ยินเขาเรียกมันว่า ... “น้ำติง”
เรื่องนี้ สืบเนื่องจากการเดินทางไปเพชรบุรี เที่ยวหลังนี่ และได้นำเสนอศิลปะปูนปั้นริมถนน ไปเมื่อบล็อกที่แล้ว ... ตอนแรก ก็คิดจะนำเสนอ “ศิลปะปูนปั้นริมถนน” ต่อเนื่องให้จบ ๆ กันไป ... แต่ฉุกคิดว่า จะสร้าง “อารมณ์เอียน” ให้กับผู้อ่าน ... ก็เลย ... ริอ่านเอาผักมาให้เหนาะ(แกล้ม หรือ แนม) แก้เลี่ยนไปสักมื้อ โดยเอาเรื่องนี้มาคั่น
มีวันหนึ่ง เสร็จจากธุระในเมืองไปเรื่องหนึ่ง ... ช่วงบ่าย ข้าพเจ้า เห็นมีเวลาว่าง จึงเดินทางไป อำเภอท่ายาง เพื่อเยี่ยมเยือนคนที่รู้จักกัน ...ท่านคงนึกค่อนขอดอยู่ในใจว่า ‘ก็แน่ละซี ...! ไม่รู้จักกันจะไปเรอะ ใช้ภาษาฟุ่มเฟือย’ .... ก็ต้องขออภัยล่ะครับ ... มันเคยปาก(กา) ... เอาเป็นว่า ... ไปเยี่ยมเพื่อนก็แล้วกัน
เมื่อข้าพเจ้าไปถึง คุยสารทุกข์ สุข ดิบ ... กันจนเกือบอิ่ม(ใจ) .... เขาก็เริ่มประโยคกระตุ้นความอยากรู้ข้าพเจ้า!
“มาซี! ... เรา (เขาใช้สรรพนามแทนตัวเขา ว่า ‘เรา’) จะพานาย(และใช้สรรพนามแทนตัวข้าพเจ้าว่า ‘นาย’) ไปดูสิ่งที่เป็นมงคลกะชีวิตเรา ... ว่าแล้ว เลื่อนตัวไปที่ริมแคร่ ลุกเดินนำ ... ข้าพเจ้าลุกเดินตาม ... ออกไปทางหลังบ้าน ... ซึ่งเป็นทั้งสวนผลไม้ (มะม่วง,มะนาว) ... บ่อเลี้ยงปลา และ สวนครัว ... มีโอ่ง “น้ำหมักหอยเชอรี” ด้วยนะ จะขอบอก
พอโผล่ร่าง เข้าไปในเขตพื้นที่เกษตรหน้าด่านของเขา สายตาข้าพเจ้าก็สะดุดเข้ากับเถาเครือไม้ พันธุ์หนึ่ง ทันที ... จะเป็นความตั้งใจของเขาหรือเปล่า ที่นำไม้ต้นนี้มาปลูกไว้ตรงนี่ ก็ลืมถาม ... แต่มีคำถามอื่นแทน ...
“น้ำเต้าอะไรวะ? ไม่ยักกะมีคอ มีจุก ... ไม่เคยเห็นว่ะ !” ....

