บันทึกเดินทางกลับ

หมวดหมู่ของบล็อก: 

    ด้วยความที่ไม่เคยนั่งรถไฟไกลๆ และในความคิด ชั้นหนึ่ง ชั้นสอง ไม่ได้บรรยากาศ และจังหวะโอกาสโครงการนั่งรถไฟฟรี ลองสักครั้ง และมีผู้ร่วมเดินทางด้วยคงสนุกดี



    ได้เวลารถไฟยังไม่มาเดินไปดูตารางเปลี่ยนเป็น 18.10 มีการเลื่อนเวลา รอจนถึงเวลายังไม่มา ไปดูอีกครั้งเป็น 18.55 ว้าว ใครจะช่วย คอย คอย คอย ตอนนี้ไม่มีอารมณ์เก็บภาพ ทั้งนางแบบ นายแบบ ช่างภาพ รถไฟมาถึงกี่โมงไม่รู้ พอมาถึงจอดสนิท เอาขึ้นๆ คุณนายโดนกระแสผักดันได้ขึ้นก่อน ที่เหลืออีกสาม ขึ้นอีกตู้หนึ่ง สักพักได้ยินเสียงคุณเรียกลูก อยู่ไหน เราต้องทำหน้าที่รวบรวมพลให้ครบ เดินหาคุณนาย ไปเจอกำลังร้องไห้ น่าสงสาร เดินหาที่นั่ง ว้าวที่นั่งสามที่ เขายึดนอนเยียดยาว หาที่นั่งไม่ได้ ต้องยืนไป ทำใจ ทำใจๆๆๆๆ ยิ่งจอดมากสถานีคนยิ่งมาก จนไปถึงสถานีชุมทางทุ่งสง ได้เพิ่มตู้อีกหนึ่งตู้ พร้อมผู้โดยสารหนึ่งตู้เหมือนกัน จนถึงสถานีท่าชนะ มีผู้โดยสารลงได้ที่นั่งหนึ่งที่ พลัดกันนั่งพลัดกันยืน จนถึงสถานีชุมพร ได้เกิดปัญหาจนต้องมีนักเรียนบางส่วนลงไป ใช้เวลาเคลียร์ครึ่งชั่วโมง หลังจากนั้นก็วิ่งถึงสถานีหัวหิน "โปรดทราบท่านผู้โดยสารรถขบวน....โปรดลงจากรถและเก็บสัมภาระมายังลานข้างสถานี เนื่องจากว่าได้มีขบวนรถสินค้าตกรางอยู่สถานีข้างหน้า ทางเราจะจัดรถโดยสารส่งไปยังปลายทาง”



คุณนายไม่รอแล้วเห็นรถตู้มีป้ายบอกว่ากรุงเทพ-หัวหิน วิ่งมา เธอได้เข้าติดต่อสอบถาม และได้พากันรถขึ้นรถตู้ทันที วิ่งมาได้ไม่นานได้ยินเสียงกระโกนบอกว่ามีคนตกรถไฟอยู่หน้าสถานีมากมาย ขอค่าหัวคนละสิบบาท อะไรหน๋อ แล้วรถตู้ก็จอดบอกให้ไปซื้อตั๋วก่อน ลงกันหมดทั้งคัน คุณนายท่าทางอารมณ์เสีย “ไปไหนๆ” เสียงคนขับรถมอเตอร์รับจ้างกระโกนถาม เธอตอบทันที”ไปชลบุรี” “ทางนี้พี่ “



จบด้วยภาพนี้แล้วกัน



 

ความเห็น

มันช่างเป็นประสพการณ์ที่ต้องจำไปอีกนาน รถไฟไทยร้อยกว่าปี ดีที่สุดตอนเสร็จใหม่ๆญี่ปุ่นยังต้องมาดูงานสมัยนั้น แล้วเป็นไงอีกร้อยปีต่อมา อย่างที่เห็น ญี่ปุนมาเห็นอีกที คง........อิๆๆๆๆ

เคยเหมือนกันนั่งรถไฟชั้นสามลงใต้  ดีที่ว่าตอนนั้นไปเป็นกลุ่ม  เพื่อนบอกว่า ให้เตรียมหนังสือพิมพ์ไปด้วยนะ  ตอนแรกไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเตรียม พอขึ้นไปถึงรู้ เพราะเราจะได้ที่นั่งไม่หมด ต้องนั่งกับพื้นไปด้วย..


 


ยังงัยก็ดีใจกับคนคลองอ้อมด้วยนะคะ ที่กลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ  Smile

there is a will , there is a way .

   ผมก็เคยมีประสพการณ์เกี่ยวกับการนั่งรถไฟไทยสมัยเรียนรามคำแหง กลับบ้านที่พัทลุง ขึ้นรถไฟที่สถานีหัวลำโพง คนแน่นมากไม่มีที่นั่ง ต้องนั่งหน้าห้องน้ำกับรอยต่อทางขึ้น กว่าจะถึงพัทลุงสิบสาม-สิบสี่ชั่วโมงตูดระบมเลย เป็นฝีเลยครับ เที่ยวนั้น... 

เมื่อก่อนนะไม่อยากจะคุย นั่งรถไฟ ตอนเรียนหนังสือ นี่หละ ยานพาหนะ ของยายอิ๊ด ต้องชั้น 3 เท่านั้น พร้อมด้วยที่นอน หนังสือพิมพ์ หรือไม่ก็ดาษลัง กว่าจะถึง กรุงเทพ สวยไปหมดเลยค่ะ แต่มีมนต์ขลังนะยายอิ๊ดว่า  รถทัวรืไม่ได้แอ้มเราหรอก เพราะเราไม่มีเงินให้แอ้ม 55+++++++


 


 


 

#แตกต่าง.แต่.ไม่แตกแยก#

ดีใจด้วยนะน้อง  ที่มีชีวิตกลับถึงบ้าน  555 

หนูยังไม่เข็ดนะคะ ถ้าผญ.โสธร แต่งเมื่อไหร่หนูและครอบครัวจะไปอีก

นับถือเลยคะ เคยเจอแค่ระยะใกล้ ๆ เท่านั้น สมัยเรียนไปทะเลกับเพื่อนๆ ช่วงปิดเทอม ระยะสั้น ๆ บ้านโป่ง กะ ชะอำ แค่นั่งพื้นพอได้บริหารก้น เพราะที่นั่งไม่เหลือนะสิ

...2553 ปีที่ 1 ที่เริ่มเดินตามรอยพ่อ...

รถไฟชั้นสาม ตอนไม่มีที่นั่ง คนแน่น ช่วงเทศกาล นรกดีๆนี่เองค่ะ

ดีใจที่ครอบครัวคนคลองอ้อมเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพค่ะ

เห็นด้วยอย่างยิ่ง เท้ากบบวมเปล่งเลย แต่เป็นความทรงจำที่ไม่อาจลืมได้ ติดตาจนทุกวันนี้ มีความสุขคะ ที่มีคนรู้ใจไปร่วมทุกข์มากกว่าสุขกับเรา

นั่งรถไฟต้องมีความอดทนสูงโดยเฉพาะทางไกลๆ ถึงบ้านเรียบร้อยแล้วก็โอเคนะ สุดยอด

หน้า