เส้นทางสายวัฒนธรรม....ตอน 2
วัดพระแท่นศิลาอาสน์
พระแท่นศิลาอาสน์เป็น พุทธเจดีย์ เช่นเดียวกับ พระแท่นดงรัง เป็นที่เชื่อกันมาแต่โบราณว่า สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้งห้าพระองค์ในภัทรกัปนี้
ได้เสด็จและจะได้เสด็จมาประทับนั่งบนพระแท่นแห่งนี้ เพื่อเจริญภาวนา และได้ประทับยับยั้งในเวลาที่ตรัสรู้แล้ว
เพื่อโปรดสัตว์ ซึ่งแสดงว่าพระแท่นศิลาอาสน์นี้ มีประวัติความเป็นมาอย่างต่อเนื่อง ในพระพุทธศาสนามายาวนาน
ตัวพระแท่นเป็นศิลาแลง มีลักษณะเป็นรูป สี่เหลื่ยมผืนผ้าขนาดกว้าง 8 ฟุต ยาวประมาณ 10 ฟุต สูง 3 ฟุต
ที่ฐานพระแท่น ประดับด้วยลายกลีบบัวโดยรอบ มีพรมณฑป ศิลปะ เชียงแสนครอบ อยู่ภายใน พระวิหารวัดพระแท่นศิลาอาสน์
พระแท่นศิลาอาสน์
มีตำนานว่าพระพุทธเจ้าเมื่อครั้งเป็นพระโพธิสัตว์เคยเสด็จมาจำศีลบำเพ็ญพุทธบารมี ณ ที่แห่งนี้ ต่อมาจึงมีการสร้างพระแท่นศิลาอาสน์ขึ้น
สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยสุโขทัยไม่ปรากฏนามผู้สร้าง ต่อมาในพ.ศ. 2451 ไฟป่าไหม้มณฑปและวิหารเหลือแต่แท่นศิลาแลง
รัชกาลที่ 5 โปรดให้ปฏิสังขรณ์ใหม่ บานประตูวิหารพระแท่นศิลาอาสน์ที่เป็นไม้สักแกะสลักนั้น
เดิมเคยเป็นบานประตูวิหารพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลกมาก่อน
ภายในวิหารยังมีภาพวาดเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของราชวงศ์จักรี ส่วนใหญ่เกี่ยวกับรัชกาลที่ 5 และรัชกาลปัจจุบัน
ทางวัดจัดให้มีงานนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์ในวันเพ็ญเดือน 3 ของทุกปี
มีความเชื่อว่า การได้มาสักการะบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ จะได้รับอนิสงค์สูงสุด เช่นเดียวกับ พระพุทธบาทสระบุรี
พุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศัทธาเลื่อมใส จะตั้งใจมานมัสการให้ได้ครั้งหนึ่งในชีวิต...
พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ในศาลาการเปรียญเก่าตกแต่งแบบล้านนา ก่อตั้งโดยนายเฉลิมศิลป์ ชยปาโล
ด้านหน้าประดับประดาด้วยไม้ดอกและสวนสมุนไพร สร้างด้วยไม้ มี 2 ชั้น ชั้นล่าง เป็นที่แสดงเครื่องมือจับสัตว์น้ำโบราณ และเรือพายโบราณ
มัคกุเทศน์ตัวน้อย...พาเดินชมงานเขียนสีน้ำมัน ชั้นล่างก่อนขึ้นไปชมต่อในชั้นบน นะค่ะ ( มุมนี้ชอบเป็นพิเศษ... )
มัคคุเทศน์ตัวน้อย...เตรียมตัวพาชมพิพิธภัณฑ์ พื้นบ้านชั้นบน แล้วนะค่ะ เชิญเดินตามขึ้นมาชมต่อกันเลยค่ะ....
