ล่องใต้:บ้านคีรีวงศ์
เสร็จจากอาหารเช้า ก่อนไปขึ้นเครื่องกลับที่หาดใหญ่ตอน 15.35 น มีเวลา จึงขอแวะไปที่บ้านคีรีวง
บรรยากาศบ้านคีรีวง น้ำสะอาด อากาศดีติดอันดับโลก เป็นสถานที่อากาศดีที่สุด 1 ใน 5 ของโลก
สดใส สดชื่น ไม่ต้องใช้แอร์
ป้ายทางแยกเข้าหมู่บ้านคีรีวง มีต้นไม้บัง มองไม่ชัด
ก่อนแยกเข้าหมู่บ้าน
บ้านคีรีวง ในวันนี้บริหารจัดการเหมือนหมู่บ้านตัวอย่างเศรษฐกิจพอเพียง ทั่วไป มีการแบ่งกลุ่มการสร้างงานขึ้นเช่น กลุ่มสัจจะออมทรัพย์ กลุ่มลายเทียน(ผลิตของที่ระลึก) ทำเสื้อผ้าบาติค เป็นรายได้เสริมให้กับกลุ่มแม่บ้าน ในภาพคือร้านค้าชุมชนกลาง
กลุ่มลายเทียน ผลิตบาติค
ป้ายแสดงสินค้าจากคีรีวง
สภาพของคีรีวง เต็มไปด้วยไร่สวนต่างๆมากมาย โดยเฉพาะมังคุด มีทุกบ้าน วันที่(6/4/54)ไปถึง คีรีวงยังมีมังคุดขายนอกฤดู กก.ละ 150 บาท ชาวบ้านยังบอกอีกว่าก่อนหน้านี้ 7 วัน กก.ละ 200 บาท
สภาพสวนทุกบ้านมีปลูกมังคุดมากที่สุด
น้ำจากเขาที่คีรีวง ใสสะอาด
ธารน้ำตกสวยงามที่คีรีวง
สองข้างทาง มีท่อน้ำของชาวบ้านต่อจากน้ำตกมาเข้าที่ตัวเองเต็มไปหมด
จะเห็นท่อน้ำเกะกะไปหมดทั้ง 2 ข้างทาง
มีท่อตลอดทาง ทำให้เสียทัศนียภาพ พอสมควร
ในท้องถิ่นแถบนี้ใช้มอเตอร์ไซค์วิบาก ขับขึ้นเขา แต่ที่ด้านข้างๆจะมีต่อเหล็กออกมาทั้ง 2 ข้างเพื่อวางของที่นำลงมาจากป่าบนเขา
สภาพถนนขึ้นเขา เห็นท่อ 2 ข้างทาง
ท่อน้ำเรียงราย
เรือนไม้สร้างใหม่ ตากไม้ที่ขนลงมาจากเขา โดยมอเตอร์ไซค์วิบาก สอบถามชาวบ้านได้ความว่า เป็นไม้ที่ตัดจากที่ของตัวเองบนเขา แล้วที่ของตัวเองบนเขาได้มาอย่างไร? ทำไร่ ทำสวน บนเขา และตัดไม้ลงมา อีกไม่นานคงกลับไปเป็นคีรีวงเหมือนเดิม ที่โดนทะเลโคลน ถ้าชาวบ้านในท้องถิ่นไม่ช่วยกันดูแลตนเอง
กองไม้แปรรูปที่ขนลงมาจากบนเขา
ไม้งามๆอีกกอง
ลงมาจากเขา มาร้านค้าในหมู่บ้านอุดหนุนสินค้าเกษตร เห็นลูกอาไรหว่า คำตอบตือส้มแขก เพิ่งเคยเห็นครั้งแรก
สินค้าพื้นบ้าน อุดหนุนมาแจก เลยถือโอกาสถามเรื่องไม้บนเขาและท่อน้ำที่แยะไปหมดจากเขาสู่พื้น ได้ความว่า
ไม้ตัดจากที่ตนเอง อย่างที่เล่ามา แต่ก็ได้ถามไปว่า ที่บนเขาจะมีเจ้าของได้อย่างไร และถ้าทุกคนคิดแบบนี้ไปบุกรุกและ ตัดต้นไม้ลง เพื่อไปทำสวนบนเขา ต่อไปถ้ามีน้ำหลาก ก็จะมีทะเลโคลนภาค 2 น่ะสิ ปรากฏว่า ป้าเจ้าของร้านตอบไม่ได้ ส่วนในเรื่องของท่อน้ำที่มากมายได้ความว่า ทุกคนต่อน้ำลงมาที่สวนตัวเองหมด ผู้บริหารท้องถิ่นไม่ได้บริหารจัดการในเรื่องนี้ แทนที่จะเป็นคนกลางบริหารจัดการใช้ท่อใหญ่และเดินเข้าทุกสวน จะได้เสียค่าใช้จ่ายในคราวเดียวและมาเฉลี่ยค่าใช้จ่ายกัน น่าเสียดายครับ คีรีวงในวันนี้....
