…........ที่มา ๒๒ แด่น้อง..........
๑.
วันนี้
น้องชายคนหนึ่งในที่ทำงานเก่าผม ทราบข่าวจากเพื่อนๆ เขาเองว่าผมกำลังหัดตีมีดอยู่ที่บ้านสวนที่เขาเคยมาเยือนเมื่อหลายที่แล้ว เขารีบติดต่อผมเพื่อคุยกันเรื่องมีดจนฟุ้งไปทั้งแป้นคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ ภาษาปากคงเรียกได้โม้กันจนแมงโม้บินว่อนกันไป
ย้อนไปไกลถึงวัยเด็กทโมนซุกซน เขาเล่าว่าเขาทะลึ่งดัดแปลงมีดเหลาดินสอเล่มละบาทจากใบเดียว ติดเพิ่มเป็นสองใบ และสามใบมีดต่อด้ามหนึ่งอันในเวลาต่อมา เพื่อที่จะพบว่ามีดที่แสนคมได้กินเลือดที่นิ้วสามนิ้ว จนต้องเข้ารพ.เย็บถึงสามเข็ม
ผมรีบข่มทับ...วัยเด็กของผม พกมีดอีโต้คมปร๊าด ลับไว้ปาดงวง(จั่น)มะพร้าวเพื่อเก็บน้ำหวานมาเคี่ยวน้ำตาลปึก วันหนึ่งพกเอวด้านหลังเดินกลับจากสวนมากับเพื่อน
เดินบิดตูดอีท่าไหนไม่รู้มันหลุดออกจากฝักหล่นฉับเข้าข้อเท้า เฉียดเอ็นร้อยหวายนิดเดียว!!
รีบล้มตัวนอนหงายบีบบาดแผลไว้กันเลือดไหล บอกให้เพื่อนวิ่งไปซื้อปลาสเตอร์มาแปะไว้กันโดนเคี่ยนซ้ำด้วยว่าซนไม่เข้าเรื่อง ปิดแผลไว้อย่างนั้นจนแผลติดสนิทโดยไม่ได้ผ่านเข็ม ด้ายและมือหมอเลย..
ความซนกับความกลัวของทโมนน้อยหลอมรวมเป็นเรื่องเดียวกัน
“ตอนเด็กพี่คงซนน่าดู” เขาว่า
“มองจากตัวเอง..ใช่ แต่ถ้าเทียบกับเพื่อนๆ ทโมนน้อยในหมู่บ้านในรุ่นราวคราวเดียวกัน พี่อาจจะเรียบร้อยที่สุดแล้ว มั้ง” ผมคิดย้อนไปไกลถึงการเที่ยวอย่างสนุกสนานของเพื่อนๆ โดยไม่มีไม้เรียวคอยดักรอเมื่อกลับมาบ้านตอนเย็น
“พี่..เหมือนเด็กที่โดนกักบริเวณ ไปไหนก็ไม่ได้ เที่ยวไกลก็ไม่ได้ ต้องทำงาน..หน้านาทำนา หน้าแล้งก็หาบน้ำมาใส่โอ่ง..กว่าจะได้ไปเที่ยวงานหน้าอำเภอได้ซักครั้ง นาน”
“ โดขึ้นมาพอรู้จักการเดินทาง...เหมือนธนูหลุดจากแหล่ง ขึ้นเหนือล่องใต้ บินอากาศ ป่ายปีนภูสูง ดำน้ำลึก อะไรที่ใฝ่ฝันอยากทำตั้งแต่วัยทโมน พี่ทำหมด เล็กน้อยฉาบฉวยขอให้ได้ผ่านเข้ามาในชีวิตบ้าง..หายบ้าไปเหมือนกัน..ช่วงนั้น”
“เหมือนแมวผมเลยพี่..กักมันไว้ พอปล่อยปุ๊บ ไปไหนไม่รู้ หายจ้อย ” ผมเลยกลายเป็นแมวไปเสียอย่างนั้น
๒.