คำถาม? ... ปนอุทาน! ... จากข้าพเจ้า ที่หลุดออกมาโดยไม่ตั้งใจ เมื่อสายตา สัมผัสเข้ากับสิ่งนี้ ...
เขาหัวเราะเหมือนจะชอบใจอะไรสักอย่าง ... ก่อนตอบ
“เขาไม่เรียกน้ำเต้าหรอก ...” ดูจากอาการ ... ทราบดีว่าเขายังพูดไม่จบ แต่ด้วยกลัวว่า สิ่งที่เขาจะพูดต่อไป ไม่ใช่สิ่งที่ข้าพเจ้า อยากรู้ ... จึงไร้มารยาท ... รีบเอ่ยสวนไป
“อ้าว ... แล้วมันเป็นอะไร?” .... คำตอบแรกที่ได้กลับมา ทำเอาข้าพเจ้า ‘มึนตึ๊บ’ ...
“ก็น้ำเต้านั่นแหละ” ...
‘อะไรวะ’ ข้าพเจ้านึกในใจ และอึ้ง ... ยังไม่ทันที่หลุดคำถามใด ๆ ออกไป (คงเพราะ ถูกหวดสมองด้วยคำตอบแรก) ... เพื่อนก็สาธยายต่อ ...
“น้ำเต้าจีน ... เขาก็เรียกบ้าง .... แต่โดยทั่ว ๆ ไป เขาเรียกว่า น้ำติง” ... มองหน้าข้าพเจ้า และคงเห็นสีหน้าปั้นยาก ... เขาหัวเราะ แล้วหยอดว่า
“หายงงยัง”
“อืมม!” ... คำตอบจากข้าพเจ้าเหมือนจะแปลได้ว่า ‘หายแล้ว’ ... ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วยังงงอยู่
“นี่ ... มาดูใกล้ ๆ นี่!” ... เขาเรียก ไม่สนว่าข้าพเจ้าจะหายงงจริงรึเปล่า ... ข้าพเจ้า เดินเข้าไปหา ... ได้ยินเขาอธิบายโดยไม่หันหน้ามา
“ตรงนี้ปลูกไว้ สองพันธุ์ ... ให้ขึ้นร้านเดียวกัน ปนกันอยู่” เขาบอก พร้อมโน้มผลเข้าให้ดู “นี่ น้ำติง” ก่อนชี้ไป “โน่น น้ำเต้า” ... หลังจากเขาปล่อยมือ ข้าพเจ้าจึงถ่ายรูปไว้ ...

“นี่ น้ำติง”

“โน่น น้ำเต้า”
“เอาพันธุ์มาจากไหน?” ... ข้าพเจ้าถามขึ้นมาลอย ๆ ... ซึ่งเขาก็เข้าใจโดยไม่ต้องเกริ่น ชี้ ใด ๆ ... จึงได้คำตอบ เชิงเล่าความว่า ...
“เราไปเที่ยว ‘โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ’ มา ... เดิน ๆ พอถึงซุ้มค้าง น้ำติงนี่ ลูก(ผล)สุกหล่นตุ๊บลงมาตรงหน้าเลย” ... เสียงตื่นเต้น เหมือนเหตุการณ์เพิ่งเกิด ... ทั้งสีหน้าดูมีความสุขซะไม่มี ... เป็นน้ำเสียง และอากัป ที่กระตุ้นอารมณ์อิจฉาที่อยู่ลึก ๆ ของข้าพเจ้า ขึ้นมาได้เล็ก ๆ (อยากไปให้หล่นใส่บ้าง)
“เหมือนตั้งใจหล่นให้เรา ...” เขาเล่าต่อ ... “อยากได้ แต่ก็เก็บให้เขาแหละ ... แต่เขาออกปากให้ บอกว่า ‘ให้เอามาทำพันธุ์’ ... ดีใจสุด ๆ เลย ... ถึงนายก็เหอะ ได้สิ่งมงคลอย่างนี้ ก็ต้องดีใจเหมือนเราแหละ” เขาพูดอย่างแสนรู้ ... แล้วก็หักมุม ... เปลี่ยนจากประโยคบอกเล่า เป็น คำถามโดยกะทันหัน!
“จะเอาพันธุ์ บ้างไหมล่ะ?” ถามปนหัวเราะ มียิ้มยั่วแถมนิด ๆ
“เออ! ... เอาซีวะ!.. ถามได้” ข้าพเจ้าตอบห้วน ... แต่ไม่กระชาก ... แล้วได้ยินเสียงเบา ๆ เหมือนรำพึง ... มาจากเพื่อน
“กูว่าแล้ว!...” และตามมาด้วยสำเนียง ที่บ่งชัดว่าเจตนาพูดกับข้าพเจ้า ขณะก้มตัวมุดเข้าไปใต้ร่างร้าน เถาน้ำติง(ก็เขาไม่เรียกน้ำเต้า เลยเรียกตามเขา เดี๋ยวอดได้พันธุ์)
“เข้ามาดูซี ... จะเอาลูกไหน เลือกเอา”
“อยากให้ก็เลือกให้เซ ... เราเลือกไม่เป็น” ข้าพเจ้าตอบแบบไว้เชิง
“ลูกนี้นะ จัดดี” เขาถามความสมัครใจ โดยไม่ได้หันมามอง
“เออ! ...” ข้าพเจ้าตอบโดยไม่ได้ดูว่า ... คือลูกไหนเช่นกัน
“ไปเอามีดมาตัดซี” เขาออกคำสั่ง ... ซึงข้าพเจ้า ก็ปฏิบัติตามอย่างว่าง่าย
เสร็จเรื่อง ... น้ำติง คุยกันอีกหลาย ๆ เรื่อง ตามประสาคนที่นาน ๆ เจอกันหน ... ตอนเดินกลับจะมาขึ้นรถ

