กินเปลือกมังคุด
วันนี้เก็บมังคุดได้หลายโล เลยเอากินก่อน กินมังคุดแล้ว เหลือแต่เปลือกจะทิ้งก็เสียดาย ก็เลยเอาเปลือกมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อทำน้ำหมักเปลือกมังคุด
วิธีทำ หั่นจุกออกเหลือแต่เปลือก กินเสร็จแล้วอย่าทิ้งไว้นาน ไม่งั้นเปลือกเปลี่ยนสี หมักแล้วสีไม่สวย วันนี้ผมมีเวลาว่างเพราะฝนตก เลยหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ขนาดพอใส่ขวดน้ำ 6 ลิตรได้
ใช้อัตราส่วนเดิม คือ 3-1-5 หรือ 3-1-10 ก็ได้ แน่นอนว่า คนละอัตรา สีและความเข้มข้นไม่เท่ากัน เวลาใช้ก็กะให้พอดี
หมักแค่คืนเดียวสีก็ออกแดงๆแล้วครับ ฟองฟู เต็มขวด คลายเกลียวนิดๆให้แกสออกมาได้ หมักไว้สักสองสามเดือน ก็คงเอามาใช้ได้
ผมใช้น้ำตาลที่กินได้ คือน้ำตาลสีรำ มังคุดก่อนปอกกินก็ทำความสะอาดผลก่อน หลังจากตัดจุกแล้ว ก็ทำความสะอาดอีกครั้ง เปลือกก็สะอาด ที่ต้องทำความสะอาดมากๆแบนี้ เพราะว่า หากผมบอกว่าเอาไปกิน เดี๋ยวจะกลัวว่า ขบวนการผลิตไม่สะอาด
ปีที่แล้วไปเที่ยวงานเกษตรที่ มอ. เขาทำน้ำมังคุดขายกันขวดละ สองสามร้อย ส่งออกนอกหมด ผมกลับสวนก็จัดการทำกินเอง แต่ว่ากว่าจะลงตัว ก็หมดไปหลายต้น กินแล้วอร่อยดี หวานๆ ฝาดๆ จนชาวบ้านเขามองด้วยสายตาแปลกๆว่า ไอ้หมอนี่กินแม้กระทั่งเปลือกมังคุด
- บล็อกของ ลุงพูน
- อ่าน 28702 ครั้ง
ความเห็น
จันทร์เจ้า
22 พฤษภาคม, 2010 - 14:31
Permalink
ถามค่ะ
ใช้อัตราส่วนเดิม คือ 3-1-5 หรือ 3-1-10 ก็ได้
ย่อมาจากอะไร เท่าไหร่บ้างคะ
อะไรคือ 3 อะไรคือ 1 และอะไรคือ 5 คะ
พอเพียง และ เพียงพอ บ้านไร่จันทร์เจ้า
ลุงพูน
22 พฤษภาคม, 2010 - 14:36
Permalink
ตอบในคุณดวงหทัยแล้วครับ
ตอบในคุณดวงหทัยแล้วครับ
แผน รณรงค์
22 พฤษภาคม, 2010 - 14:41
Permalink
สาม มังคุด หนึ่ง
สาม มังคุด หนึ่ง น้ำตาล อ้อย ห้า หรือ สิบ น้ำสะอาด ถูกหม้ายครับลุงพูน ผมทำไปก่อนแล้วเมือ่วานเอง เสียดาย ไม่ได้ใช้น้ำ ที่สะอาดสำหรับกินได้ เสียดายจริง ๆ พลาดไปไม่กี่ชั่วโมง น่าเสียดาย แตไม่เป็นไร รู้แล้วเดี่ยวเอาใหม่ นี่แหละความไม่รอบคอบและนึกไม่ถึงของเราเอง
ตามรอยพ่อคิด ด้วยวิถีชีวิต ที่เพียงพอ
ลุงพูน
22 พฤษภาคม, 2010 - 14:46
Permalink
สาม หนึ่ง ห้า , สาม หนึ่ง สิบ
ใช้น้ำ ห้า หรือ สิบ ลิตร ก็ได้ครับลองตามเข้าไปอ่านที่ผมเคยเขียนไว้ครับ
http://gotoknow.org/blog/agri-natural/119091
แผน รณรงค์
