ความในใจที่ไม่ควรละเลย... @ น้ำตกนกรำ !
เย็นวานนี้ตั้งใจจะเข้ามาเล่าต่อว่าหลังจากที่พวกเราเจอกันแล้วมีความสนุกสนานแค่ไหน แต่ก็ไม่อยากแก้ตัวนะคะ คือว่าเมื่อวานนี้อากาศดีเหลือเกินค่ะ ฝนตกมาตั้งแต่บ่าย และก็โปรยปรายพรำๆพอเย็นสบายๆในช่วงเย็น ต้นไม้ต้นหญ้าก็ไม่ต้องรด หลังจากทานมือเย็นกับที่บ้านแล้วก็ออกมานั่งรับลมฝนและคิดอะไรเพลินๆ ซึ่งส่วนใหญ่ในความคิดก็คือความรู้สึกจากค่ำคืนนั้นที่เราค้างแรมกันที่น้ำตกนกรำนั่นแหละค่ะ
พอเข้ามาจะเขียนอะไรต่ออีกหน่อยเกิดไฟดับซะอีก ก็เลยถือโอกาสนอนฟังเสียงฝนรอไฟมา แต่รอแล้วรออีกก็ยังไม่มาสักที ไฟฟ้าใจร้ายจังนิ ปล่อยให้เรารอเก้อ ก็คงเหมือนคนหลายใจที่หลอกให้เรารออยู่เรื่อยไป 555 ....เกี่ยวกันไหมเนี่ยะ ???
เช้านี้ตั้งใจมาเล่าต่อ แต่ก็เปลี่ยนใจค่ะเมื่อย้อนกลับเข้าไปอ่านบล็อก ‘คืนฝนตก ที่น้ำตกนกรำ’ ที่หมวยเล็กอัพไว้ตั้งแต่เมื่อวาน หมวยเล็กอ่านทุกความเห็นค่ะ แต่ขอโทษที่ไม่ได้ reply ณ ตรงนั้น เพราะคิดว่าพวกเราคงต้องคุยเรื่องนี้อีกนาน และความประทับใจที่แต่ละคนได้รับแม้จะต่างมุมกันบ้าง แต่คิดว่าสิ่งที่ทุกคนได้ซึมซับเข้าไว้ในความรู้สึกครั้งนี้คงไม่มีใครน้อยกว่าใครเป็นแน่
ที่เปลี่ยนใจมาเขียนเรื่องนี้ก่อน เพราะรู้สึกสะเทือนใจเล็กน้อยค่ะที่ได้อ่านเม้นท์ของพี่ผุ้เสียสละทุกอย่างเพื่อสังคมกลุ่มนี้ท่านหนึ่ง แต่ในใจลึกๆแล้ว ใครจะรู้บ้างว่า พี่เค้ารู้สึกอย่างไร
ตามนี้ค่ะ
พวกเราต่างก็รู้จักพี่แจ้ว ท่านประธานบ้านสวนกันดีทุกคนอยู่แล้วใช่ไหม หมวยเล็กเพิ่งรู้จักพี่แจ้วยังไม่ถึงเดือนมั้ง เจอพี่แจ้วครั้งแรกที่งานกินดีมีสุข ที่บ้านโพรงมะเดื่อ ครั้งที่สองเจอพี่แจ้วตอนไปที่ลุงโรสแวะไปทานข้าวเย็นที่บ้านพี่หยอย ครั้งที่สามได้มีโอกาสติดตามพี่หยอยไปทานข้าวเที่ยงที่บ้านพี่แจ้วพร้อมได้ฟักขาวและได้การบ้านกลับมาเพียบ และครั้งนี้ ครั้งที่สี่แล้วที่ได้เจอพี่แจ้วและครอบครัวซึ่งไปร่วมนอนกลางดิน กินกลางป่ากับพวกเราชาวบ้านสวนฯร่วม 20 ชีวิตในครั้งนี้ด้วย
พี่แจ้วคะ หนูอาจจะคนใหม่สำหรับที่นี่ หนูอาจจะรู้จักพี่แจ้วน้อยกว่าคนอื่น แต่หนูอยากจะบอกพี่แจ้วว่าหนูไม่แปลกใจเลยค่ะว่าเพราะเหตุใดสมาชิกชาวบ้านสวนฯถึงได้ลงมติเป็นเอกฉันท์ที่จะขอให้พี่แจ้วเป็นประธานหมู่บ้าน แรกเริ่มเดิมทีหนูไม่ทราบหรอกค่ะโครงสร้างของสังคมที่นี่เป็นอย่างไร แต่ได้คลิ๊กอ่านโน่นอ่านนี่ไปเรื่อยๆ เพราะเห็นป้ายประกาศติดตัวหนังสือแดงๆออกมาเป็นระยะๆ จึงแปลกใจว่าเค้าประกาศอะไรกันเยอะแยะ
พออ่านไปเรื่อยและเล่นกระทู้เรื่อยมา จึงได้เรียนรู้วัฒนธรรมของบ้านสวนพอเพียงจนปรับตัวให้เข้ากับสังคมนี้พอได้บ้าง และทำให้หนูได้รู้จักพี่แจ้วและทุกคนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆค่ะ และตรงนี้เองที่ทำให้หนูรู้ว่าโครงสร้างของสังคมบ้านสวนฯ เป็นโครงสร้างแบบประชาธิปไตยโดยมีประมุขมาจากการเลือกตั้ง
หนูเชื่อว่าคณะกรรมการทุกท่านต้องมีความเสียสละทุกคน เพราะตำแหน่งของหมู่บ้านนี้เป็นตำแหน่งที่ไม่มีค่าตอบแทนแถมยังมีหน้าที่หนักหนาต้องคอยดูแลทุกเรื่องทั้งให้คำปรึกษา แจกเมล็ดพันธ์ และให้ความรู้หากสมาชิกต้องการเข้าไปในพื้นที่จริงอีกด้วย ต่างๆเหล่านี้ไม่ใช่ว่าใครก็ทำกันได้นะคะ
