มะเร็งกับน้ำหมักเพื่อการบริโภค
ผศ.ดร.ไชยวัฒน์ ไชยสุต อาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ ม.เชียงใหม่
ผู้ได้รับทุนจากสวทช.(สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ)
เพื่อวิจัยเกี่ยวกับน้ำหมักเพื่อการบริโภค จากการวิจัยพบว่า
"พลูคาวหรือคาวตอง"พืชสมุนไพรของทางเหนือที่กินกับลาบเมื่อนำไปหมัก
จะเกิดประโยชน์หลายประการ เช่น ช่วยในการต่อต้าน
ไวรัสH.I.V.,เพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย นอกจากนี้ยังต่อต้านเซลมะเร็ง อีกด้วย
" พลูคาวหรือคาวตอง "

ไม่ใช่น้ำหมักแบบป้าเช็งนะคะ ทำแบบอาจารย์นี่สะอาดมากค่ะ..ขอบอก
อร่อยคล้ายไวน์แต่อมเปรี้ยวนิดหน่อย ทานง่ายค่ะ ตอนแรกก็กลัวเหมือนกัน
บางคนทานก็บอกว่าขับถ่ายง่ายทั้งๆที่ปรกติถ่ายยาก
นอกจากนั้นอาจจะหมักจากผลไม้ เช่น แอ๊บเปิ้ล ก็สามารถดื่มได้ทุกวัน
มีตัวอย่างของผู้ป่วยมะเร็งระยะ3กับการบริโภคน้ำหมักซึ่งโพสต์ลงyoutube
ผู้สนใจหารายละเอียดแบบเต็มได้ที่ สวทช.02-5647000
แวะดูการทำน้ำหมักฉบับเต็มได้ที่
http://www.facebook.com/profile.php?id=100002417144517&sk=wall
หรือลองอ่านความเห็นที่16นะคะ..ถ้ายังไม่เข้าใจก็เขียนมาที่
http://www.bansuanporpeang.com/messages/new/5436?destination=user%2F5436
- บล็อกของ ป้าจี๊ด
- อ่าน 13062 ครั้ง

ความเห็น
lekonshore
2 กุมภาพันธ์, 2011 - 15:45
Permalink
ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ
:crying2: :admire2:
msn:lekonshore@hotmail.com
ชีวิตคนเรานั้นสั้นนัก จงมีความสุข สนุกกับชีวิต อย่ามัวคิดอิจฉาใคร
แดง อุบล
2 กุมภาพันธ์, 2011 - 16:03
Permalink
ป้าจี๊ด
ขอบคุณค่ะ
"เชื่อในผล แห่งการทำความดี"
สวนสุขารมย์
2 กุมภาพันธ์, 2011 - 16:25
Permalink
เคยกิน
เคยกินเหมือนกันค่ะ....ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ
เวลาพบกันสั้นนิดเดียว
กุ้งบางบัวทอง
2 กุมภาพันธ์, 2011 - 18:21
Permalink
น้ำหมัก
ป้าบัวอยู่ไหนมาดูเร็ว.....ป้าบัว (ใบบัว) กำลังหาสมุนไพรรักษาโรคมะเร็งอยู่ค่ะ....
มีความสุขกับการที่ได้ให้มากกว่าการที่ได้รับ
ใบบัว
3 กุมภาพันธ์, 2011 - 13:04
Permalink
เข้ามาดูแล้วค่ะ
ขอบคุณค่ะคุณกุ้ง ได้เข้ามาดูแล้วมีประโยชน์มาก ตอนนี้คุณพ่อก็กำลังสนใจให้หาข้อมูล
แต่ต้องรอฟังผลจาก รพ. ก่อน เพราะทาง รพ. ยังนัดอยู่บ่อย ๆ ค่ะ วันนี้ก็ไป รพ.ศิริราช อีกครั้ง
ต้องตัดก้อนเนื้อไปตรวจอีก เนื่องจากมีก้อนปูด ๆ ขึ้นมาหลายก้อน หลังจากตัดนมและเย็บแผลผ่าตัดไปแล้ว
เศร้าจัง :desperate:
ที่รักโลกก็เพราะรักสมัครมิตร
ป้าจี๊ด
3 กุมภาพันธ์, 2011 - 14:34
Permalink
เอาใจช่วยค่ะ
คุณใบบัวค่ะเอาใจช่วยนะคะ :waiting:
แบ่งปันน้ำใจส่งต่อกันไป ....ไม่รู้จบ
ป้าเล็ก..อุบล
2 กุมภาพันธ์, 2011 - 18:49
Permalink
ดูจนจบ
ขอบคุณค่ะ
084-167-4671
anongrat2508@hotmail.com
Tui
2 กุมภาพันธ์, 2011 - 19:19
Permalink
ขอบคุณ สำหรับ ข้อมูล ครับ
ขอบคุณ สำหรับ ข้อมูล ครับ
ลูกข้าวเหนียว
2 กุมภาพันธ์, 2011 - 20:02
Permalink
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณค่ะ....ที่ให้ความรู้และถ้าจะทำเองจะนำหัวเชื้อมาได้จากที่ไหน อย่างไรคะ?