- บล็อกของ อ้วน
- อ่าน 12258 ครั้ง

ความเห็น
แก้ว กุ๊ก กิ๊ก
7 เมษายน, 2011 - 16:46
Permalink
ได้เจอสมาชิกบ้างไหม
ไปใต้รอบนี้ ได้เจอสมาชิกบ้างไหมคะ แถบๆนั้นมีสมาชิกบ้านสวนฯเยอะเลยค่ะ
satjang
7 เมษายน, 2011 - 17:12
Permalink
คีรีวง
อยากไปเที่ยวที่นั่นเหมือนกันคะพี่อ้วน เห็นเค้าออกสื่อเยอะมาก ๆ ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ ความโลภไม่เข้าใครออกใครจริง ๆ
...2553 ปีที่ 1 ที่เริ่มเดินตามรอยพ่อ...
คนคีรีวง
8 เมษายน, 2011 - 18:24
Permalink
ขอตอบครับ
ผมไม่ขอบอกว่า เราโลภ หรือ ไม่โลภ แต่ หลายคนก็บอกว่าเราเป็นหมู่บ้านพอเพียง (เราไม่ได้ว่าเอง) เค้าว่าให้เรา
และวิถีของเราเป็นแบบนั้น ใครจะรับ แม่ผมอายุ60 จบ ป.4 เปิด คอมพิวเตอร์ไม่เป็น ทำสวนมาตั้งแต่เจำความได้ เข้าเมืองปีหนึ่งไม่เกินสามครั้ง เป็นเลขาบ้างครับ แม่ผมจะได้หยุดทำสวน หยุด ทำลายธรรมชาติ มาเป็นเลขา หรือ พนักงาน บริษัท
วิถึคนในเมือง กับ คนในป่าในเขาไม่เหมือนกันครับ แค่ ตื่นมาการใช้ชีวิตก็ไม่เหมือนกันแล้วครับ
หลายคนที่อยู่ในเมืองวันนี้ ก็มีรากเหง้ามาจากป่ามิใช่หรือ ปู่ย่าตาทวดผมถางป่า ทำสวนผลไม้ พ่อแม่ผม เก็บผลไม้ ส่งลูกเรียน ผมเปิดคอมพิวเตอร์เป็น พิมพ์ได้ บวกเลขถูก ก็มาจาก การถางป่า ตัดต้นไม้ของบรรพบุรุษของผมมิใช่หรือ มันอยู่ที่ความพอเหมาะพอควรครับ
กุ้งบางบัวทอง
7 เมษายน, 2011 - 18:43
Permalink
คุณอ้วน
ดูจากภาพท้องฟ้าครึ้ม ๆ แสดงว่ายังมีฝนอยู่ใช่มั๊ยคะ...คีรีวงติดอันดับอากาศดี 1 ใน 5 ของโลก แต่ถ้ามีการตัดไม้ทำลายป่ากันอย่างนี้อีกหน่อยคงจะยังคงติดอันดับอยู่รึเปล่านะ เสียดายจังค่ะ
มีความสุขกับการที่ได้ให้มากกว่าการที่ได้รับ
อ้วน
7 เมษายน, 2011 - 19:07
Permalink
คุณกุ้งครับ
ใช่ครับ ยังมีฝนปรอยๆตลอดครับ เสียดายสภาพพื้นที่เขาเหมือนกันครับ ทุกอย่างท้องถิ่นต้องช่วยกันดูแล เพราะหากเกิดปัญหาขึ้นจริง คนที่ได้รับผลกระทบกลุ่มแรก คือคนในพื้นที่นั่นเองครับ
ชีวิตที่เพียงพอ ย่อมมาจากชีวิตที่พอเพียง
คนคีรีวง
8 เมษายน, 2011 - 18:47
Permalink
ขอตอบครับ
ความคิดอันนี้ ผมเห็นด้วย
ผมในฐานะลูกหลานคน คีรีวง ขอคารวะ ในความห่วงใย และเราจะบอกต่อกันไปว่า เราต้องปรับปรุงอะไรบ้าง แต่อย่าได้คาดหวังอะไรกับเรา เราไม่ใช่รัฐบาล เราไม่ใช่พรรคการเมือง เราไม่ใช่หน่วยงานราชการ เราเป็นชาวสวน เราก็มีข้อจำกัดของเรา