แต่ถึงแม้ว่ากรรมการทุกท่านจะเหนื่อยมากกว่าลูกบ้านอย่างเราๆที่เข้ามาเล่น เฮ ฮา แล้วก็หายไป แต่ก็เชื่อว่าสิ่งที่ทุกท่านได้รับมันคงจะประเมินเป็นค่าตอบแทนที่เหมาะสมไม่ได้หรอกค่ะ เพราะความรู้สึกอิ่มเอิบใจ และปิติยินดีในการได้เป็นผู้ให้ มันจะบังเกิดแก่ผู้ให้เท่านั้น ก็ไม่แปลกใจว่าทำไมสมาชิกในบ้านสวนพอเพียง โดยเฉพาะสาวๆถึงได้สดชื่น แจ่มใสตลอดกาลเช่นนี้ เป็นเพราะอนิสงน์แห่งการให้หรือเปล่าคะ
เขียนมายืดยาวเพียงเพื่อจะบอกพี่แจ้วว่า หนูภูมิใจในตัวของท่านประธานมากกค่ะ พี่แจ้วมีครอบครัวที่อบอุ่น แต่ด้วยภาระหน้าที่ในฐานะท่านประธานอย่างที่หนูบอกไปนะคะคือมีความเสียสละมากกว่าคนอื่นอยู่แล้ว เราจึงอาจจะไม่ได้เห็นครอบครัวพี่แจ้วอยู่พร้อมกันสามคน พ่อ แม่ ลูก ในช่วงวันงาน เพราะต่างคนต่างก็ต้องทำหน้าของตัวเองไป
ที่พี่แจ้วบอกว่าพี่เสินเดินจูงมือพี่เก้ตอนขึ้นเขานั้นก็จริงอยู่ค่ะ แต่ก็เป็นช่วงที่พี่เก้นั่งพักสูดยาดมกับพี่เล็กเท่านั้น (จะโดนไหมเนี่ยะที่เอาความลับมาบอก) หลังจากนั้นพี่เสินก็มีไปสลับรั้งท้ายบ้างค่ะ ส่วนพี่อู๊ดจะอยู่ท้ายสุดกับพี่หยอยและน้องๆเจ้าของพื้นที่ที่ช่วยแบกหามสัมภาระของพวกเรา และด้วยความที่พี่แจ้วและน้องโกโก้มีความคล่องตัวสูง การเดินทางครั้งนี้พี่อู๊ดก็เลยคลายความกังวลไปเยอะว่าอย่างไรเสียหญิงแกร่งอย่างประธานแจ้วก็ต้องนำทีมถึงจุดหมายโดยสวัสดิภาพอยู่แล้วใช่ไหมคะ
มีหลายครั้งที่พี่เสินฉุดพี่เก้ขึ้นไปก่อนแล้วก็ยื่นมามาฉุดพี่เล็ก พี่เล็กส่งมือต่อมาที่น้องจา น้องจาส่งมาที่หนู แล้วหนูก็ส่งไปที่พี่โจ ซึ่งพี่โจไม่น่าเป็นห่วงเลยค่ะเพราะช่วยตัวเองได้ทุกอย่าง ตรงช่วงกลางของขบวนที่หนูอยู่มีเรื่องราวอีกเยอะค่ะเอาไว้จะมาเล่าตอนเดินขึ้นเขานะคะ ขอบอกว่ามีแต่ความประทับใจไม่รู้ลืม
งานนี้หากโกโก้เป็นพระเอก พี่อู๊ดก็คงเป็นฮีโร่ของพระเอก ส่วนพี่แจ้วก็คือผู้อยู่เบื้องหลังของความสำเร็จนี้ใช่ไหมคะ ทุกสิ่งอย่างในครอบครัวถูกหล่อหลอมมาจากความรักและความเข้าใจแล้วอย่างลงตัวค่ะ
ผู้หญิงเรา จะมีอะไรน่าภาคภูมิใจไปกว่าการที่เห็นคนในครอบครัวเป็นที่รักของคนอื่น และมีแต่คนกล่าวสรรเสริญถึงอีกละคะ อาจจะมีบ้างที่เค้าทำให้เราน้อยใจ แต่เขาก็ภูมิใจในตัวพี่นะคะที่พี่สามารถพาลูกเดินขึ้นเขาได้โดยที่พี่เค้าไม่ต้องพยุง อย่างน้อยๆ พี่อู๊ดก็สบายใจแน่ว่าเลือกคนไม่ผิด เพราะในบางครั้งหากพี่อู๊ดไม่สามารถไปกับพี่แจ้วใด้ในทุกสถานที่ พี่อู๊ดก็คงมั่นใจได้ว่า พี่แจ้วต้องพาลูกและตัวเองไปถึงจุดหมายได้อย่างสำเร็จและงดงามอย่างแน่นอน
ธรรมชาติสร้างเพศหญิงให้บอบบาง สวยงาม และต้องการความคุ้มครอง สร้างเพศชายให้แข็งแรง อดทนและพร้อมจะปกป้อง การเดินขึ้นเขาด้วยกันในครั้งนี้เป็นการตอบโจทย์ธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน ในทางสรีระแล้วผู้หญิงอาจจะดูอ่อนแอและบอบบางกว่าผู้ชาย แต่ถ้าจะวัดความแข็งแกร่งของจิตใจแล้วผู้หญิงกินขาดร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ
You are our Hero !!!
