น้ำหมักพริกขี้หนู

หมวดหมู่ของบล็อก: 

 

          สายๆวันนี้ เข้าตลาดทุ่งสงอีกเช่นเคย (เป็นตลาดเช้าของ อ.ทุ่งสง ที่คุณอ้วน ไปเดินเล่น ถ่ายรูปมาให้ดูกันวันก่อน เสียดายที่ผมไม่ได้อยู่สวน เลยสวนทางกัน) นอกจากเปลือกไข่ที่มีให้เกือบทุกวันแล้ว



          วันนี้โชคดี ที่ได้ พริกขี้หนูมา 1 ถุง แม่ค้าเขาทิ้งเพราะขายไม่ได้แล้ว เนื่องจาก พริกเริ่มจะสลายตัว ผมก็ไม่รอช้า บอกแม่ค้าว่าเมื่อแม่ค้าไม่เอาแล้ว ผมก็ขอไปใช้ประโชน์นะครับ แม่ค้าก็ให้มาฟรีๆ

วางมาบนรถมอร์ไซด์คู่(อา)ชีพ (มัดปากถุงไว้แน่นหนา)

เปิดถุงให้ดูกันชัดๆ


          ตามปกติ ตลาดเช้านี้ จะมีเศษเหลือของพืช สารพัดชนิด เช่น เปลือกสับปะรด เศษผักที่แม่ค้าตัดแต่งแล้ว ทางออก (อ้อดิบ) เปลือกมะนาว (สักถุงสองถุง ไม่ถึง 2 ตันแบบของคุณอ้วน)ฯลฯ


          ผมก็ได้ของพวกนี้มาทุกวัน ได้มาก็เอามาทำน้ำหมักชีวภาพ บางถังก็หมักปนๆกันไป สารพัด บางถังก็ได้แยกชนิด แต่เวลาใช้ มักจะผสมกัน ไม่ได้แยก ปีนี้ จะปลูกต้นไม้อีก 10-20 ไร่ (ไม่รู้ว่าจะทำไหว ทำหมดหรือไม่) ก็ต้องเตรียมปุ๋ยเอาไว้ก่อน เรื่องปลูกต้นไม้ วันหลังค่อยมาเล่าให้ฟัง ว่าปลูกอะไร อย่างไร อาจจะตรงกับจุดมุ่งหมายของบ้านนี้บ้าง ตรงกับจุดมุ่งหมายของผมบ้าง ก็ปนๆกันไป ตามความจำเป็นของแต่ละคน

          ไหนก็เข้าตลาดแล้ว เห็นมะเขือเทศ ผลสวยๆ ก็เลยซื้อมากินเป็นผลไม้เพิ่มคาโรทีน ป้องกันต่อมลูกหมากโต

ความเห็น

ช่วยลดขยะ เพิ่มมูลค่าของเหลือใช้อีกค่ะ :admire:

"เชื่อในผล แห่งการทำความดี"

ขอบคุณครับ

คุณลุงพูน ...มาแสดงความคิดเห็นเป็นคนหลังๆได้ประโยชน์มากจากการถามตอบของสมาชิกในบล็อกและคุณลุงพูนด้วยค่ะ น่าเสียดายมากนะคะกับพริกที่กำลังจะทิ้งนึกถึงภาพที่กว่าจะเป็นต้น มีผล และขนส่งมาถึงมือผู้บริโภค แต่มาลงเอยที่เป็นของทิ้ง ...ชื่นชมกับการนำของนี้มาแปรเป็นประโยชน์อีกรอบค่ะ เป็นแบบจำลองให้กับของชิ้นอื่นๆทีถูกมองว่าหมดสภาพได้อย่างดีมากเลยค่ะ คุณลุงพูน

          แม่ค้าเขาคงไม่มีเวลามาทำอย่างอื่นได้เหมือนผมครับ บันทึกแบบนี้อาจจะให้แต่แนวความคิด พร้อมภาพนิดๆหน่อย ส่วนรายละเอียด แต่ละคนสามารถสอบถามแล้วไปดัดแปลงทำเองได้

          ผมมีประสบการณ์ในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆบางอย่าง ถ้าเห็นรูปแบบมาทั้งหมด งานนั้นจะไม่ค่อยพัฒนา แต่ถ้ารู้มาแบบนิดๆหน่อยๆ ค่อยๆคิดค่อยๆทำ จะเกิดการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง และพัฒนาขึ้นไปได้ดีกว่าครับ

คุณลุงพูน ประโยคที่ว่า"ถ้าเห็นรูปแบบมาทั้งหมด งานนั้นจะไม่ค่อยพัฒนา แต่ถ้ารู้มาแบบนิดๆหน่อยๆ ค่อยๆคิดค่อยๆทำ จะเกิดการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง และพัฒนาขึ้นไปได้ดีกว่าครับ" ดูเหมือนเป็นข้อสังเกตที่สรุปมาอย่างดีเลยค่ะ หลายครั้งเหมือนกันที่คิดว่าตัวเองเป็นเป็ด หลายเรื่องที่ทำอะไรไม่ค่อยได้รู้จริงจัง แต่ก็เอาตัวเองพอรอดได้อย่างเป็ดๆ...ที่จริงก็เป็นเรื่องของการไม่ขีดกรอบจำกัดให้ตัวเองในการยึดสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากไปพลอยจะทำให้ไม่ได้พัฒนาด้วยนะคะ ขอขอบคุณค่ะ กับประโยคนี้ ...ได้ประโยชน์มากเลยค่ะ

