ้าง ครับ

เพื่อ ประกัน ว่า หน้าร้อน นี้ ไม่มี อาการ ขาด อาหาร ดังนั้น จึงขอ ปลูกเพิ่ม คราวนี้เป็น ประเภท หัว ครับ เริ่ม จาก เตรียม กล่อง ปลูก ครับ เพราะ ไม่มี ที่ ดินว่าง ปลูก พืชหัว สวนครัวเล็กๆ ของผมแน่น เต็ม ที่ แล้ว อยาก ปลูก ริมถนนหน้าบ้าน มากครับ แต่กลัว คนขโมย หรือ เด็ก มาถอนเล่น ดังนัน ปลูกใส่กล่องโฟม ถุง ใหญ่ๆ นี่ละครับ ปลูก ใส่ แบบนี้ก็ดี ถึงจะดูไม่เรียบร้อยแต่ในช่วง หน้าหนาว ซึ่งปลูกอะไรไม่ได้ ผมสามารถเก็บกล่องดิน ซ้อนๆ กัน เป็นชั้นๆได้ในโรงรถครับ ปลูกได้เป็น ช่วงต้องคิดเพื่อวันข้างหน้า ครับ จะตั้งทิ้งเลยก็ได้ แต่คงเกะกะ รกตา ภรรยาครับ

อันนี้ดัดแปลงเอง ได้แรงบรรดารใจ จาก ในเวป บ้านสวน ครับ ถ้าตั้ง มันสูงเกิน ไป ตัดแต่ง ทำตะแคงเอาไว้ ปลูก เผือก

เตรียม กล่องปลูก แล้ว ก็ เตรียม ดิน ครับ ส่วนผสม คร่าวๆ อย่างที่เห็น

ด่านล่างนี่ เป็น สิ่งที่ตั้งใจจะเพาะครับ มี มันฝรั่ง พันธ์ รอยัลบลู ครับ เปลือกสี ม่วง เนื้อ สี ครีม ทำอาหารสุกแล้ว เหนียวนุม เหมือน เนย ครับ หัวแคระๆ เป็น เผือก ญี่ปุ่นครับ ถัดมา ขิง กระเทียม ขมิ้น ครับ ตามท่านสมาชิกแนะนำให้ลองเพาะดู ที่งอกในรังไข่ เป็น ไชเท้าญี่ปุ่น ครับ หวังในใจว่า จะปลูกได้ใหญ่ๆ เหมือนที่ขายกัน ใน ญี่ปุ่นครับ กล่องเบี้ยวๆ เป็น กล่องเพาะ เห็ด ปรกติไม่ซื้อ เพราะราคาแพง แต่กล่องแตก เลยราคาถูกครับ เลยซื้อมาเพาะ เวลาเพาะก็เปลี่ยนกล่องเอา กินเห็ดไม่ได้กิน กล่อง ไม่มีปัญหาครับ เห็ดพันธ์นี้ ที่นี่เรียก เห็ด กระดุม ครับ บ้านเราเรียน เห็ดแชมปิยอง ในกระป๋องนะครับ จริงๆ แล้ว แชมปิยอง เป็นภาษา ฝรั่งเศษ แปลว่า เห็ด อยู่แล้ว

ได้ หัวพันะ์ แล้ว ก็ เพาะ ใส่ กล่อง ครับ

ใส่เสร็จ คลุมฝาง ติดป้าย ตามเคย ประหยัดเงิน มากครับ เพราะ ด้วย ลัง แบบนี้ ของเขาทิ้ง ด้านหลังร้าน ครับ ผมไปเก็บ ขยะเขามาเพาะ สมัยก่อน อยู่ ในเมือง อะไรก็ เพาะ ใส่กล่อง โฟม ขาวไป หมด ดู เกะกะตา แต่ได้ผล ครับ เพราะ โฟม กัน ความร้อน ความเย็นด้วย อุณหภูมิ ในดิน จึงคงที่ อีกอย่างเบา เคลื่อนไหวได้ง่าย ผมไม่อายอะครับ เรื่อง เก็บ ขยะนี่ ทิ้งไป กว่าโฟมจะย่อย สลายได้ ก็ หลายร้อยปีช่วยกัน รีไซด์เคิลดีกว่าครับ อีกอย่างกระถางเพาะ ใบระหลายตังค์ ผมเก็บ ขยะมาปลูกไม่เสียเงินดี เสียแต่อารมณ์ เวลาโดน บ่นนี้อะครับ ว่า กล่องโฟมผม ดู ไม่เรียบ ร้อย ทำบ้าน ไม่ทั้น สมัย ฝากไว้ก่อนครับ งานเบาลง เมื่อไร จะ หาวิธีแก้ไข ได้ ไม่โดน บ่น
อันนี้ ดอกไม่ที่ ขุดมาจาก ป่าละเมาะ แถวบ้าน เมือปีที่แล้ว เพิ่ง ออกดอกครับดอกไม้ เรียกว่า ค่าร่า ลินลี่ ครับ ขอ ขอบคุณ คุณ แก้วอีกครั้ง ที่กรุณา บอกชื่อดอกไม้ ให้ผมรู้ ครับ

