อินเนียร์ไปคีรีวงมา
16-17 มีนาคมที่ผ่านมาอินเนียร์ไปบ้านคีรีวง อ.ลานสะกา ไปถึงตอนแดดเปรี้ยงๆ ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปเพราะมัวฟังบรรยายเลยมาถ่ายกันหน้าวัดจัดเป็นหลักฐาน
ทิวท้ศน์หมู่บ้านคีรีวง
เขาชี้ให้ดูว่าที่เห็นนี่แหละเทือกเขาหลวงล่ะ
เสร็จจากดูงานกลุ่มลูกไม้ กลุ่มสบู่เปลือกมังคุด กลุ่มใบไม้ย้อมสีธรรมชาติ กลุ่มผ้าบาติกลายเทียน เดินทางต่อไปสัมมนาการเรียนรู้วิถีชุมชนและพักที่หนำไพรวัลย์ อ.นบพิตำ
แบ่งกลุ่มระดมความคิด สรุปผลการดูงานแล้วให้รายงานหน้าห้อง
ให้กลุ่มผู้เรียนสันทนาการต่อเพื่อสร้างสัมพันธ์ต่างสาขางาน ผู้จัดการสัมมนาแยกตัวพักผ่อนเพราะต้องตื่นเช้าและรู้ตัวว่าพลังงานมีจำกัดต้องออมแรงไว้
นอนไม่ค่อยหลับเพราะเหตุแห่งการสันทนาการของผู้เรียนที่ไม่ยอมเลิกเสียทีทั้งที่่เจ้าของหนำไพรวัลย์และกลุ่มผู้สอนกำชับแล้วกำชับอีกว่าต้องเลิก5ทุ่ม ปรากฎว่า ตี2ยังไม่เลิก ต้องลงมาบอกให้เลิก อีกกลุ่มก็ยังร้องเพลงเล่นกีต้าในห้องพักต่ออีก อินเนีัยร์ไม่ได้นอนหลับๆตื่นๆ เช็คเวลาตลอด พอตี4ก็ลุกขึ้นจัดการธุระส่วนตัวแต่งตัวเตรียมตัวไปชมทะเลหมอกออกจากหนำไพรวัลย์ตีห้าครึ่ง
ด้วยพาหนะคันนี้ รถไปส่งตีนดอยภาษาใต้เรียกอะไรล่ะ ตีนควนมั้ง? ใช้ภาษาเหนือเสียจนชิน
แล้วก็ผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะผู้ใหญ่บ้านผู้บรรยายบอกว่าวันนี้ไม่มีหมอก แรกวา(เมื่อวาน)หมอกจังเสีย หมอกไม่ได้มีทุกวันแล้วแต่สภาพอากาศ แล้วก็บรรยายความเป็นมาของหมู่บ้านและโรงเหล็กที่ญี่ปุ่นมาขุดเอาเหล็กสมัยที่ญี่ปุ่นมาบุกประเทศไทยฯ จากนั้นก็ถามว่าจะไปไหนต่อพอบอกว่าจะไปน้ำตกกรุงชิง แกว่าไอ้ยา สากลัวโหมเติ้นหลบไปแล้วจะเปลี่ยนชื่อน้ำตกเสียจัง เปลี่ยนเป็น "น้ำตกกูหลาบ" แล้วกลับลงมาตีนควนเพื่อขึ้นรถ
เจอป้ายก็ถ่ายรูปจากนั้นก็เดินทางกลับหนำไพรวัลย์
ตรงนี้มีเรื่องดีๆที่ประทับใจจะเล่าครับ ในขณะที่นั่งรถกลับมีเพื่อนที่นั่งหลังสุดพูดขึ้นว่า ดูซิว่าใครทำกล้องถ่ายรูปตกบ้างเพราะเขารู้สึกว่ามีอะไรตกไปจากรถ ก็ถามต่อๆไปทั้งคันรถได้ความว่าเพื่อนคนนึงเอากระเป๋าสตางค์ใส่กระเป๋าหลังเลยหล่น ขณะนั้นรถแล่นมาไกลพอสมควรและผ่านโค้งมองไม่เห็นตำแหน่งที่ของตกและเคาะรถให้คนขับหยุดรถ ยังไม่ทันจะวิ่งไปเก็บหรือให้กลับรถไปก็มีชายหนุ่มคนนึงขับรถมอเตอร์ไซค์มาถึงท้ายรถแล้วไม่ได้ถามหรือพูดอะไรก็ยื่นกระเป๋าใบที่ตกให้แล้วก็จากไปแต่ยังไม่เร็วไปกว่าการกล่าวขอบคุณชายหนุ่มกันทั้งรถ ในขณะที่เพื่อนผู้หญิงในรถคนนึงไม่ทันได้ดูว่าใครพูดขึ้นว่า พวกเราปรบมือขอบคุณน้องเขาด้วยค่ะ ทุกคนทำตามอย่างอัตโนมัติ เท่านั้นเองที่เราทำได้เพราะชายหนุ่มกำลังจากไป คนดีแห่งบ้านกรุงชิงและน่าจะเป็นแบบนี้ทุกคน ที่นั่นไม่ได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์ซิ่งเลย ผมรู้สึกดีมากๆเมื่อพบคนดีๆที่ประทับใจ
กินอาหารเช้าและเตรียมตัวเก็บสัมภาระอำลาหนำไพรวัลย์ ผมกินข้าวต้ม2ถ้วย ทางหนำไพรวัลย์จัดข้าวห่อปลาเค็ม ไข่ต้ม1ฟอง แกงกะทิไก่ และน้ำ1ขวดต่อคนเป็นอาหารกลางวัน และหนำไำพรวัลย์จัดรถคันเดิมไปส่งตีนควนอุทยานแห่งชาติเขาหลวงน้ำตกกรุงชิง
อำลาหนำไพรวัลย์ด้วยสภาพนี้
เมื่อถึงอุทยานเขาหลวงน้ำตกกรุงชิง ภาพนี้จัดองค์ประกอบไม่ดีทำให้มองไม่เห็น ระยะที่บอก3,700 เมตรจากจุดนี้ไปถึงน้ำตก ทางจะชันขึ้นไปเรื่อยๆ ลองตามไปดูนะครับ
สภาพทางเดินบางช่วงเป็นทางคอนกรีตแต่ก็ผุกร่อนไปตามกาลเวลา ตรงนี้เขียนว่าบันไดสามขั้น เป็นทางลาดชันที่เป็นดินต้องใช้มือช่วยด้วย มีต้นไม้ล้มขวางทางเป็นช่วงๆ สังเกตุป้ายไม้ผุกร่อนไปตามสภาพ
เดินมาอีกนิดนึง ร่างกายเริ่มจะหมดสภาพ พลังจากข้าวต้ม2ถ้วยเริ่มหมด ต่างคนต่างเริ่มถามกันว่าอีกไกลมั๊ย? เดินมากี่กิโล(เมตร)แล้ว เดินไปก็ถามไป จากเดินกันเป็นกลุ่มทยอยๆไปเริ่มมองไม่เห็นกัน บางคนก็กลับเพราะร่างกายไม่พร้อม มาดูดอกไม้กันดีกว่า ช่วงหลังแต่ละคนเริ่มพูดคุยกันน้อยลงเพราะหมดแรง มองพื้นที่ห่างจากเท้าตัวเองไปซัก3-4ก้าวจากที่ชมนกชมไม้ข้างทางในตอนแรก
ภาพดอกไม้เหล่านี้มองเห็นตอนขากลับ เพราะตอนขาไปหมดแรงเร่งให้ถึงเร่งเดินให้ถึงน้ำตกในขณะที่หวั่นๆว่าไกลมากเรี่ยวแรงก็หมด หนทางก็ลำบาก เดินไปกันเอง ตอนแรกตกลงว่ามีคนนำทางแต่พอไปถึงเขาแจ้งว่าคนนำทางไม่อยู่ แต่ทางเดินก็เป็นทางคอนกรีตบ้าง ทางที่เป็นดินแคบๆบ้าง เดินไปเรื่อยๆไม่ต้องแยกออกข้างทางซึ่งมีทากเยอะ ยิ่งเข้าไปลึกทางเดินยิ่งลำบาก มีต้นไม้ที่ต้องลอด บางช่วงต้องข้าม สะพานไม้บางช่วงผุก็ต้องระวัง มาคิดดูถ้าฝนตกจะลำบากมาก เดินไปประมาณ3ชั่วโมง ยิ่งช่วงใกล้จะถึงจะชันมากมีแป๊บและสลิงเป็นราวให้ยึดเกาะ แป๊บบางช่วงผุจนไม่น่าไว้ใจ เป็นทางลาดลงต้องค่อยๆเดินอย่างระวังจะลื่น มาถึงช่วงนี้หมดแรงข้าวต้มจริงๆ ถึงน้ำตก หนานฝนแสนห่าที่ว่าอยู่ในแบ๊งก์พันบาทรุ่นเก่านะครับ มีหินตะปุ่มตะปั่มแหลมๆหาที่นั่งลำบากจังเลย แดดก็ร้อน หาที่นั่งกินข้าวกินน้ำ เสร็จแล้วจะลงไปที่น้ำตกก็ต้องผ่านกลุ่มหินที่ว่า และมีคนนั่งเต็มไปหมด อารมณ์จะถ่ายรูปหมดไปเลย กินข้าวเสร็จอินเนียร์ก็กลับ กังวลกับหนทางเดิน ขากลับต้องสาวราวแป๊บขึ้นซึ่งชันอยู่หลายช่วง เพื่อนผู้หญิงต้องหยุดพักเป็นช่วงๆเพราะหมดแรง แต่มีคู่ภรรยาหนุ่มสาวคู่นึง เจอกันที่หนำไพรวััลย์ ฝ่ายหญิงท้องโตมากแล้วไม่นึกเลยว่าจะไปถึงน้ำตกได้ นึกในใจว่าไม่น่าจะไปเพราะหนทางมันลำบาก ขนาดผู้เรียนหนุ่มที่ไปด้วยกันยังต้องหยุดพักเป็นช่วงๆเลย ยิ่งทางลาดที่ต้องสาวแป๊บคิดไม่ออกเลยว่าจะเดินยังไงมันลาดชันและอาจลื่นได้
หนานฝนแสนห่า
ขาไปก็รีบจะไปให้ถึงเพราะหมดแรงอยากกินข้าว ขากลับก็พยายามมองหาอะไรสวยๆจะได้ถ่ายภาพเก็บไว้ แต่ก็มีแต่ภาพดอกไม้เท่านั้นเอง ออกขากลับใช้เวลาเดินประมาณ1ชั่วโมงกว่าๆ เพราะรู้ทางและเป็นทางลาดลง ออกมาประมาณบ่าย3โมงกว่าจะครบก็เกือบ4โมงเย็น ออกจากน้ำตกกรุงชิงไปบ่อน้ำร้อนที่อยู่ใกล้ๆกัน ไปถึงก็ได้กลิ่นกำมะถันจากบ่อที่อยู่ข้างถนน อากาศร้อนจนเห็นอะไรก็ไม่ได้คิดจะถ่ายรูปไว้เลย จะไปแช่น้ำร้อนก็ไม่ค่อยมีอารมณ์เลย ลำพังอากาศก็ร้อนจะแย่อยู่แล้ว พักนึงก็เดินทางกลับ มาถึงบ้านก็รู้สึกเมื่อยขาและบริเวณเหนือเข่าสักพักคงหาย
มาเล่าสู่กันฟัง เพราะต้นเดือนหน้าจะไปเขาหลวงกัน
อัพเดทหน่อยครับ ทำเองไม่เป็นเพื่่อให้ได้อรรถรสสำหรับคนที่ยังไม่เคยไป ขอเอาคลิปของ ASTV ที่มีภาพมีเสียงมาใส่ไว้ให้ดูนะครับ ขอบคุณ ASTV ด้วยครับ
- บล็อกของ อินเนียร์
- อ่าน 12809 ครั้ง

ความเห็น
อินเนียร์
20 มีนาคม, 2013 - 07:14
Permalink
Re: อินเนียร์ไปคีรีวงมา
อายจังกับคำชม เพราะก่อนไปตั้งใจว่าจะเก็บรายละเอียดของสถานที่ให้มาก แ่ต่พอเอาเข้าจริงพลาดไปมากมายแม้ว่าค้นในเน็ตล่วงหน้าแล้วว่าจะไปถ่ายตรงไหนบ้าง แต่ด้วยอุปสรรคหลายๆอย่างเลยออกมาได้แค่นี้เอง ขอบคุณ คุณทิพย์ครับ
อ้อยหวาน
20 มีนาคม, 2013 - 02:10
Permalink
Re: อินเนียร์ไปคีรีวงมา
ขอบคุณค่ะคุณอินเนียร์ที่พาเที่ยว แม้จะเคยไปมาแล้วหลายครั้ง เพราะลูกชอบไปเล่นน้ำ
ดูแล้วทำให้คิดถึงบ้านมาก
อินเนียร์
20 มีนาคม, 2013 - 07:16
Permalink
Re: อินเนียร์ไปคีรีวงมา
ขอบคุณอ้อยมากครับ น้ำตกโตนงาช้างเข้าถึงที่เลยมีที่ให้นั่งเยอะหน่อย ครับ"แม้จะอยู่ที่ไหนไม่สุขใจเท่าบ้านเรา"
คนตูล
20 มีนาคม, 2013 - 10:08
Permalink