เมื่อเราทำดีที่สุดเท่าที่เราทำได้ อะไรจะเกิด เราก็พร้อมที่จะยอมรับชะตากรรมของเรา
sothorn
7 เมษายน, 2011 - 19:38
Permalink
เพิ่งออกข่าว
เพิ่งออกข่าว ช่อง 9 ไปวันนี้ตอน 6 โมงเย็น ว่าจะเอาคีรีวงเป็นหมู่บ้านต้นแบบให้นกพิตำ
ที่นี่ต้องให้พี่หยอยมาขยายความ
ประไพ ทองเชิญ
7 เมษายน, 2011 - 19:47
Permalink
ขอสร้างความเข้าใจวัฒนธรรมชาวคีรีวง
คุณอ้วน การด่วนสรุปเรื่องการตัดไม้ เรื่องการวางท่อประปา ที่ไปเห็นมาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ด้วยมุมมองด้านที่ห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อมโดยรวมก็เข้าใจคุณอ้วนค่ะ แต่หยอยอ่านแล้วเห็นว่าจำเป็นต้องช่วยอธิบายเพิ่มเติมเพื่อสร้างความเข้าใจ แบบไม่ชี้ผิดชอบชั่วดีนะคะ ในฐานะที่ใกล้ชิดคีรีวงรู้จักเกือบทุกบ้านค่ะ เสียดายคุณอ้วนเข้าไปไม่ถึงกลุ่มผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ ซึ่งนำใบไม้ เปลือกผลไม้มาทำสี เช่นใบมังคุด เปลือกสะตอ เปลือกเงาะค่ะ และยังมีกลุ่มอื่นๆอีกมาก (ส่วนใหญ่ที่รัฐเสนอให้ไม่ก้าวหน้าเท่าที่เขาทำกันเองค่ะ)
๑ เรื่องตัดไม้มาทำที่อยู่อาศัยมาจากสวนสมรมของแต่ละเจ้าค่ะ เป็นมรดกสืบต่อกันมาหลายรุ่น เป็นเรื่องปกติค่ะ ความจริงส่วนใหญ่เป็นไม้ที่ล้ม หรือยืนตาย เขามีกฎเหล็กของหมู่บ้านในเรื่องนี้มาตั้งแต่เกิดดินถล่มครั้งใหญ่ ทีมผู้นำชุมชนและอาสาสมัครชาวบ้านจะให้ภาพที่ตรงความจริง และพยายามรักษาความเป็นสวนสมรมเอาไว้ได้มากกว่าที่อื่น
๒ เรื่องท่อระเกะระกะ อาจเป็นเพราะหลังหลังตกหนัก ชาวบ้านยังไม่ได้ทันตั้งหลักซ่อมแซมกันค่ะ ปกติแล้วจะเรียบร้อยค่ะ และการต่อน้ำเข้าสวนเป็นเรื่องธรรมดาค่ะ คีรีวงน้ำเยอะทั้งปี ส่วนการจัดการเขามีระบบที่ผ่านประชาคมจากกลุ่มกิจกรรมต่างๆแล้ว คนนอกที่เข้าไปช่วยทำได้แค่ให้ข้อเสนอด้วยมุมมองของเรา แต่ดีของเขามีความต่างจากดีของเราค่ะ คีรีวงเป็นหมู่บ้านที่เป็นตัวของตัวเองสูง เป็นตัวอย่างชุมชนพึ่งตัวเองมานาน
หยอยว่าเขาโชคดีมีฐานทรัพยากรที่เฉพาะตัวมากๆๆ เมื่อกลางเดือน'มีนาหยอยไปไร่หนึ่งที่ปากช่อง ใกล้เขายายเที่ยง มีนายทุนใจบุญไปกวาดซื้อไว้ตั้ง ๗๐๐ กว่าไร่ อีกฟากหนึ่ง ก็มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ทั้งนั้น ให้เจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่นจัดการซื้อให้ซื้อภูเขาเป็นลูกๆ ประเด็นนี้คิดว่าน่าเป็นห่วงกว่า ทำกินบนภูเขาก็ไม่เป็น แต่อยากครอบครองกันเป็นลูกๆ หยอยก็ไปคุยกับผูใหญ่บ้านใช้เวลาครึ่งวันค่ะ ไปกับคณะที่กำลังจะซื้อที่กัน แล้วใครล่ะออกเอกสารการซื้อขาย พี่อ้วนคิดอย่างไรคะ