- บล็อกของ หมวยเล็ก
- อ่าน 4015 ครั้ง
ความเห็น
หมวยเล็ก
26 กรกฎาคม, 2011 - 16:25
Permalink
น่ารักทุกครอบครัวค่ะ
นอกจากเค้าจะน่ารักกับครอบครัวแล้ว พี่ๆเค้ายังน่ารักกับคนรอบข้างทุกคนด้วยค่ะ
สาวภูธร
26 กรกฎาคม, 2011 - 17:23
Permalink
หมวยเล็ก
อบอุ่น :sleeping: :sleeping: :sleeping:
แจ้ว
26 กรกฎาคม, 2011 - 17:27
Permalink
หมวยเล็กทำไหร
:crying2:
jo korakod
26 กรกฎาคม, 2011 - 18:21
Permalink
น้องแจ้วเหอ
หมวยเล็กหยบแลเติ้น ฮ่าๆๆๆๆ
facebook https://www.facebook.com/ninkmax
ประไพ ทองเชิญ
26 กรกฎาคม, 2011 - 19:36
Permalink
ทำดีแล้ว ปล่อยให้ทำต่อ น้องแจ้วเหอ
น้องสาวไคนิ เขียนเรื่องสั้นดีใช้ได้
สร
26 กรกฎาคม, 2011 - 17:43
Permalink
น้องแจ้ว โปรดระวัง
ถ้าเป็นจริงอย่างที่หมวยเล็กว่า "คนในครอบครัวเป็นที่รักของคนอื่น" น้องแจ้วอย่าวางใจนะคะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า
sorn07(แอ๊ด)gmail(ดอท)com
jo korakod
26 กรกฎาคม, 2011 - 18:22
Permalink
หมวยเล็ก
เขียนอีกเยอะๆๆๆ อ่านสนุกมากๆๆจ้า
:admire2:
facebook https://www.facebook.com/ninkmax
เสิน
26 กรกฎาคม, 2011 - 19:21
Permalink
หมวยเล็กเหอ
พี่สงสารพี่เสินมากเลยงานนี้ กระเป๋าสองใบเปียกน้ำ น้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวแต่ก็ยังถามพี่ตลอดว่าไหวมั้ย พี่ยอมรับเลยว่าบางช่วงเหมือนจะคลาน แต่สงสาร กลัวจะเป็นภาระให้พี่เสินมากเกินไป(สว แล้วก็เป็นแบบนี้แหละ) น้องแจ้วเหอ จงภูมิใจในตัวน้องอู๊ดต้าที่ทำความดี ก่อนกลับพี่ยังไปนั้งคุยแล้วหัวเราะกับน้องอู๊ดเลย....อ้ายไหรเล่า อ้ายไหรเล่า...แค่นี้เองที่น้องพูดได้
พี่เก้
..โอกาสไม่ได้มีทุกวัน..
หมวยเล็ก
27 กรกฎาคม, 2011 - 08:01
Permalink
สงสารพี่เสินเหมือนกันค่ะ
ลุ้นอยู่ตลอดทางว่าพี่เก้จะไหวไหม
ถ้าพี่เก้บอกไม่ใหว พี่เสินจะให้ขี้คอขึ้นไป
sam k.
27 กรกฎาคม, 2011 - 07:33
Permalink
น้องหมวยเพชรเอ้ย
อาหมวยเอ้ย...เอารูปมาดูเยอะๆหน่อยน่า มองมิเห็นภาพ เดาเหตุการณ์ไม่ออก นิ
หน้า