          ขอบคุณครับ ที่เข้าใจในความหมาย ผมเขียนๆมาบางครั้งก็เกรงว่าคนอื่นจะต่อว่าเอา เพราะบางอย่างเขียนไม่ละเอียด เว้นไว้ให้คนอ่านไปคิดดัดแปลงเองบ้าง ซึ่งได้จากตัวเอง ตอนฝึกหัดทำน้ำมันมะพร้าว ตอนนั้น ผมไม่เห็นอุปกรณ์อะไรเลย ฟังแต่คำบอกเล่า ว่าทำอย่างไร แล้วผมก็เอาไปทำต่อ ตอนหลังมาเจอกับคนที่ไปเรียนรู้ด้วยกัน ทุกคน ซื้อโหลแก้วมาใส่กะทิกันทุกคน

หวัดดีค่ะลุงพูน และทุกท่าน  วันนี้ไปเปิดดูถังปุ๋ยหมักที่หมักไว้ได้หกเกือบเจ็ดเดือน ดูสภาพเศษอาหารยังไม่แปรเปลี่ยนไปเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าจะกรองเอาน้ำมารดผักได้รึยังค่ะ แล้วน้ำปุ๋ยหมักชีวภาพนี่เขาใช้กับพืชผักตั้งแต่อายุเท่าไหร่ค่ะ  หนูมีคำถามคุณลุงพูนทุกวันเลยน่ค่ะ ขอบคุณมากค้า..

          ต้องขอให้คุณข้าวหอมอ่านคำตอบที่ผมตอบคนอื่นๆด้วยนะครับ

          คำถาม น้ำหมักที่ทำไว้หกเดือนกว่าๆ สิ่งที่เอามาหมักยังคงสภาพเดิมอยู่ จะเอาน้ำหมักไปใช้ได้หรือไม่

          คำตอบ ลองดมกลิ่นดูว่า เหม็นหรือไม่ ถ้าไม่เหม็น มีกลิ่น เปรี้ยวๆ ก็น่าจะใช้ได้ครับ ถ้ามีกลิ่นเหม็น ลองตักเอาแต่น้ำมาใส่ในภาชนะอื่น แล้วเติมน้ำตาลลงไปสัก 1 ใน 10 ตั้งไว้สักอาทิตย์ ลองดมดูว่า กลิ่นดีขึ้นหรือไม่ ถ้าความเหม็นลดลง แสดงว่า ตอนที่ทำครั้งแรก ใส่น้ำตาลน้อยไปหน่อย ถ้ายังมีกลิ่นเหม็นอยู่ เก็บไว้อีกสัปดาห์ แล้วเอามาดมใหม่ (อย่าปิดฝาจนแน่น) หากยังเหม็นก็คงทิ้งได้ครับ

อีกอย่าง ขอให้ลองผสมน้ำ 1 ต่อ 10 รดโคนต้นไม้ ต้นใหญ่ ต้นเล็ก(ไม้พุ่ม) หรือต้นดอกไม้ รดแล้วดูว่า ต้นไม้แสดงอาการอย่างไร ถ้าต้นเล็กๆ ตาย แสดงว่า เข้มข้นเกินไป ลองผสมน้ำมากขึ้น หากตายหมดทั้งต้นเล็กต้นใหญ่ ก็ทิ้งเลยครับ

          แล้วลองทำใหม่ โดยอ่านคำตอบอื่นๆประกอบด้วยครับ

          ผมทดลองทำแต่ในสภาพภูมิอากาศเขตร้อน ในเมืองไทย ประสบการณ์ในต่างแดน เมืองหนาวนี่ไม่มีเลยครับ ต้องขออภัย หากช่วยอะไรไม่ได้เท่าที่ควรครับ

ขอบคุณ คุณลุงพูนที่แบ่งปันความคิดที่เป็นหลักการในการทำน้ำหมัก ทำให้เข้าใจ ที่มาของจุลินทรีย์ ที่ต้องสังเกต ศึกษา และพัฒนาด้วยตัวเอง จากการใช้วัตถุดิบรอบตัว ขอบคุณมากๆค่ะ


ที่บ้านเป็นทาวน์เฮ้าส์ในกทม.ได้ทดลองทำน้ำหมักจากเปลือกผลไม้ต่างๆและเศษผักจากในครัว โดยใช้หัวเชื้อที่สำนักงานกทม.เขาแจก ได้ผลดีมากเกินคาด จริงๆค่ะ สิ่งแรก คือ ขยะสดในบ้านลดลง ....สิ่งสุดท้ายที่ได้มา คือ มิตรภาพจาก:admire: เพื่อนบ้านที่ไม่เคยคุยกันมา 10 ปี เอากล้วยบ้าง ขนุนบ้างมาให้ค่ะ (เขาบอกว่าได้จากปุ๋ยน้ำหมักของเรา)

ยินดีครับ ที่ข้อมูลของผมพอจะเป็นประโยชน์แก่คุณ asara บ้าง

หน้า