22 พฤษภาคม, 2010 - 14:55
Permalink
ตามไปอ่านมาแล้วครับท่าน
ตามไปอ่านมาแล้วครับท่าน มีประโยชน์มากจริงๆ ความจริงมีอ.เคยสอนแล้วแต่ รีบทำเลยลืมเรื่องน้ำสะอาดพร้อมดื่ม และกระบวนการล้างที่สะอาดไปทั้งๆที่ เปลือกมังคุดที่มีอยู่ ยี่สิบกว่า กิโลนั้นเป็น มังคุดที่ปลอดสารพิษ 100 % ก็เลย เสียดายครับลุงครับ
ตามรอยพ่อคิด ด้วยวิถีชีวิต ที่เพียงพอ
ซามูไรพ่อลูกอ่อน
22 พฤษภาคม, 2010 - 14:50
Permalink
ความรุ้ใหม่ครับ
ขอบคุณสำหรับความรู้ไหม่ๆ น่ะครับ จะลองไปทำดู แล้วน้ำหมักนี่มันจะเหมือนกับ EM หรือเปล่าครับ
เป็นอยู่เท่าที่มี ดีกว่าเป็นเศาษฐีเงินผ่อน...
ลุงพูน
23 พฤษภาคม, 2010 - 07:02
Permalink
เหมือนกับ EM ไหม
EM ที่่แปลเป็นไทยว่า จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ
จุลินทรีย์ มีอยู่ทั่วไป ทั่วโลก เหมือนคนเรา บางคนชอบอากาศร้อน ก็อยู่ในที่ร้อนๆได้ คนที่ชอบอากาศเย็นก็อยู่ในที่เย็นๆ เมื่อคนเราอยู่ในที่สบายๆ ก็ทำงานทำการได้เต็มที่ จุลินทรีย์ก็คงเหมือนๆกัน
บ้านเราก็มีจุลินทรีย์มากมาก พวกผัก ผลไม้ สุกงอมแล้ว เราทิ้งไว้เขาก็ขึ้นรา ขึ้นเหนา เส้นใยขาวๆ คือเชื้อรา ซึ่งอาจจะมีเชื้อตัวอื่นๆอีกมาก เช่นเปลือกมังคุดของผม กินแล้วเอาเปลือกทิ้งไว้ในถุง ไม่ได้เอาไปหมักทันที รุ่งเช้า เส้นใยของเชื้อรา เต็มเปลือกมังคุด
ผมคิดว่า ผลไม้แต่ละชนิด อาจจะมีเชื้อราที่มากิน ไม่เหมือนกัน (อันนี้ขอบอกก่อนว่าเป็นความคิด ไม่รู้ว่าจะเป็นความจริงหรือไม่ เพราะความรู้ผมยังไม่ถึง ใครที่พอมีความรู้ทางด้านจุลินทรีย์อาจช่วยต่อยอดได้ครับ)
น้ำหมักที่ผมทำ จะใช้จุลินทรีย์จากธรรมชาติ ผมคิดว่า เวลาหมักเปลือกมังคุด จุลินทรีย์ที่ชอบกินเปลือกมังคุด คงจะมาช่วยกันกิน มากกว่าจุลินทรีย์ตัวอื่นๆ ดังนั้น ผมจึงลองทำดู โดยเอาเปลือกมังคุดที่ขึ้นราขาวๆ ใส่ลงไปในขวดที่ใช้หมัก ดังนั้น น้ำหมักเปลือกมังคุดขวดนั้น แน่นอนว่า มีเชื้อราที่ขึ้นบนเปลือกมังคุดอยู่เป็นจำนวนมาก หรือพูดอีกอย่างว่า ผมใช้เชื้อจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพสำหรับมังคุด ลงไปในขบวนการหมัก ส่วนขวดอื่นๆก็ไม่ได้ใส่เปลือกมังคุดที่ขึ้นรา
EM ที่เราพูดๆกัน ปกติก็จะหมายถึงจุลินทรีย์ที่เขาทำขายกัน ซึ่งมีลิขสิทธิ์ มาจากต่างประเทศ พอเราพูดถึงจุลินทรีย์ที่ใช้ในการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ หรือน้ำหมักชีวภาพ เราจะใช้คำนี้ ทำให้เวลาใครๆจะทำ ก็ต้องเรียกหาแต่ EM ทั้งๆที่บ้านเราก็มีเยอะ ทั้งของฟรี (เช่นของกรมพัฒนาที่ดิน) ของฟรีจากธรรมชาติ (แบบที่ผมทำ)