ก่อนหน้านี้หลายอาทิตย์
น้องชายคนนี้สั่งมีดแนวเดียวกับมีดมรดกพ่อในคอลเล็กชันหนึ่งซึ่งเขามีและชอบ-มีดหนอนน้อย
เขาอยากให้ผมลองทำแบบนั้นให้เขาบ้าง ผมรีบออกตัวว่าพี่เองเป็นคนระดับฝึกหัดฝีมือและเครื่องมือยังไม่ได้พร้อมไม่ได้เก่งอะไร
เผลอๆ อาจได้ของที่คุณภาพและฝีมือยัง “ไม่ถึง” งานระดับนั้น
“ไม่เป็นไรพี่..ยังไงผมก็ได้งานที่พี่ทำ ผมเองคิดอยากทำเอง อยากตีเอง ผมยังไม่มีโอกาส นะพี่นะ..เอาแบบนั้น เล่มนึง” เออ..เอากะมันสิ
อยากได้ก็เอา...ลุยกันซักตั้ง
ระหว่างนี้ผมยังขลุกอยู่กับงานมีดอันเล็กของคุณทานตะวันจากเยอรมันอยู่แทบทุกวัน บอกตามตรงในการใช้วิชาชีพซึ่งไม่ได้ร่ำเรียนมาจากไหนเพื่อเอาชนะอุปสรรคระหว่างการทำมีดอันเบ้อเร่อกับอันเล็กๆ เท่าก้านมะยม ต่างกันราวฟ้ากับเหว แม้จะใช้ พื้นฐานเดียวกันก็ตาม
ทุกวันผมจึงสลับชิ้นงานเพื่อหลีกเลี่ยงความเบื่อหน่ายถึงขั้นท้อซึ่งมักจะมาเคาะถึงประตูบ้านแทบทุกครั้งที่จับงานเล็กๆ แบบนั้น
คงเข้าใจนะครับ..ว่าทำไมงานชิ้นเล็กๆ จึงใช้เวลาเนิ่นนานกว่าจะเสร็จและส่งให้เจ้าของลองใช้ หากไม่ผ่านก็ต้องลุยนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง.
หลังจากจบงานมีดในแต่ละชิ้น ผมนำมันมาให้คนแก่ในบ้านหยิบจับ พินิจพิเคราะห์ จากนั้นก็เล่าเรื่องราวของมีดเล่มนั้นให้คนแก่ฟัง ถือเป็นการผ่อนคลายและขอพรจากคนแก่ในการทำงานไปในตัว
ใช่ครับมีดทุกเล่มในมือของทุกท่าน ผ่านมือคนแก่ที่บ้านผมแทบทั้งสิ้น
๓.
“ว่างๆ ผมจะไปเรียนตีมีดที่บ้านพี่นะครับ” น้องชายคนเดิมสนทนาต่อ
“ได้แต่ถือเป็นการเรียนรู้ร่วมกันดีไหม เพราะพี่เองก็ไม่ได้เรียนมาจากใครนอกจากอ่านและสอบถามจากคนโน้นคนนี้บ้าง แล้วลุยเลย..ผิดมั่งถูกมั่ง..ว่ากันไป”
“ครับพี่”
ผมยังอยู่หน้าเตา ยังต้องทำงานบ้าน งานสวน เลี้ยงม้า และฯลฯ ประสาคนธรรมดาทั่วไป แต่สิ่งที่ผิดแผกกว่าชาวบ้านทั่วไปคงเป็นเรื่องของเพื่อน ผมอาจจะมีเพื่อนมาก และส่วนมากเป็นเพื่อนดี ไม่ว่าจะเป็นรุ่นน้องรุ่นเดียวกัน หรือรุ่นพี่ก็ตาม
ผมคิด...ในบางวัน บางทีการเดินทาง การสนทนา การหยุดนิ่ง หรือแม้กระทั่งการนั่งตีมีดอยู่หน้าเตาร้อนๆ อาจไม่ใช่แค่งานตรงหน้าหรือสิ่งที่ได้ทำอยู่ในเวลานั้นๆ
.....................................................................