ความคืบหน้า เอ็มไซด์ ที่ หมักครับ เปิดออกมาดู ไม่มี รา เป็น อันใช้ได้ครับ มะนาวอาจเปื่อย เพราะ โดน ย่อย ไป บ้าง ครับ ถ้าหันบางกว่านี้จะ เละ กว่านี้ ครับ

กรอกออกมาได้น้ำ ใส่ กึ่ง ขุ่น นี่ละครับ

ถ้าใครชอบแอลกอฮอล์ นิดหน่อย เริ่มดื่มได้ แต่ถ้า เพื่อ สุขภาพจริงๆ เก็บ ใส่ขวดเข้าตู้เย็น อีก หกเดือนครับ เคยเนะนำให้ใส่ขวด พลาสติก นะครับ ผมไม่มีขวด พลาสติก ใช้ขวดแก้ว ขวดอะไรก็ตาม ห้ามปิดฝา คลุมด้วย พลาสติกเอา แล้ว เก็บ ในตู้เย็น อีก หกเดือนจึงเริ่ม ดื่ม ของผม คงอยู่ไม่ถึงหกเดือน อะครับ คาดว่าน่าจะ หมดในเร็ววัน มีเวลาผม จะ หมัก ด้วย สตอรเบอรรี่ทำแยม ดูครับ ยังไง เจอกันอีกใน บล็อกต่อไป ครับ

- บล็อกของ Tui
- อ่าน 10047 ครั้ง

ความเห็น
ทราย
8 กันยายน, 2010 - 21:44
Permalink
ปลูกเยอะ
ปลูกผักเยอะจัง อีกหน่อยไม่ต้องซื้อผักจากตลาดกินไปอีกนาน
Tui
9 กันยายน, 2010 - 12:12
Permalink
ขอบณ ครับ คุณ ทราย อาทิตย์
ขอบณ ครับ คุณ ทราย อาทิตย์ หนึ่ง รดรายจ่ายได้ไม่ต่ำกว่า ห้าสิบ เหรีญนนะครับ ยังไม่รวมค่า น้ำมัน ตระเวนซื้อ ของนะครับ ปลูกในบ้าน ทุนไม่เยอะครับ
ลุงพูน
8 กันยายน, 2010 - 22:33
Permalink
น้ำลูกจันทน์
ผมใช้ลูกจันทน์หมัก หมักได้ 6 เดือน ตักน้ำมากรองแล้วเติมน้ำตาลลงไปให้ ferment ต่อไปอีก ปริมาณแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น แช่ตู้เย็นไว้กิน ซ่าดีครับ สำหรับส้ม หมักเปลือกส้มเขียวหวานที่คั้นน้ำออกแล้ว ก็อร่อยดีครับ
นงคราญ วชิรา
8 กันยายน, 2010 - 22:42
Permalink
สูตรลุงพูน
สูตรลุงพูนได้อีกแล้ว....จดๆๆๆขอบคุณค่ะ
ลุงพูน
8 กันยายน, 2010 - 22:46
Permalink
คุณนงคราญ
ผมจะหมักผลไม้ โดยเฉพาะสมุนไพร แต่ที่กินอร่อยๆ ก็ลูกจันทน์ ครับ ถ้าเป็นลูกยอ ต้องหมักนาน 3 ปี กว่าจะกินได้อร่อย(ตามที่ผู้ใหญ่เล่าให้ฟัง) เปลือกมังคุด ยังฝาดๆ เพราะหมักได้ไม่เท่าไหร่
นงคราญ วชิรา
8 กันยายน, 2010 - 22:51
Permalink
ขอบคุณลุงพูน
ขอบคุณลุงพูนสำหรับภูมิปัญญาค่ะ...ถึงจะทำตามไม่ได้สักครึ่ง..ได้รู้และทำได้บ้างก็ยังดี........
ลุงพูน
8 กันยายน, 2010 - 22:53
Permalink
หัดไว้แต่น้อยๆ
หัดไว้แต่น้อยๆ อีกสักหน่อยก็เก่ง
Tui
9 กันยายน, 2010 - 12:51
Permalink
ขอบคุณ สำหรับ ข้อ มูล ครับ
ขอบคุณ สำหรับ ข้อ มูล ครับ ลุงพูน หลักการทำ หมัก สอง ชั้นของลุงพูน เหมือนทำ แชมเปน เลยครับ
ลุงพูน
9 กันยายน, 2010 - 21:04
Permalink
คุณTui
หมักครั้งแรก เป็นการดึงเอาสารต่างๆออกมา ยิ่งหมักไว้นานรดชาดยิ่งกลมกล่อม ครั้งที่สองเป็นการเพิ่มความซ่า ปริมาณแอลกอฮอล์จะเพิ่มขึ้น แต่ต้องระวังอย่าให้มีตัวกินแอลกอฮอล์ลงไปด้วย มิฉะนั้นจะได้น้ำส้ม แต่ถ้าเป็นน้ำส้มจากแอบเปิ้ล ก็ยิ่งดี ของผมเมื่อเป็นน้ำส้ม ก็จะเป็น น้ำสัมจันทน์อินทรีย์
ยายอิ๊ด
9 กันยายน, 2010 - 12:12
Permalink
ลอก
มาลอกโดยเฉพาะค่ะ
#แตกต่าง.แต่.ไม่แตกแยก#
หน้า