เหมือนกับการใช้คอมพิวเตอร์ เราต้องใช้ระบบปฏิบัติการ ในการเดินเครื่อง ที่รู้จักกันดีมากๆคือ วินโดว์ บางคนก็ใช้แบบมีลิขสิทธิ์ บางคนก็ใช้แบบไม่มีลิขสิทธิื์ ในโลกนี้มีระบบปฏิบัติการที่เขาทำให้เราใช้ฟรีๆก็มี แต่เราไม่ค่อยรู้จักกัน ก็เลยไม่ได้เอามาใช้
จึงอยากเรียกร้องให้คนที่สามารถใช้ได้ทำเป็น หันกลับมาใช้ จุลินทรีย์ในประเทศ และหันมาใช้ ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ที่ไม้ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ เช่น ลีนุกซ์ อูบุนตู เหมือนผมที่ใช้อยู่ครับ
เช้านี้ ขึ้นต้นด้วย EM ลงท้ายด้วย UBUNTU ผู้ใหญ่คงไม่ปวดหัว
กระต่ายดำ
22 พฤษภาคม, 2010 - 15:00
Permalink
สารสกัดจากเปลือกมังคุด
ผลงานของนักวิจัยไทยครับ
ปัจจุบันการวิจัยพืชผักผลไม้ในเมืองไทยเรามีการทำกันอย่างจริงจัง มีการต่อยอดงานวิจัยเดิมสู่งานวิจัยใหม่อย่างหลากหลายกลายเป็นผลิตภัณฑ์สร้างงานสร้างอาชีพได้มากมาย ซึ่งสำหรับ“ผลไม้”นั้นกับ“มังคุด” กับงานวิจัยใหม่ๆ ก็ยิ่งทำให้ทราบว่านี่มิใช่เพียงผลไม้ที่ได้ชื่อว่าเป็น “ราชินีแห่งผลไม้” เท่านั้น
ล่าสุดมีข่าวว่าทีมวิจัยซึ่งประกอบด้วย... รศ.ดร.วิลาวัลย์ มหาบุษราคัม ภญ.รศ.ดร.เสาวลักษณ์ พงษ์ไพจิตร คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, ภญ.รศ.ดร.อำไพ ปั้นทอง, รศ.ดร.ปรัชญา คงทวีเลิศ, ผศ.ดร.ศิริวรรณ วงศ์ไชย คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา นักวิจัยหนึ่งในผู้ก่อตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทย ได้ทำวิจัยต่อยอดเชิงประยุกต์ผลการวิจัยสรรพคุณของผลไม้ รวมถึงมังคุดและธัญพืชหลายชนิดภายใต้ ปฏิบัติการสร้างภูมิคุ้มกันสมดุล “OPERATION BIM”
BIM คือบาลานซิ่ง อิมมูน (Balancing Immune) โดยมีการวิจัยสรรพคุณของผลไม้มังคุดและธัญพืชต่างๆ แล้วนำมาผสมกันเพื่อให้เกิดการเสริมประสิทธิภาพ จนได้สารอาหารที่ปลอดภัยและไร้ผลข้างเคียง คณะนักวิจัยได้ใช้ศาสตร์ของการเสริมฤทธิ์นำสารธรรมชาติจากผลไม้และธัญพืชหลากชนิดผสมกับสารสกัด GM-1 สารที่มีอยู่ในผลมังคุด จนค้นพบสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ที่ช่วยปรับภูมิคุ้มกันร่างกายให้สมดุลได้