ชั้นบน แสดงเกี่ยวกับเรื่องราวชีวิตชาววังและชาวบ้านสมัยก่อน เครื่องจักสาน เครื่องมือตีเหล็กและก่อสร้าง
เครื่องมือปรุงยาสมุนไพรแผนโบราณ เครื่องสังคโลกสมัยสุโขทัย ธรรมาสน์หลวง ธรรมาสน์โบราณฝีมือช่างสมัยอยุธยา
พระพุทธรูปที่แกะจากต้นโพธิ์โบราณ และพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย-กรุงศรีอยุธยา รวมถึงศิลปวัฒนธรรมของชาวเหนือ
พิพิธภัณฑ์นี้เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน เวลา 8.00-17.00 น. โทร. 0 5545 3527
บนเส้นทางสายวัฒนธรรม เมืองอุตรดิตถ์นอกจาก จะมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์หลายแห่งแล้ว ตลอดสองเส้นทางก็เต็มไปด้วยบ้านเรือนของชาวท้องถิ่น
ที่ยังคงรักษาวัฒนธรรมความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายที่น่าหลงใหลและ มีเมนูอาหารแบบโบราณมากมายให้เราได้เข้าไปเลือกชิมกันอย่างจุใจ
ขอบคุณมิตรภาพตลอดเส้นทางการเดินทางสายยาวไกล....
มีดอกไม้สวยๆๆรอบพิพิธภัณฑ์ พื้นบ้าน มาฝากก่อนออกเดินทาง..." เส้นทางสายวัฒนธรรม " ...กันต่อค่ะ
การได้พบเจอผู้คนตามสถานที่ต่างๆ...
มิใช่แค่การเรียนรู้ความเป็นไปของสังคม
แต่เป็นการเรียนรู้ตัวเอง...
เปิดประตูออกไปข้างนอกกันเถอะ..
ออกไปเห็น...โลกที่เราไม่เคยเห็นกัน...
ไปเรียนรู้...ความหมายสำคัญของชีวิต
และการเดินทางของชีวิต...ก็เริ่มขึ้น
ไม่มีคำว่าสาย...สำหรับการเพิ่มประสบการณ์ของชีวิต....
บล๊อกหน้าพนิดาจะพาไปเที่ยวไหนโปรดติดตามนะค่ะ...
ขอบคุณ...ข้อมูลจากการท่องเที่ยวอุตรดิตถ์
ขอบคุณ...สมาชิกบ้านสวนพอเพียง...ที่เข้ามาอ่านบล๊อกของพนิดานะค่ะ
ขอบคุณ...ผู้ใหญ่โสทร...ที่สร้างบ้านที่อบอุ่นด้วยมิตรภาพ และ การแบ่งปัน....
- บล็อกของ พนิดา วิลัยรัตน์
- อ่าน 5073 ครั้ง
ความเห็น
ชวิน
12 มิถุนายน, 2013 - 22:38
Permalink
Re: เส้นทางสายวัฒนธรรม....ตอน 2
ตามมาเที่ยวด้วยคนครับ ดูรูปแล้วเหมือนได้ไปด้วยกันเลย
พอเพียงเพื่อเพียงพอ
jabee_68@hotmail.co.th
Tui
13 มิถุนายน, 2013 - 07:21
Permalink
Re: เส้นทางสายวัฒนธรรม....ตอน 2
ตามไปเที่ยวด้วยครับ
JaPee
13 มิถุนายน, 2013 - 09:44
Permalink
Re: เส้นทางสายวัฒนธรรม....ตอน 2
น่าไปเที่ยวจังครับ
nipa
13 มิถุนายน, 2013 - 09:57
Permalink
Re: เส้นทางสายวัฒนธรรม....ตอน 2
ว้าววววววววๆ วัดสวยงามมากๆ หลานๆก็น่ารักทั้งสองคนเลย ขอบคุณน้องพนิดามากๆนะค่ะทีนําภาพสวยมาให้ชม
เสิน
13 มิถุนายน, 2013 - 22:18
Permalink
Re: เส้นทางสายวัฒนธรรม....ตอน 2
มีของโบราณให้ชมเยอะนะ
..โอกาสไม่ได้มีทุกวัน..
หน้า