- บล็อกของ sailomloy
- อ่าน 5983 ครั้ง

ความเห็น
james
2 ตุลาคม, 2010 - 15:25
Permalink
มีดสวยครับ
มีดที่ผลิตออกมามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมันน่ะครับ จากการเฝ้าสังเกตห่างๆ ของผม
งานชิ้นนี้ก็ให้ความรู้สึกที่สบายๆ แต่แฝงไปด้วยความแกร่งครับ
sailomloy
2 ตุลาคม, 2010 - 19:51
Permalink
คุณ james ครับ
ขอบคุณมากครับ ที่ติดตาม(แม้จะห่างๆ ก็ตาม)
ผมว่าผมยังต้องการเวลา ชั่วโมงบินิีกนานครับ ที่ยทำไปเรื่อยๆ ก็พบว่าที่เคยทำมาแล้วนั้น มันต้องทำได้ดีกว่าทุกครั้ง..
ตอนนี้ก็เลย สั่งสมประสบการณ์ไปเรื่อยๆ ครับ
ออกปากรุนท็อกที !!!
ann
2 ตุลาคม, 2010 - 21:05
Permalink
มาชม
มาชม ไม่เคยขาด (จริงเปล่า)...
มีดสวยมาก ค่ะ เลียบ ๆ มอง ๆ....
....ความสุขอย่างแท้จริง ด้วยหลักเศรษฐกิจพอเพียง....
sailomloy
3 ตุลาคม, 2010 - 08:35
Permalink
คุณแอนครับ
จริง
ครับ
ออกปากรุนท็อกที !!!
มานี มานะ วีระ ชูใจ
2 ตุลาคม, 2010 - 21:12
Permalink
แวะมาชม(คม)
ความโรแมนติกเป็นนิยายขายฝันของพ่อค้าเร่
ผู้ซึ่งไม่เคยแม้แต่จะค้นพบความอิ่มเอมจากสินค้าที่เร่ขาย
ขอยืมมาท่องหน่อย...ครับ
เป็นเพียงแค่มดตะนอย ตัวจ้อยจิด ทีพลัดติดกลางช่อ พอเพียงใหญ่
คือหนึ่งเสียงหนึ่งคิดเห็น ที่เป็นไป อาจถูกใจหรือไม่บ้าง ลองชั่งดู
sailomloy
3 ตุลาคม, 2010 - 08:35
Permalink
มานะฯ
นั่นนั่น แหล่วๆ
ไปแอบด้อมมองจากที่โน่นมาละสิ
แหล่วๆ
ออกปากรุนท็อกที !!!
มานี มานะ วีระ ชูใจ
3 ตุลาคม, 2010 - 08:42
Permalink
พี่ลมลอย
สายไปแล้วพี่...
พองเหมือกน้ำลายผมทั้ง..เวป.แล้วครับ..
เป็นเพียงแค่มดตะนอย ตัวจ้อยจิด ทีพลัดติดกลางช่อ พอเพียงใหญ่
คือหนึ่งเสียงหนึ่งคิดเห็น ที่เป็นไป อาจถูกใจหรือไม่บ้าง ลองชั่งดู
ตั้ม
3 ตุลาคม, 2010 - 06:32
Permalink
เล่มนี้สวย
มีดเล่มนี้สวย..ผมนิยมด้ามรากไผ่..ดูขลังดี..แต่ที่ชอบมากที่สุดคือความคมและเป็นคมที่ทรหดไม่ท้อต่อสิ่งต้าน...แต่เชื่อว่าหากผ่านการตีการหล่อหลอมจากหัวใจที่คมแกร่ง..มีดเล่มนี้คงคมขลังไม่เบา
แสวงหาชีวิตที่สงบ..หลบลี้หนีความวุ่นวาย
sailomloy
3 ตุลาคม, 2010 - 08:34
Permalink
คุณตั้มครับ
ทุกเล่มผมคาดหวังว่าจะเป็นอย่างนั้นครับคุณตั้ม แต่หลายครั้ง ผมต้องเริ่มต้นใหม่จากสูนย์อีกครั้ง และอีกครั้ง เสมอ
ขอบคุณมากครับ
ออกปากรุนท็อกที !!!
หน้า