ป้าจี๊ด
2 กุมภาพันธ์, 2011 - 20:58
Permalink
ลูกข้าวเหนียว
ที่จริงแล้วเราไม่ต้องมีหัวเชื้อหมักก็ได้ค่ะ แต่ต้องหมักนาน
อย่างน้อย3เดือนโดยทำแบบในตัวอย่างทำเลย แต่ถ้ามีหัวเชื้อ
จะทำให้ได้ผลดีกว่าและเร็วด้วย1เดือนก็ดื่มได้แล้วค่ะ
แต่ต้องเน้นความสะอาดมากๆนะคะ สามารถไว้ได้เป็นปีเลย
แต่หัวเชื้อเราสามารถทำเองได้ค่ะ ก็คือน้ำผักดองนี่เอง...
อิอิ คงนึกว่าไม่มีประโยชน์..
(คนละตัวกับที่เขาคัดเชื้อในห้องแลปนะคะ) ต้องทำเองนะคะ
ไปซื้ออาจไม่มีจุลินทรีย์ที่เราต้องการก็ได้
วิธีทำหัวเชื้อด้วยตนเอง
1). ผักกาดเขียวปลี ล้างให้สะอาดแล้วตากแดดเพี่อให้เหี่ยว
น้ำเกลือจะได้เข้าไปได้และเป็นการฆ่าเชื้อโรคได้ส่วนหนึ่งด้วย
2). เกลือบริสุทธิ์
3). ข้าวเหนียวแช่น้ำ1คืน(ข้าวเหนียว1กก./น้ำสะอาด2ลิตร)
เอาผักกาดเขียวปลีไปหั่นเป็นชิ้นๆสี่เหลี่ยมคลุกกับเกลือ
(กะเองต้องเค็มพอควร)แล้วเอาไปบรรจุในขวดโหล
จากนั้นเอาน้ำแช่ข้าวเหนียวไปต้ม แล้วทิ้งไว้พอให้ได้
ความร้อนประมาณ 50องศาก็เทน้ำข้าวเหนียวใส่ขวดที่บรรจุ
ผักกาด(กะให้เทน้ำข้าวเหนียวแล้วเหลือพื้นที่ในขวดไม่มากนัก
กันการปนเปื้อน)ทิ้งไว้5-7วัน (ห้ามเปิดดู)หรือเอียงขวดถ้ายัง
มีฟองอากาศอยู่ให้ทิ้งไว้1-2วันจนกว่าฟองอากาศจะหมดไป
นั่นคือเราจะได้จุลินทรีย์แลคติคซึ่งจะทนต่อความเป็นกรดในกระเพาะ
เราจะใช้เฉพาะน้ำผักดองอย่างเดียวเท่านั้นเป็นหัวเชื้อในการหมัก
โดยอัตราส่วนน้ำต้นเชื้อครึ่งลิตร/ถังน้ำหมัก5ลิตรตามวิดีโอประกอบ
ไม่เข้าใจถามใหม่นะคะ ทำครั้งแรกก็ว่ายาก พอได้ทำแล้วก็ง่ายค่ะ :bye:
แบ่งปันน้ำใจส่งต่อกันไป ....ไม่รู้จบ
หน้า