ที่ทราบมาคือได้มีการพัฒนางานวิจัยนี้สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพในรูปของแคปซูลสารสกัด อีกทั้งคณะนักวิจัยยังได้ใช้ความรู้จากปริมาณสารสกัดที่มีอยู่ในแคปซูลเป็นหลักในการผลิตน้ำมังคุดสกัดเข้มข้นที่ไม่มีการเติมสีสังเคราะห์ ไม่ใส่น้ำตาล ไม่มีสารกันบูด ไม่แต่งกลิ่นด้วยสารเคมี ไม่มีส่วนเปลือกมังคุดซึ่งอาจปนเปื้อนยาฆ่าแมลง และไม่มีแทนนินสีน้ำตาลจากเปลือกมังคุดในปริมาณมากจนเกิดผลข้างเคียง ซึ่งก็สามารถช่วยปรับระดับภูมิคุ้มกันในร่างกายให้สมดุลได้เช่นเดียวกับสารสกัดสูตรที่ได้จากปฏิบัติการ BIM
การที่ร่างกายปรับระดับภูมิคุ้มกันให้สมดุลอยู่ตลอดเวลานั้น เมื่อภูมิคุ้มกันอยู่ในระดับที่ไม่น้อยเกินไปก็ไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือได้รับผลกระทบจากสิ่งแปลกปลอมง่ายๆ และเมื่อภูมิคุ้มกันไม่อยู่ในระดับที่มากเกินไป ร่างกายก็จะไม่เกิดอาการผิดปกติหรือเกิดการแพ้ภูมิตัวเอง ซึ่งโดยสรุปแล้วการที่ร่างกายปรับระดับภูมิคุ้มกันได้สมดุลก็จะช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บต่างๆได้ ดังนั้นงานวิจัยดังกล่าวนี้จึงน่าสนใจทีเดียว
ทั้งนี้ข่าวคราวงานวิจัยลักษณะนี้ในด้านหนึ่งถือเป็นชื่อเสียงความสำเร็จของนักวิจัยไทย-ประเทศไทยกับวิทยาการเชิงสุขภาพซึ่งจะมีการต่อยอดไปอย่างไรก็ว่ากันไป แต่ในอีกด้านหนึ่งเมื่อมีข่าวปรากฏออกมา นี่ก็จะช่วยส่งเสริมให้สิ่งที่ถูกวิจัยซึ่งในที่นี้คือ “ผลไม้” คือ “มังคุด” มีความโดดเด่นมากขึ้น และหากใครจับกระแส-จับจุดนี้ไปปรับใช้ในเชิงอาชีพที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่มีการวิจัยได้ ก็ย่อมจะเป็นประโยชน์เป็นผลดีต่อเนื่อง...
จาก “ผลไม้” ที่ปัจจุบันเป็นยิ่งกว่า “ผลไม้”
ที่มา: หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ ฉบับที่ 21,591 วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
จะปลูกต้นไม้ในใจเธอ
จันทร์เจ้า
22 พฤษภาคม, 2010 - 15:01
Permalink
กระต่ายดำ
จอมหาข้อมูลแห่งบ้านสวน ขอบคุณค่ะ
พอเพียง และ เพียงพอ บ้านไร่จันทร์เจ้า
ลุงพูน
22 พฤษภาคม, 2010 - 16:21
Permalink
ขอบคุณสำหรับข้อมูลต่อยอด
ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่ update ครับ
น้ำมังคุดที่เคยทำ นอกจากจะใช้เนื้อแล้วยังขูดเอาเปลือกด้านในที่ผิดเนื้อออกมาด้วยครับ แต่เปลือกด้านนอกไม่เอาครับ
หน้า