อาหารเป็นหนึ่งในโลก (ตอน “ขวดสุญญากาศ”)
อาหารเป็นหนึ่งในโลก (ตอน “ขวดสุญญากาศ”)
ในบันทึกที่ผ่านมา ผู้เขียนบันทึกได้มีการกล่าวถึงอาหารว่าอาหารเป็นหนึ่งในโลก และในพระไตรปิฎกมีการกล่าวถึงอาหารไว้เป็นสี่อย่าง (อาหาโร โลโก ปฐโม โหติ) หรือเรียกสั้นๆว่า อาหาร ๔ ซึ่งตามความรู้ความเข้าใจของผู้เขียนบันทึกนี้ ขอแบ่งไว้เป็น
ก. อาหารที่มีผลต่อการบำรุงเลี้ยงรักษาร่างกาย
- กวฬิงกราหาร (บางท่านเรียก กวลิงกลาหาร) อาหาร คือ คำข้าว ข้าว กับข้าว ฯลฯ
ข. อาหารที่มีผลต่อการบำรุงเลี้ยงรักษาใจหรือจิตวิญญาณ
- ผัสสาหาร ผัสสะ(เหตุการณ์ เรื่องราว)ที่มากระทบแล้ว ก่อให้เกิดความรู้สึกชอบ-ไม่ชอบ ดีใจ เสียใจ หรือเฉยๆ
- มโนสัญเจตนาหาร เป็นความตั้งใจจำ ที่จะปฏิบัติ ให้ตนเป็นคนดี เพื่อจะได้พบกับความสุขที่แท้จริงของชีวิต
- วิญญาณาหาร เป็นการพิจารณา พลังงานที่เล็กที่สุด ให้เป็นอาหารได้
แต่ในที่นี้จะกล่าวถึงจะเกี่ยวข้องกับอาหารที่เป็นคำข้าวหรือกวฬิงกราหาร ซึ่งเป็นหนึ่งในอาหาร ๔ นั่นเอง วันนี้ขอนำเกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆ แต่ถือเป็นเรื่องที่มีคุณประโยชน์อย่างมากในการช่วยรักษาเมล็ดพันธุ์พืชที่จะเป็นอาหารแก่มนุษย์
เมล็ดทุกชนิด หลังจากสะสมธาตุอาหาร และ ชีวิตเต็มที่แล้ว จะพักผ่อน หรือ นอนหลับ แต่จะหายใจเอาอากาศเล็กน้อย

เมื่อนำเมล็ดที่แก่จัดและแห้ง ไปใส่ในชวดที่มีฝาเกลียว

เมล็ดจำนวนมาก ก็จะหายใจเอาอากาศในขวดเข้าไปจนอากาศหมด
ทำให้ภายในขวดเกิดสภาพสุญญากาศ
จะช่วยเก็บรักษาเมล็ดให้มีคุณค่า ของชีวิต ไว้ได้นาน
จึงเป็นเรื่องน่ายินดี
ที่เราจะได้ถนอมให้เมล็ดพืชอยู่ในสภาพที่ยังคงการมีชีวิตให้ยาวนานออกไปได้ สมช.บ้านสวนฯท่านใดสนใจ สามารถทดสอบสภาพสุญญากาศของขวดนี้ได้ค่ะ
ขอขอบคุณภาพและข้อมูลประกอบจาก สไลด์ประกอบคำบรรยาย
เรื่อง “หลักสุขภาพ”ของคุณไพโรจน์ อรรคสีวร ผู้เขียนหนังสือเรื่อง “กินอยู่เพื่อชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่า” ศาสตร์ของการรักษาโรค รักษาชีวิต ด้วยการ “กิน อยู่” ตามวิถีธรรมชาติ วิถีไทย-ไท”
- บล็อกของ สายพิน
- อ่าน 10229 ครั้ง