อ้วน
7 เมษายน, 2011 - 21:33
Permalink
พี่หยอยครับ
ขอบคุณพี่หยอยสำหรับข้อมูลครับ เพียงแต่เป็นห่วงชุมชนเขาเท่านั้นเองครับ เพราะภาพที่ออกมา ตอนขับรถขึ้นเขาไปดูเห็นหลายๆคนขับรถขึ้นไปบนเขา ถามเขาก็บอกว่าไปสวนซึ่งอยู่บนเขา เลยนึกภาพในใจว่าถ้าบนเขามีแต่สวน แล้วไม้ใหญ่ไปไหนหมด เมื่อมีสวนมาแทนที่ คำถามที่เกิดขึ้นในใจลำดับมาก็คือ เมื่อก่อนบ้านคีรีวง ก็ผ่านประสบการณ์ธรรมชาติมาแล้ว ไฉนยังไม่ช่วยกันพิทักษ์ธรรมชาติอีก ก็เป็นคำถามที่เกิดขึ้นในใจ ลงไปถามชาวบ้านแต่ก็ยังไม่ได้รับความกระจ่างเท่าที่ควร ก็เลยเป็นห่วงครับ ยังไงก็ตามก็ขอขอบคุณพี่หยอย สำหรับข้อมูลครับ
ส่วนในประเด็นเขายายเที่ยงนั้น ศาลมีคำสั่งให้ยึดคืนมาเป็นของรัฐทั้งหมดแล้วครับ รวมถึงที่ของอดีตนายกรัฐมนตรีด้วยครับ ไม่เว้นกระทั่งร้านอาหารที่ผมชอบบรรยากาศมาก ร้านบ้านสวนเมืองพร ครับ ที่ดินแถบภูเขาเป็นที่ต้องการของผู้มีอันจะกินมาก อันเนื่องมาจากการสร้างบ้านเพื่อการพักผ่อน ประกอบบ้านเรามีข้าราชการที่ไม่ดี คอยส่งเสริมและสนับสนุน เอาใจให้กับผู้หลักผู้ใหญ่ ทำให้มีการออกเอกสารสิทธิ์โดยไม่ชอบมากมายครับ การแก้ไขผมคิดว่าคงต้องใช้เวลาพอสมควรครับ
ชีวิตที่เพียงพอ ย่อมมาจากชีวิตที่พอเพียง
คนคีรีวง
8 เมษายน, 2011 - 17:58
Permalink
ขอแสดงความเห็นครับ
ย่อหน้าแรก
เราตัดไม้ถางป่า เพื่อทำสวน สวนที่เราทำ เป็นสวนสมรม คือ ผสมผสาน ทำมาตั้งแต่ปู่ย่าตาทวด ตั้งแต่ผมไม่เกิด
สวนของเราเป็นสวนผลไม้ ยืนต้น ผลไม้ของเราจึงเป็นไม้ใหญ่ บนเขารอบๆ คีรีวง คือป่าผลไม้
บทเรียนราคาแพง ที่เราได้รับ เราจึงต้องเป็นเราอย่างไรล่ะครับ
ปี31 เราโดนหนัก เหมือนหลายๆที่โดนเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ตอนนั้น เราไม่ได้ถางป่า และตัดไม้กันแล้ว แต่ปริมาญฝนที่ตก จนดินรับน้ำไม่ไหว มันจึงไหลลงมา ในขญะที่รอบๆหมู่บ้านเป็นภูเขาสูง มีความชันมาก ดินก็ไหลลงมา ก็เอา หิน ดิน โคลน ต้นไม้ (ต้นผลไม้) มันไม่ใช่ซุง (ซุงคือต้นไม้ที่คนตั้งใจตัด) แต่นี่มันเป็นต้นไม้ และ ต้นผลไม้ ที่อยู่ริมห้วย ริมลำธาร ริมคลอง ผสมกันลงมา แรงปะทะ ลากกันลงมา ด้วยแรงน้ำผสมดิน หิน บวกความเร็ว ความแรงของน้ำ มันก็ไถไป แถไป ฟาดไป ฟาดมา ลงมา จนกิ่งก้าน ราก ขาดหมด ก็เลยดูเหมือนท่อนซุง
หน้า