อีกแค่วันเดียวเท่านั้น

วันเดียวคือวันไหน   ???   ทำไม้ต้องวันเดียว   ???

วันเดียวคือวันนี้ค่ะ   วันนี้คือวันสุดท้ายที่เราต้องสวมหมวกมนุษย์เงินเดือน  และหลังจากพรุ่งนี้เป็นต้นไปก็ถึงเวลาที่เราจะได้ปลดแอกที่แบกไว้บนบ่าตั้งหลายปีลงซะที  เฮ้อออ  ...   รู้สึกโล่งอย่างบอกไม่ถูก

ความจริงเรารู้สึกโล่งงงง  ตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย มาแล้วค่ะ     ทันทีที่เราได้ตัดสินใจเอ่ยปากกับเจ้านายเรื่องแผนชีวิตของเรา   แต่ที่ยังโล่งไม่สุดสักที เป็นเพราะเรากังวลว่า   อีกหนึงเดือน (พ.ค)  นับจากวันที่เรายื่น notce ไปแล้วนั้น อะไรจะเกิดขึ้นกับเราบ้าง

เปล่าๆๆๆๆ    ไม่ได้หมายความว่าเมื่อเรายื่น notice แล้ว  เราจะถูกคุกคามหรือเจ้าหนี้ทวงถามใดๆทั้งสิ้นนะคะ     ภัยจากภายนอกไม่น่ากลัวเท่าภัยภายในใจเราเองค่ะ 

หนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้   เราพยายามนิ่งกับทุกสิ่งให้มากที่สุด    เพราะเป็นช่วงเวลาที่สับสนอลหม่านที่สุด    มีความกังวลสารพัด   ไหนจะเรื่องเสียดายงานที่ทำอยู่   เสียดายเงินที่ได้แน่ๆเมื่อถึงสิ้นเดือน  แล้วยังกังวลต่อไปอีกว่าเราจะหารายได้เลี้ยงชีพเพียงพอเหมือนกับสิ่งที่เราได้รับเมื่อทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนหรือเปล่า

สิ่งที่เราทำตลอดเวลา 26 วันหลังจากที่เราบอกนายไปคือนั่งสมาธิทุกคืนค่ะ  เราเชื่อว่าการที่เรานิ่งกับทุกสภาวะ จะทำให้เราก้าวผ่านความกลัวที่เราก่อขึ้นมาเองได้ 

และอีกสิ่งหนึ่งที่เราทำอย่างสม่ำเสมอก็คือการเข้ามาแอบเก็บกำลังใจและเพิ่มความกล้าจากเพื่อนๆ พี่ๆ ในบ้านสวนพอเพียงแห่งนี้ค่ะ    และทุกครั้งที่เข้ามา   ก็จะได้อ่าน ได้เห็น  ได้เก็บแนวคิดของสมาชิกที่ผ่านจุดนี้มาแล้วแทบทั้งนั้น   และทุกท่านก็ผ่านไปได้ด้วยดี  ทำให้เรามีกำลังใจมากขึ้นในการที่จะก้าวผ่านความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ตามหลังเพื่อนๆ  พี่ๆ ทุกคน 

หนึ่งเดือนที่ต้องต่อสู้กับความรู้สึกของตัวเองพบว่าสิงที่เรากลัวมากที่สุด  คือกลัวการเปลี่ยนแปลงค่ะ   และในหนึ่งเดือนนี้อีกเช่นกันที่เราต้องตัดสินใจว่า เราจะถอยกลับไปอยู่จุดเดิมหรือไม่ 

เราได้ตกผลึกความคิดอย่างหนึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวว่า  จิตสำนึกที่ไร้ที่พึ่งพิงและขาดความมั่นคงจะพยายามต่อสู่เพื่อเอาตัวรอด   และความกระตือรือร้นก็เป็นบุคลิคภาพของคนที่มีพลังซึ่งจะสร้างแรงผลักดันให้มากพอที่จะเปลี่ยนทุกอย่างได้ 

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราต้องกล้าที่จะเปลี่ยน ...หากเราไม่เปลี่ยน ก็ไม่มีโอกาส.....