ความเห็น
ตั้ม
14 ธันวาคม, 2010 - 18:45
Permalink
เพิ่งรู้..
เพิ่งจะรู้วิธีการเก็บรักษา..ถ้าไม่เปิดเลยเก็บได้นานขนาดไหนครับคุณสายพิน
แสวงหาชีวิตที่สงบ..หลบลี้หนีความวุ่นวาย
สายพิน
14 ธันวาคม, 2010 - 19:05
Permalink
คุณตั้ม
ขอบคุณคำถามมากๆเลยค่ะ ยังไงรอบต่อไปที่ได้คุยกับคุณไพโรจน์เจ้าของเรื่องจะสอบถามเพิ่มเติมนะคะ...ไม่เจอคุณตั้มนานๆมาก ไปเที่ยวมา ยังไงอากาศเปลี่ยนด้วย รักษาสุขภาพไว้นะคะ บ้านสวนฯได้ไม่เงียบเหงา
ยายอิ๊ด
14 ธันวาคม, 2010 - 19:07
Permalink
โห..ได้วิชาอีกแล้ว
ขอบคุณมากมายค่ะ
#แตกต่าง.แต่.ไม่แตกแยก#
สายพิน
14 ธันวาคม, 2010 - 19:10
Permalink
คุณยายอิ๊ด
ยินดีมากเลยค่ะ ที่ถูกใจ อย่างนั้นไว้จะนำมาฝากอีกนะคะ หรือมอบให้เป็นซีดีได้เลย ...เพราะว่าเจ้าของเรื่องเขายินดีค่ะ แต่ว่าต้องขอเวลาในการไรท์ซีดีหน่อยนะคะ...
9wut
14 ธันวาคม, 2010 - 19:21
Permalink
พี่สายพิน
ขอบคุณมากครับสำหรับวิธีการเก็บเมล็ดพันธุ์
วิธีลงรูปประจำตัว |การใช้งานเว็บบ้านสวน |การแทรกรูป |การแทรก VDO
สายพิน
15 ธันวาคม, 2010 - 15:02
Permalink
หนุ่มวุฒิ
ขอขอบคุณค่ะ ที่ตามมาให้กำลังใจกัน ยินดีค่ะที่ได้ประโยชน์จากบล็อกนี้
Tui
14 ธันวาคม, 2010 - 19:39
Permalink
น่าสนใจครับ
น่าสนใจครับ
สายพิน
15 ธันวาคม, 2010 - 15:01
Permalink
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ลุงพูน
14 ธันวาคม, 2010 - 20:14
Permalink
คุณสายพิน
นี่ก็เป็นความรู้ใหม่สำหรับผมครับ เคยเอาเมล็ดพืชใส่ขวดแบบนี้ แต่ใส่ไม่เต็ม หรืออาจจะปิดฝาไม่แน่น เลยไม่เกิด
ขวดสุญญากาศ
เคยเอาน้ำหมักใส่ขวด ตอนแรกจะมีแกสเกิดขึ้น ดันจนขวดบวม ก็จะคลายฝาให้แกสออกมาจนหมด แต่บางขวดไม่ได้คลายแกสออก ทิ้งไว้เป็นเดือน ขวดที่บวมก็จะยุบลงจนแฟบ นี่ก็แสดงว่า แกสที่เกิดขึ้นจากการหมัก ได้ซึมลงไปอยู่ในน้ำหมักแล้ว ขบวนการนี้น่าสนใจ แกสเกิดขึ้นจากการหมัก แล้วไม่สามารถระเหยออกไปนอกถังหมักได้ ต่อมาก็กลับไปอยู่ในน้ำหมักได้อีก ตอนนี้ ในการทำน้ำหมัก ก็มีอยู่สองทฤษฏี คือ ทำแล้วปิดฝาให้สนิท (แต่คอยเผยอให้แกสระบายออกได้บ้าง) กับอีกทฤษฎี ไม่ต้องปิดฝาถังให้สนิท ปิดพอแค่กันแมลงวัน ปล่อยให้แกสที่เกิดขึ้นระบายออกได้
ผมไม่แน่ใจว่า ทั้งสองแบบนี้ น้ำหมักที่ได้จะแตกต่างกันอย่างไร แต่เท่าที่รู้ น้ำหมักแบบไม่ปิดฝาให้สนิท ก็ทำให้พืชเจริญเติบโตได้ดี ขนาดวันก่อนนี้ ผสมน้ำ เท่าตัว เอาไปรดต้นไม้ที่ปลูกไว้ ช่วงฝนตกๆ อีกสองสามวันไปดู ต้นก็ปกติดี ยอดไม่เหี่ยว
อยากจะขอแบ่งปันซีดีสักแผ่น หากไม่ขัดข้อง
แก้ว กุ๊ก กิ๊ก
14 ธันวาคม, 2010 - 22:16
Permalink
ลุงพูน ขา
วันก่อน ที่หนูไปศูนย์วิจัยลำตะคอง เขาสอนว่า ทำน้ำหมัก ไม่ต้องปิดฝาเลย แค่ให้หาตะแกรงมากันแมลงวันลงไปก็พอแล้ว
เขาบอกอย่างนั้นคะ
หน้า