... เห็นดอกดาวกระจาย ดอกใหญ่ กลีบซ้อนหลายชั้น สวยดี
มือบอน! ... เด็ดเมล็ดสุก ติดมือมาด้วย กะจะหว่านบนพื้นที่ว่าง ๆ ที่แม่พระคงคาท่านเตรียมไว้ให้ ...
เขาเดินมาส่งที่รถ แล้วบอก ...
“ค่ำ ๆ ... นายต้องทำตัวว่าง แล้ว ... มานี่ ... เรา จะพาไปหาอะไรอร่อย ๆ ของท่ายางกินกัน ....” เขาบอกขณะเดินมาส่ง ... และก่อนที่ข้าพเจ้าจะดึงประตูปิด ... เสียงสำทับก็ตามมา
“อย่าเหลวนะ ... จะรอ”
“อึมมม ...” เสียงสัญญาตอบรับในลำคอข้าพเจ้า ... แต่เขาคงได้ยิน

กลับถึง คอนฐม จัดแจงเจาะ เอาเมล็ดออก .... ล้าง ... ผึ่ง ... (มี รปภ. เฝ้าให้ด้วย)

ส่วนเปลือก เห็นสวย ดี เลยขูดเนื้อออก เหลือผิวแข็ง ๆ ไว้ ... เผื่อใช้ประโยชน์ได้ ...
ก็ไม่ใช่เซียนนี่ครับ จะได้ไว้ใส่ น้ำ หรือสุรา ...
ฮา า า .... ได้สมบัติบ้า ... เก็บไว้อีกชิ้นแล้วซีเรา ... ฮุ ๆ ๆ
- บล็อกของ paloo
- อ่าน 3704 ครั้ง

ความเห็น
paloo
2 มกราคม, 2012 - 17:43
Permalink
Re: ยินเขาเรียกมันว่า ... “น้ำติง”
ด้วยความยินดีครับ ...
และลุงก็ต้องขอบคุณเช่นกัน ที่กรุณาอ่าน
สมศักดิ์ชาประเสริฐ
2 มกราคม, 2012 - 22:52
Permalink
Re: ยินเขาเรียกมันว่า ... “น้ำติง”
มันแตกต่างกันนึกว่าเป็นพันธู์เดียวกัน
สาวภูธร
4 มกราคม, 2012 - 09:22
Permalink
Re: ยินเขาเรียกมันว่า ... “น้ำติง”
:cute: :cute: :cute:
แจ้ว
23 มกราคม, 2012 - 18:24
Permalink
แจกเม็ดน้ำติง ผ่านธนาคาร
วันนี้ได้รับเม็ด น้ำติงจากลุง paloo แล้วค่ะ ใครต้องการไปปลูก ขอรับจากธนาคารเมล็ดพันธุ์นะคะ
หน้า