"แม้รายได้ไม่มาก  แต่รายจ่ายน้อย "     ชอบจังค่ะ  ภาษาไทยเล่นคำได้สวยงามเช่นนี้เสมอ


คุณป้าแดงคะ   ยังไม่กล้าตั้งเป้าหมายค่ะ   (กลัวอีกแล้วว)   แต่จะกลับไปอยู่บ้านนอก  คงได้ปลูกผัก ปลูกต้นไม้ ดอกไม้  (แอบขอเมล็ดพันธ์จากคุณแก้วไว้แล้วด้วยค่ะ  :shy: )  เนื่องจากไม่ได้มีที่ดินเยอะ  ก็เลยไม่ทราบว่าจะทำเกษตรเพื่อหาเลี้ยงชีพได้หรือไม่   แต่คิดว่าเมื่อได้ไปค้นหาตัวเองดูสักพักคงหยิบเอาประสบการณ์ที่มีมาปรับใช้เพื่อประกอบอาชีพและอยู่อย่างพอเพียงได้ค่ะ


ตอนนี้กำลังเรียนรู้เรื่องลงภาพประกอบค่ะ   เพื่อจะได้เอาผลงานมาโชว์กันบ้าง   แต่พูดแล้วก็อายนะคะ   แค่อยากจะเปลียนรูปโพไฟล์  (อยากลงรูปตัวเองแทนรูปบ้านสวนค่ะ)   ยังไม่ทำไม่เป็นเลยใคร   ช่วยแนำหน่อยนะคะ


คุณกำธรคะ   ....รอให้เกษียน  จะนานไปไหมคะ   ตอนแรกก็คิดว่ารอให้แก่กว่านี้ค่อยออกมาแล้วกัน  แต่กลัวว่าจะอยู่ไม่ถึงวันนั้นค่ะ   หรือแม้จะอยู่ถึง  ก็ไม่รู้จะมีแรงรดน้ำผักหรือเปล่า   ....ล้อเล่นนะคะ  :uhuhuh:   


ถ้ายังมีความสุขกับงาน   ก็ทำต่อไปนะคะ   เอาไว้ถึงจุดอิ่มตัวเมื่อไหร่ เมื่อนั้นความฝันที่เคยเป็นสีจางๆก็จะเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆและกลายเป็นจริงในที่สุดค่ะ


ขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ   ลงรูปเป็นเมื่อไหร่  จะถ่ายรูปวิมานหลังน้อยมาให้ชมค่ะ    

มาให้กำลังใจค่ะ จะรอติมตามอ่านนะคะ

เมื่อก่อน อัญก็เป็นมนุษย์เงินเดือนอยู่ในเมืองกรุง...กว่าจะตัดสินใจกลับมาอยู่บ้านนอก คิดแล้วคิดอีก ทุกวันนี้ก็ยังเป็นมนุษย์เงินเดือนเหมือนเดิม แต่ดีหน่อย ได้กลับมาอยู่บ้านกับพ่อแม่ พีน้อง...ได้อยู่กับธรรมชาติบ้าง มีความสุขกับการปลูกพืชผักเล็กๆ น้อยๆ


เมื่อกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงแล้ว จงก้าวต่อไปค่ะ

ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ เราก็อยากมีวันนั้นเหมือนกัน แต่ก็ยังติดอยู่ที่เหตุผล และปัญหาบางประการก็เลยยังไปตอนนี้ไม่ได้ แต่ก็ได้ให้ว่าที่...ดำเนินการล่วงหน้าไปแล้วค่ะ



สู้ ๆ นะคะ:cheer3:

"ความสุขของชีวิตในวันนี้ คือทำตามวิถีพอเพียงของพ่อ"

ตอนนี้เป็นมนุษย์เงินเดือนเหมือนกัน


นึกถึงตัวเอง ถ้าวันหนึ่งต้องลาออกแล้วมาทำสวน ก็คงตื่นเต้นเหมือนกัน


ยังงัยก็ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ ๆๆ ค่ะ :cheer3:

เป็นกำลังใจให้นะคะ  สู้ สู้


 

สู้ ๆ นะคะ  ท้อได้แต่อย่าถอย   :cheer3:

เป็นกำลังใจให้ค่ะ  ทุกอย่างอยู่ที่ใจจริงๆว่าเราพร้อมพอที่จะรับความ

เปลี่ยนแปลงนั้นหรือไม่  เมื่อตัดสินใจแล้วอย่ากลัวเลยค่ะ  ทำอะไรก็ตาม

ก็ต้องเริ่มจากการนับหนึ่งทั้งนั้น สู้..สู้..นะคะ

:cheer2: :cheer2: :cheer2:

แบ่งปันน้ำใจส่งต่อกันไป ....ไม่รู้จบ

:admire: :cheer3: :admire: :cheer3: :admire: :cheer3:

EAKAPONG_36@hotmail.com Tel 087 959 9004

ปัญหาหนึ่งของมนุษย์เงินเดือนผู้คุ้นเคยกับรายได้ประจำที่แน่นอน บางคนอาจจะเป็นกอบเป็นกำที่ผันตัวเองมาใช้ชีวิตอิสระ พึ่งพากับงานที่ไร้ขื่อแปรพันธนาการของคำว่าเจ้านาย แต่อาจติดกับดักของความสับสนในรายได้ที่อาจมีเข้ามาไม่เหมือนก่อน แน่นอนว่าระยะแรกคงเกิดความขัดแย้งในความความคิดบวกๆลบๆทั้งยินดีและเสียดาย ตีขนานคู่กันไปตลอดเส้นทางในช่วงแรกของชีวิตที่ไม่คุ้นเคยกับสภาวะจิตที่ไม่นิ่ง


คุณเพชรี (ไม่ทราบถูกรึเปล่า) ตัดสินใจออกมาแล้ว จึงไม่ต้องมีคำว่าลังเลหรือถอยหลัง คงต้องก้าวไปสู่วันหน้าโดยมีธงของความคิดเชิงบวกเป็นตัวนำ อะไรที่พบหรือคิดว่าจะพบในอนาคตและมันมาบั่นทอนความรู้สึก ก็ต้องปรับเปลี่ยนให้เป็นโอกาสหรือเป็นสิ่งทดแทนที่ได้รับจากการละทิ้งสิ่งเดิม


ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ก้าวย่างออกจากชีวิตมนุษย์เงินเดินเมื่อกว่าสิบปีที่ผ่านมาด้วยตำแหน่งหน้าที่ที่กำลังรุ่งโรจน์ รายได้เป็นกอบเป็นกำ ขณะที่อายุใกล้ๆ 40 ..เพียงเพราะวิกฤตเศรษฐกิจผสมผสานกับความเบื่อหน่ายในชีวิตที่ต้องวิ่งตามระบอบทุนนิยม หันกลับมาค้นหาตัวเองและเลือกที่จะลิขิตชีวิตตนเองมากกว่าคล้อยตามกระแสสังคม ที่สุดผมก็พบว่ามันเป็นความสุขวิเศษที่ไม่ต้องรอพระเจ้าประทานมา แม้ระยะช่วงแรกต้องขับเคี่ยวกับความขัดแย้งทางความคิดที่จิตเราไม่นิ่ง


ความสำเร็จของมนุษย์เราไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่งหน้าที่ ยศฐาบันดาศักดิ์ หรือเงินทองที่กองอยู่ตรงหน้า มันก็แค่มายาของหัวโขนที่มนุษย์เราสรวมใส่ หากแต่อยู่ที่ความพอใจและรู้จักพอ เลือกสรรวิถีที่เหมาะแก่ตนเองและเป็นสัมมาอาชีวะไม่เป็นภาระแก่คนรอบข้าง ไม่เบียดเบียนผู้อื่น หากเราค้นพบและเดินไปตามครรลองของวิถีแห่งมัฌิมาเราก็จะค้นพบความสุขที่ยั่งยืนและไร้มลภาวะทางอารมณ์


เพื่อนๆผมหลายคนที่ยังทำงานอยู่ ยิ่งสูงยิ่งหนาว เหนื่อยและเครียดกับชีวิตหมาล่าเนื้อ เงินทองที่หามาได้ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสใช้แบบมีความสุขในบั้นปลายหรือต้องนำไปจ่ายเป็นค่ายาให้หมอก็ไม่รู้..เอาใจช่วยครับ

แสวงหาชีวิตที่สงบ..หลบลี้หนีความวุ่นวาย

หน้า