Re: อินเนียร์ไปคีรีวงมา
ขอตามคุณอินเนียร์ไปเที่ยวด้วยคนคะ ชอบมากธรรมชาติแบบนี้
อินเนียร์
22 มีนาคม, 2013 - 13:51
Permalink
Re: อินเนียร์ไปคีรีวงมา
แหมเกือบเสียหายแล้ว ผมผ่านความเห็นป้าไก่ไปได้ยังไง ผมถือเป็นเรื่่องสำคัญที่จะต้องปฎิสันถารกับผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นน่ะครับ มันคล้ายๆกับเวลาเราทักใครแล้วเขาเฉยไม่พูดด้วยเรารู้สึกแย่มากๆเลย ผมขอโทษป้าไก่ด้วยผ่านไปวันนึงแล้วผมยังไม่ตอบป้าไก่เลย
ขอบคุณป้าไก่มากครับ ผมเคยไปเที่ยวน้ำตกที่อื่น ที่สตูลก็ไปจำชื่อไม่ได้หลังจากออกมาจากวังปะจันแล้วไปน้ำตก รถจะไปใกล้น้ำตกไม่ต้องเดินไกล ส่วนที่นี่ต้องเดินขึ้นเนินอีก3,700 เมตรไปกลับก็ 7 กิโลกว่าๆ ก็ทุลักทุเลพอสมควร แต่ก็อย่่างคุณคิมว่า ถ้าไปง่ายคนก็ไปกันเยอะแล้วที่ไปมีจำนวนมากที่ไปแล้วทิ้งขยะ ทำเสียงเอะอะรบกวนคนอื่นและสัตว์ทีอยู่กันในป่าตามธรรมชาติ แต่พอต้องเดินไกลผู้สูงอายุก็เข้าถึงลำบาก//ขอบคุณป้าไก่มากครับ
สวนเพชร
20 มีนาคม, 2013 - 10:32
Permalink
Re: อินเนียร์ไปคีรีวงมา
ขอบคุณคุณอินเนียร์ที่พาเที่ยว แค่นี้ก็มีความสุขตามธรรมชาติแล้ว
อินเนียร์
21 มีนาคม, 2013 - 08:38
Permalink
Re: อินเนียร์ไปคีรีวงมา
เหมือนกรณีป้าไก่เลยครับ ไม่ทราบผ่านความคิดเห็นของป้าตาลไปได้ยังไ็ง ขอโทษด้วยครับ
เป็นข้อมูลพื้นฐานในการที่จะตัดสินใจเผื่อว่าจะไปเทียวจะได้เตรียมตัวถูกน่ะครับ อย่างน้อยร่างกายต้องพร้อม มีเพื่อนผู้หญิงคนนึงที่ไปด้วยกัน เธอเดินช้าลงๆเพื่อนๆก็ถามเป็นไงบ้างไหวมั๊ย เธอก็บอกไม่เป็นไรไปกันเถอะถ้าไม่ไหวเธอจะกลับเอง เธอบอกหายใจไม่ทัน เพื่อนๆก็อยากไปต่อแต่ก็เป็นห่วง จากการนอนน้อย ท้องเสีย เธอบอกว่าพอลงมาข้างล่างก็หายใจได้ดีขึ้นครับ แต่ก็มีเพื่อนอีกคนเสียสละไม่ไปต่อลงมาเป็นเพื่อน// ขอบคุณป้าตาลครับ
นางสาววินัดดา
20 มีนาคม, 2013 - 12:49
Permalink
Re: อินเนียร์ไปคีรีวงมา
ทิวทัศน์เหมือนประเทศญี่ปุ่นเลยค่ะ
อินเนียร์
20 มีนาคม, 2013 - 15:40
Permalink
Re: อินเนียร์ไปคีรีวงมา
ผมจินตนาการตามว่าทิวทัศน์ญี่ปุ่นเป็นยังไงน๊า? น่าจะเหมือนที่ตรงเห็นภูเขาไกลๆแล้วมีหมอกลอยใกล้บริเวณยอดเขามั๊งครับขอบคุณ คุณวินัดดามากเลยที่แวะมาคุยกันครับ
ยัยอิ๋ว
20 มีนาคม, 2013 - 14:23
Permalink
Re: อินเนียร์ไปคีรีวงมา
ได้ทั้งความรู้+ได้เที่ยวชมธรรมชาติด้วยถึงเหนื่อยหน่อยก็คุ้มนะคะ
หน้า